บทที่ 209 พูดอย่างไรก็ไม่มีใครเชื่อ
จีอู๋หมิงสิ้นใจตายแล้ว ข้างกายเขาคือป้ายสมาชิกของสำนักมังกรเงิน บรรยากาศภายในห้องเก็บศพกลายเป็นเยือกเย็นขึ้นมาทันที
ทุกคนต่างก็จ้องมองไปที่บุรุษไร้หน้าเป็นตาเดียว
“ข้าไม่ได้เอาอะไรไปทั้งนั้น!” เซวียนหยวนอวี้เหิงพูดเสียงทุ้มต่ำ รีบอธิบายอย่างรวดเร็ว
ซือคงปู๋เจี๋ยค่อย ๆ หยิบป้ายประจำตัวของสำนักมังกรเงินขึ้นมาจากพื้น
“แม้ว่าพวกเราจะมองไม่เห็นอย่างชัดเจน แต่เราก็เห็นว่าเจ้าเป็นคนเปิดโลงศพและเอื้อมมือลงไป เจ้าต้องได้คัมภีร์ไปแล้วแน่! จะมาบอกว่าไม่ได้เอาอะไรไปได้อย่างไร?”
“ตอนนั้นข้าถูกจีอู๋หมิงลอบโจมตี ยังไม่ได้แตะต้องอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว!” เซวียนหยวนอวี้เหิงยกมือกุมหัวใจ กัดฟันกรอด
“แต่ตอนที่พวกเราเข้ามา เป็นเจ้าต่างหากที่กำลังเล่นงานท่านพี่อู๋หมิง และท่านพี่อู๋หมิงก็ถือป้ายของสำนักมังกรเงินอยู่ในมือ และก่อนเขาจะสิ้นใจ เขายังได้ชี้หน้าเจ้าบอกพวกเราว่าเจ้าเป็นคนเอาคัมภีร์ไปแล้วอีกด้วย!”
ซือคงปู๋เจี๋ยทำหน้าที่ใส่ไฟชักจูงความคิดของผู้คน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยจิตอาฆาต รับรู้ชัดเจนแล้วว่าวิชาที่ตนเองถูกเล่นงานก่อนหน้านี้เป็นวิชามหาเทพดูดดาว
ในเวลานี้ กลุ่มยอดฝีมือพร้อมใจกันร้องตะโกนออกมา
“ส่งคัมภีร์มาเดี๋ยวนี้ บุรุษไร้หน้า อย่าได้คิดแก้ตัวอีกเลย!”
“ข้าเดินทางท่องโลกกว้างมาหลายปี ข้าอ่านแผนการของเจ้าทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว เจ้านำคัมภีร์ออกมาจากโลงศพ แต่เมื่อเห็นจีอู๋หมิงกำลังเข้าไปหา เจ้าถึงได้คิดแผนการใหม่ขึ้น…”
“เจ้าต้องการจะโทษว่าทั้งหมดเป็นความผิดของจีอู๋หมิง! เจ้าอยากจะหลอกให้พวกเราทุกคนเชื่อว่าเจ้าไม่ได้เอาคัมภีร์ไป! แต่คนที่เอาไปคือจีอู๋หมิงต่างหาก! อนิจจา เจ้าคงคิดไม่ถึงว่าป้ายของสำนักมังกรเงินจะหลุดจากตัวเจ้า และตกไปอยู่ในมือของจีอู๋หมิงโดยไม่รู้ตัว ตอนที่จีอู๋หมิงหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมาจากโลงศพนั่น สิ่งที่เขาหยิบขึ้นมาก็คือป้ายของสำนักมังกรเงิน!”
“ตอนแรก เจ้าแค่ต้องการจะทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส เพื่อให้พวกเราหันไปเล่นงานจีอู๋หมิง และเจ้าก็จะอาศัยช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังปั่นป่วนโกลาหลหลบหนีไป! เพียงแต่เจ้าคิดไม่ถึงเลยว่าจีอู๋หมิงจะถึงแก่ความตาย! และคนตายก็โกหกไม่ได้!”
“ก่อนที่เขาจะตาย จีอู๋หมิงได้เปิดเผยออกมาแล้วว่าคัมภีร์อยู่ที่เจ้า! ป้ายของสำนักมังกรเงินคือหลักฐานมัดตัว! หากคัมภีร์ไม่ได้อยู่ที่เจ้า แล้วป้ายของสำนักมังกรเงินจะไปอยู่ในโลงศพได้อย่างไร?”
“ถูกต้อง บุรุษไร้หน้า ส่งคัมภีร์มาให้พวกเราเถอะ ไม่อย่างนั้นอย่าหวังเลยว่าเจ้าจะได้รอดชีวิตออกไปจากที่นี่!”
“…”
เซวียนหยวนอวี้เหิงหัวใจเต้นรัว รู้สึกตกตะลึง ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าป้ายประจำตัวสมาชิกสำนักมังกรเงินจะถูกพบอยู่ในโลงศพ เขากำลังจะนำป้ายประจำตัวของตนเองออกมาอธิบาย แต่ชายชราคนหนึ่งในกลุ่มยอดฝีมือก็โพล่งขึ้นมาเสียก่อน
เอ่อ… เซวียนหยวนอวี้เหิงพยายามจะอธิบาย แต่เมื่อได้ยินข้อกล่าวหาของชายชรา เขาก็พูดอะไรไม่ออกอีกแล้ว
หลายปีที่ผ่านมา เซวียนหยวนอวี้เหิงไม่เคยโกรธแค้นมากถึงขนาดนี้มาก่อน ปกติแล้วเขาจะมีความสุขุมเย็นชายิ่งกว่าทะเลสาบน้ำแข็ง ไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่อาจสั่นคลอนจิตใจของเขาได้ แต่วันนี้ คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าตนจะทำได้เพียงอ้าปากหุบปากซ้ำ ๆ พูดอะไรไม่ออก
“เฮอะ! พูดอะไรไม่ออกแล้วสินะ บุรุษไร้หน้า!” ชายชราคนดีคนเดิมยังคงกล่าวหาเซวียนหยวนอวี้เหิงต่อไป กลุ่มยอดฝีมือโดยรอบต่างก็จ้องมองเซวียนหยวนอวี้เหิงด้วยแววตาดุดัน
“พููดอะไรไม่ออกเลยล่ะสิ!” ซือคงปู๋เจี๋ยมีใบหน้าซีดเซียวเล็กน้อยขณะพูดออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง
“บุรุษไร้หน้า ก่อนที่เจ้าจะเข้าสู่ห้องตั้งศพ วิชาฝ่ามือที่เจ้าใช้กับข้า คือวิชามหาเทพดูดดาวใช่หรือไม่?”
“ว่าไงนะ? วิชามหาเทพดูดดาว?” กลุ่มคนร้องอุทาน คัมภีร์มหาเทพดูดดาวสูญหายไปหลายสิบปีก่อน บุคคลที่ได้ครอบครองมันเป็นคนสุดท้ายต้องเสียชีวิตอย่างอาภัพอยู่ที่เขตชายแดนใต้ และนับจากนั้นมา ก็ไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นคัมภีร์มหาเทพดูดดาวอีกเลย
เซวียนหยวนอวี้เหิงนัยน์ตาวูบไหว รีบโคจรพลังลมปราณในร่างกายอย่างรวดเร็ว เขารู้อยู่แล้วว่าเมื่อผู้คนหาคัมภีร์ปราณไร้วิญญาณไม่พบ เป้าหมายต่อไปย่อมเป็นตน และเวลานี้ เมื่อซือคงปู๋เจี๋ยเปิดเผยสุดยอดวิชาประจำตัวของเขาออกมาอีก นั่นย่อมทำให้เขากลายเป็นศัตรูของทุกคนไปโดยปริยาย
แต่จะให้ยอมรับง่าย ๆ ได้อย่างไร…
ช่วงขณะเดียวกันเซวียนหยวนอวี้เหิงก็รู้สึกดีใจอยู่บ้างอย่างประหลาด เพราะอย่างน้อยก็ยังไม่มีผู้ใดรู้ถึงอีกตัวตนหนึ่งของเขา ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาคือ เซียวเหยาอ๋อง ตราบใดที่สามารถรอดชีวิตออกไปจากสุสานได้ในวันนี้ เขาก็แค่ต้องเปลี่ยนตัวตนใหม่เท่านั้นเอง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า