เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 187

บทที่ 187 สำนักกลิ่นบุปผา

ยามราตรี

ลมเหนือโชยพัดทุ่งหญ้าปลิวไสว

จ้าวอู่เจียงและคณะผู้ติดตามมาถึงเมืองหวังโจวแล้ว

แม้ว่าเมืองหวังโจวจะอยู่ทางตอนใต้ของนครหลวง และมีอากาศอบอุ่นมากกว่า แต่นี่คือช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ อากาศยามราตรีย่อมมีความหนาวเย็นมากกว่าตอนกลางวัน

ขณะนี้ พรรคพวกของจ้าวอู่เจียงอยู่ทางตอนเหนือของเมืองหวังโจว และยังคงอยู่ห่างจากจุดหมายปลายทางอีกหลายสิบลี้ จ้าวอู่เจียงตัดสินใจที่จะพักค้างคืนก่อน แล้วค่อยเริ่มเดินทางต่อรุ่งเช้าวันพรุ่งนี้

โรงเตี๊ยมหวังเป่ย

ม้าเร็วทั้งสามตัวถูกเด็กรับใช้ประจำโรงเตี๊ยมนำไปเข้าคอก ในขณะที่จ้าวอู่เจียงและคนอื่น ๆ เดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมด้วยการนำทางของเด็กรับใช้อีกคนหนึ่ง

โรงเตี๊ยมหวังเป่ยตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองหวังโจว พวกเขายินดีต้อนรับแขกทุกคนเสมอ

ช่วงหลังมานี้ ข่าวเรื่องการค้นพบทางเข้าใหม่ของสุสานไต้ซือนักปัดกวาด ทำให้มีผู้คนหลั่งไหลมาเมืองหวังโจวจากทั่วสารทิศ ขณะนี้ โรงเตี๊ยมหวังเป่ยจึงมีผู้คนหนาแน่น และแขกแต่ละคนก็แต่งกายด้วยชุดที่มีสีสันต่างกันไป

จ้าวอู่เจียงเดินเข้าไปถามหาห้องว่าง แต่เด็กรับใช้ก็ตอบกลับมาด้วยความเสียใจ

“นายท่าน บัดนี้เหลือห้องพักเพียงสองห้องเท่านั้น…”

“ข้าต้องการทั้งสองห้องนั้น” จ้าวอู่เจียงพูดด้วยความเยือกเย็น โยนเหรียญเงินให้แก่เด็กรับใช้

“ขอสุราและอาหารที่ดีที่สุด เช่นเดียวกับหญ้าที่จะให้ม้าด้วย”

เมื่อเห็นเบี้ยเงินก้อนใหญ่ ดวงตาของเด็กรับใช้ก็เป็นประกายระยิบระยับ แขกส่วนใหญ่ที่มาจากทั่วทุกสารทิศมักจะให้เป็นเพียงเศษเงินเท่านั้น มีไม่กี่คนนักที่จะกระเป๋าหนักถึงเพียงนี้

เด็กรับใช้รีบพยักหน้า และโค้งคำนับ “เชิญด้านในเลยขอรับ นายท่าน”

จ้าวอู่เจียงและคณะผู้ติดตามเดินไปตามการนำทางของเด็กรับใช้ ตรงไปยังห้องพักทางชั้นบนของโรงเตี๊ยม

“เจ้าเห็นหรือไม่? สตรีชุดดำที่ใส่หน้ากากทองแดงคนนั้น”

บริเวณโต๊ะอาหารชั้นล่าง บุรุษหน้าหยกคนหนึ่งกำลังจิบสุราจ้องมองพวกของจ้าวอู่เจียงเดินขึ้นบันไดไปบนชั้นสอง

รอบกายเขามีชายชราเจ็ดคนสวมใส่ชุดสีน้ำเงินนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร

บุรุษหน้าหยกมีแววตาที่เต็มไปด้วยราคะ สูดดมกลิ่นสุราอย่างหยิ่งผยอง

“สตรีนางนั้นต้องเป็นยอดโฉมงามอย่างแน่นอน ตอนนางเดินผ่านโต๊ะของพวกเราไปนั้น ข้าได้กลิ่นความบริสุทธิ์มาจากกายของนาง”

“คุณชายต้องการให้ข้าน้อยไปจับตัวนางมาหรือไม่ขอรับ?” ชายชราในชุดเสื้อคลุมสีเขียวถามด้วยความเคารพ

เจี๋ยสือจิ่วกับเจี๋ยเอ้อร์ซาน คนหนึ่งมีใบหน้ายิ้มแย้ม อีกคนมีใบหน้าเรียบเฉย แต่แววตาของพวกเขาเคร่งขรึม

ระหว่างเดินขึ้นบันไดมายังชั้นบน พวกเขารู้สึกได้ถึงสายตาจำนวนมากที่จ้องมองมา นี่ถือเป็นเรื่องปกติในยุทธภพ แต่นี่ไม่ใช่เพียงการจ้องมองโดยทั่วไป เพราะพวกเขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่มุ่งตรงไปยังจ้าวอู่เจียงด้วย ซึ่งทำให้ชายชราทั้งสองตื่นตัวมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาจึงไม่ได้เข้าไปในห้องพัก แต่มายืนอารักขาอยู่หน้าประตูห้องจ้าวอู่เจียง เพื่อจับตามองความเคลื่อนไหวจากรอบทิศทาง

จ้าวอู่เจียงกับกู้เหนียนหยวนเดินเข้าไปในห้องพัก

ใบหน้าภายใต้หน้ากากทองแดงของกู้เหนียนหยวนปรากฏความเขินอายขึ้นมาเล็กน้อย ด้วยนี่เป็นยามราตรี การที่บุรุษกับสตรีอยู่ในห้องเดียวกันตามลำพังเช่นนี้…

ทว่านางก็เข้าใจวิถีชีวิตของคนในยุทธจักร นี่หาใช่เรื่องแปลก เพราะไม่ใช่แค่โรงเตี๊ยมหวังเป่ยเท่านั้น แต่โรงเตี๊ยมอื่น ๆ ในเมืองหวังโจวต่างก็มีแขกเข้าพักแน่นขนัด การที่พวกเขาหาห้องว่างได้อยู่บ้างในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ ก็นับว่าเป็นโชคดีแล้ว ไม่อาจมากเรื่องได้

กู้เหนียนหยวนถอดหน้ากากทองแดง เผยใบหน้าอันงดงามออกมา แต่แล้วนางก็รีบปัดผมลงปิดหน้าปิดตา

“ท่านพักผ่อนก่อนเถอะ เดินทางมาทั้งวันเช่นนี้อาการบาดเจ็บของคงยังไม่ฟื้นตัวดี” จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอ่อนโยน ตอนที่เอ่ยถึงเรื่องราวในเมืองหวังโจวต่อกู้เหนียนหยวน นางก็รับปากร่วมมือกับเขาโดยไม่ลังเล เพราะนางเองก็คิดถึงท่านปู่ที่อยู่ในเมืองหวังโจวมากเหลือเกิน…

“อืม” กู้เหนียนหยวนซึ่งปกติมักจะตอบรับทุกคนด้วยความเย็นชา แต่ตอนนี้เมื่อเผชิญหน้ากับจ้าวอู่เจียง ท่าทีของนางก็ผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วนางก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาอีกครั้ง นางอยากจะเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อย ทว่า…มีบุรุษอยู่ข้างกายเช่นนี้ แล้วนางจะเปลี่ยนเสื้อผ้าได้อย่างไร? จ้าวอู่เจียงจะแอบดูนางหรือไม่?

จ้าวอู่เจียงเหมือนจะรู้ว่านางคิดอะไรอยู่

“อะไรกัน? ท่านกลัวว่าข้าจะทำมิดีมิร้ายกับท่านอย่างนั้นหรือ?” จ้าวอู่เจียงยิ้มออกมาเล็กน้อย พลันกู้เหนียนหยวนก็ส่งเสียงอุทานตกใจ เมื่อถูกจ้าวอู่เจียงรวบแขนรวบขา เขาอุ้มนางขึ้น แล้วเดินตรงไปที่เตียงนอน

“ท่านนอนพักเถอะ” ชายหนุ่มกล่าวอย่างอ่อนโยน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า