บทที่ 188 ปรารถนา
“อย่าดึงออกสิ… มันเจ็บ…” กู้เหนียนหยวนใบหน้าเหยเก ร้องด้วยความเจ็บปวด
จ้าวอู่เจียงจับข้อมือของกู้เหนียนหยวนไว้มั่น
“ถ้าไม่ดึงออก ท่านจะเจ็บอยู่อย่างนี้ แต่ถ้าดึงออก จะมีเลือดไหลซึมออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น…”
“งั้นท่านก็ช่วยเบามือหน่อยก็แล้วกัน…” เสียงของกู้เหนียนหยวนบอกชัดถึงความไม่ชอบใจ ความเย็นชาที่เคยมีสลายหายไปหมดสิ้น ใบหน้างดงามแสดงออกถึงความรู้สึกเปราะบางจนน่าเวทนา
“ข้าจะพยายาม…” จ้าวอู่เจียงพยักหน้า และเป็นจริงอย่างที่พูด เมื่อเขาดึงออกมา เลือดก็ไหลซึมออกมาทันที
กู้เหนียนหยวนถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อสิ่งนั้นถูกดึงออกไป
“ครั้งหน้าท่านก็ระมัดระวังหน่อยก็แล้วกัน” จ้าวอู่เจียงถือเสี้ยนไม้อยู่ในมือ และโยนมันทิ้งไป
เมื่อสักครู่นี้ กู้เหนียนหยวนเขินอายดิ้นหลุดจากอ้อมแขนของเขา ทำให้มือกระแทกกับขอบเตียง ส่งผลให้เสี้ยนไม้ที่ขอบเตียงตำมือเข้าอย่างจัง
ด้วยความที่ห้องพักในโรงเตี๊ยมหวังเป่ยถูกจับจองหมดสิ้นแล้ว ห้องพักที่เหลือมาถึงมือจ้าวอู่เจียงจึงมีสภาพไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องอยู่ในสภาพเก่าครึ และเตียงไม้ก็มีเสี้ยนไม้โผล่ออกมาอยู่เต็มไปหมด
กู้เหนียนหยวนรับคำในลำคอเบา ๆ หลังจากผ่านวันแห่งการเดินทางอย่างหนักหน่วง นางก็รู้สึกอ่อนเพลีย เปลือกตาหรี่ปรือ แต่ก็ไม่รู้จะหลับลงไปได้อย่างไร
จ้าวอู่เจียงเห็นสีหน้าของนางจึงนั่งลงที่ขอบเตียง ช่วยประคองหญิงสาวลงนอน และพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ท่านนอนหลับพักผ่อนเถอะ”
กู้เหนียนหยวนเขินอาย และต้องการจะหลบหนี แต่หัวใจก็รู้สึกผ่อนคลาย อ้อมแขนของจ้าวอู่เจียงช่างอบอุ่นเหลือเกิน
นางไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองกันแน่? กู้เหนียนหยวนได้แต่ถามตนเองอยู่ในใจ ก่อนที่เปลือกตาจะปิดลงช้า ๆ อย่างไม่อาจฝืน
…
ภายในวังหลวง ฮ่องเต้หญิงพลิกตัวไปมาบนแท่นบรรทม นางไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองกันแน่?
ทำไมหนอในคืนนี้นางถึงได้นอนไม่หลับ ได้แต่พลิกตัวด้วยความกระสับกระส่ายมาพักใหญ่แล้ว
นั่นคงเพราะจ้าวอู่เจียงไม่ได้อยู่ในตำหนักหย่างซิน ทำให้หัวใจรู้สึกโหวงเหวงว่างเปล่า นางสัมผัสได้ถึงความเศร้าที่ปรากฏขึ้นในหัวใจ
ฮ่องเต้หญิงนึกสงสัยว่าจ้าวอู่เจียงจะไปถึงเมืองหวังโจวแล้วหรือไม่… หญิงสาวพลิกตัวกลับมาอีกครั้ง ได้แต่ถามตนเองอยู่ในใจ
นางจะทำอย่างไรดี?
นางไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่… ภาพของจ้าวอู่เจียงปรากฏขึ้นในหัวใจอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มอันอ่อนโยนที่ประดับอยู่เป็นนิจ
ฮ่องเต้หญิงไม่เข้าใจเลยว่าจะไปคิดถึงเขาทำไม? หญิงสาวขมวดคิ้ว หน้าตาบึ้งตึงด้วยความอับอาย ก่อนจะลุกขึ้นมานั่ง ถอนหายใจยาวแรง พยายามสงบจิตใจลง
ถ้านางนอนไม่หลับ จ้าวอู่เจียงก็คงนอนไม่หลับเหมือนกันใช่หรือไม่? ฮ่องเต้หญิงถอนหายใจ ภาพของจ้าวอู่เจียงยิ่งชัดเจนมากขึ้น นางรู้สึกได้ว่าหลังจากที่จ้าวอู่เจียงออกเดินทางไปยังเมืองหวังโจว ตำหนักหย่างซินก็ดูจะเงียบเหงาลงผิดหูผิดตา
ฮ่องเต้หญิงรู้สึกเหมือนตนเองต้องตกอยู่ในความมืดมิดที่ไม่มีวันเห็นแสงสว่าง
จ้าวอู่เจียงเป็นเหมือนแสงสว่างในความมืดมิดของนาง ในตอนแรก มันอาจจะเป็นแสงสว่างที่แสบตาไปบ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป นางกลับรู้สึกอบอุ่นหัวใจ และไม่สามารถนอนหลับในความมืดมิดได้อีกแล้ว
“ท่านปรารถนาจะอยู่ในอ้อมกอดของข้าอีกยาวนานใช่หรือไม่?”
…
เมื่อดื่มน้ำชากันเสร็จสิ้นแล้ว จ้าวอู่เจียงและพรรคพวกก็สวมใส่หน้ากากทองแดง เดินตรงไปยังคอกม้า ออกมาจากโรงเตี๊ยมหวังเป่ย มุ่งหน้าลงสู่ทิศใต้ทันที
จุดหมายปลายทางของคืออารามผู่ถัว ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองหวังโจว
เดิมทีไต้ซือนักปัดกวาดเป็นคนของอารามผู่ถัว เขามีหน้าที่คอยทำความสะอาดคัมภีร์ที่อยู่ในอาราม เมื่อมรณภาพแล้ว จึงถูกนำไปฝังในภูเขาทางด้านหลังอารามผู่ถัวนั่นเอง
บัดนี้ เส้นทางสำหรับเข้าสู่สุสานของไต้ซือนักปัดกวาดถูกเปิดออก ผู้คนมากมายจากแทบทุกสารทิศต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่อารามผู่ถัว
จ้าวอู่เจียงขี่ม้าพุ่งไปข้างหน้า กอดกู้เหนียนหยวนไว้ในอ้อมแขนแน่น เมื่อเขาดึงสายบังเหียน เสียงฝีเท้าม้าก็ดังสนั่น ฝุ่นฟุ้งตลบ
เจี๋ยเอ้อร์ซานกับเจี๋ยสือจิ่วขี่ม้าตามมาทางด้านหลัง ชายชราทั้งสองคนไม่พูดอะไร แต่ลอบสบตากันเป็นระยะ
พวกเขาพบว่ามีกลิ่นอายแข็งแกร่งติดตามมาทางด้านหลังถึงแปดจุด ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นผู้ที่ปลดปล่อยจิตสังหารใส่จ้าวอู่เจียงเมื่อคืนนี้
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะถูกหมายหัวเอาเสียแล้ว แต่ไม่ทราบเลยว่าใต้เท้าจ้าวจะรู้ตัวหรือไม่… รอยยิ้มบนใบหน้าของเจี๋ยเอ้อร์ซานค่อย ๆ จางหายไป
“ท่านเจ้าสำนัก เหตุใดม้าจึงลดความเร็วลง…” กู้เหนียนหยวนถามด้วยความพิศวง วันนี้ ความเร็วของม้ามีความเชื่องช้ามากกว่าเมื่อวานนัก ทำให้นางรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะนางต้องการจะพบท่านปู่ให้เร็วที่สุด
ดวงตาของจ้าวอู่เจียงทอประกายล้ำลึก ยิ้มตอบกลับไปเล็กน้อย
“หากวิ่งเร็วเกินไป ข้าเกรงว่าตัวบัดซบพวกนั้นจะตามมาไม่ทันน่ะสิ…”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า