เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 268

บทที่ 268 เสียงดอกไม้ไฟ

หมอกควันสีเขียวม้วนตัวปกคลุมรอบห้องพัก

จ้าวอู่เจียงลืมตาขึ้นมาช้า ๆ เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็พบว่ายามนี้เป็นเวลากลางคืนแล้ว

ดวงตาของเขาพร่ามัวเล็กน้อย และต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่พักใหญ่ จึงสามารถกลับมามองเห็นได้ชัดเจนดังเดิม

จ้าวอู่เจียงถอนหายใจออกมา เขาลุกขึ้น ก้าวเดินไปเปิดประตู พลันสายลมอ่อนเอื่อยยามค่ำพัดก็มาปะทะใบหน้า ปลอบประโลมให้เขารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

“ท่านเจ้าสำนัก ท่านฟื้นแล้วหรือขอรับ?” เจี๋ยเอ้อร์ซานเดินเข้ามาสอบถาม

จ้าวอู่เจียงพยักหน้า เขารู้สึกเหมือนตนเองเพิ่งกลับออกมาจากอีกโลกหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น

“ท่านเจ้าสำนักช่างแข็งแกร่งจริง ๆ เลยขอรับ” เจี๋ยเอ้อร์ซานแย้มยิ้มด้วยความชื่นชมและกล่าวต่อ “ท่านใช้เวลาเพียงไม่ถึงสามชั่วยาม ปราณจากร่างกายของท่านก็มีความหนาแน่นมากกว่าเดิมหลายเท่าแล้ว”

จ้าวอู่เจียงหยุดชะงักด้วยความมึนงงเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นว่าขอบเขตพลังของตนเองเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ บัดนี้เหลืออีกก้าวเดียวเขาก็จะสามารถทะลวงขั้นปรมาจารย์ได้สำเร็จแล้ว

ชายหนุ่มทั้งรู้สึกดีใจและเหนื่อยล้า ก่อนจะถอนหายใจพลางพูดยิ้ม ๆ

“พวกเรากลับเข้าวังหลวงกันก่อนดีกว่า …อ้อ จริงด้วยสิ เอ้อร์ซาน ท่านกับสือจิ่วจะต้องติดตามข้าไปที่เมืองหลันโจวในอีกสองวันข้างหน้าด้วยนะ”

“รับทราบขอรับ” เจี๋ยเอ้อร์ซานรับคำด้วยความเคารพ ก่อนจะเดินตามหลังจ้าวอู่เจียงไป เพื่อเดินทางกลับเข้าสู่วังหลวง

วังหลวง ตำหนักหย่างซิน

ฮ่องเต้หญิงกับจ้าวอู่เจียงกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ด้วยกัน

“วันนี้เจ้าได้พบสิ่งที่ตามหาหรือไม่?” ฮ่องเต้หญิงชำเลืองมองจ้าวอู่เจียงหลายครั้ง นางพบว่าอีกฝ่ายคล้ายจะครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา และเหมือนเขามีแรงดึงดูดที่มองไม่เห็นทำให้นางสนใจโดยไม่รู้ตัว…

จ้าวอู่เจียงคีบอาหารขึ้นมาหนึ่งคำ…

“เจอพ่ะย่ะค่ะ…”

หลังจากฟื้นขึ้นมา ความรู้สึกของการติดพันอยู่ในอีกโลกใบหนึ่งก็ค่อย ๆ สลายหายไป สติสัมปชัญญะเริ่มกลับมาเข้าร่องเข้ารอย ปรับตัวกับโลกแห่งความจริงได้อีกครั้ง

ฮ่องเต้หญิงเคี้ยวอย่างเชื่องช้า นางพยักหน้าและกล่าว “ไม่เลว”

“ฝ่าบาทไม่กลัวว่าในอนาคตหากกระหม่อมเติบใหญ่จะโลภมาก จนคิดกลืนกินฝ่าบาทหรือพ่ะย่ะค่ะ?” ดวงตาของจ้าวอู่เจียงฉายแววเจ้าเล่ห์

“เฮอะ!” เซวียนหยวนจิ้งมองค้อนเขาไปหนึ่งขวับ

“ข้าเป็นจักรพรรดิมังกร ข้าคือฮ่องเต้แห่งต้าเซี่ย ข้าเป็นถึงโอรสสวรรค์ แล้วเจ้าจะมากินข้าได้อย่างไร?”

จ้าวอู่เจียงยิ้มออกมาเล็กน้อย

“จริงด้วยสินะ มีแต่ฝ่าบาทที่สามารถกลืนกินกระหม่อมได้…”

เซวียนหยวนจิ้งนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้าด้วยความเคร่งขรึม

“คงเป็นข้าที่คิดมากเกินไปเอง”

ความจริงนางต้องการจะกล่าวว่า หากนางพ่ายแพ้ นางก็จะยอมให้จ้าวอู่เจียงพาตนกับตู๋กูหมิงเยว่หลบหนีออกไปไกลสุดหล้าฟ้าเขียว ตราบใดที่อยู่ด้วยกัน แค่นั้นก็พอแล้ว

แต่ในความเป็นจริง นางทำได้เพียงยิ้มอย่างขมขื่น และพูดออกไปได้เพียงว่า หากนางพ่ายแพ้ ก็คงต้องยอมถูกฝังลงดินไปพร้อมกับแคว้นต้าเซี่ยเท่านั้นเอง

เพราะว่านางคือเซวียนหยวนจิ้ง ฮ่องเต้แห่งต้าเซี่ย!

เนื่องจากจ้าวอู่เจียงกำลังจะต้องเดินทางไปเมืองหลันโจว เขาจึงต้องเร่งทำหน้าที่ของตนเองให้ครบถ้วน

คืนนี้ผู้ที่ได้รับใช้ฮ่องเต้ก็คือเซียวว่านจวิน

ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ชาวนาแซ่จ้าวคนหนึ่งเข็นรถล้อเลื่อนเก็บผลไม้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ขณะร้องเพลงอยู่ในลำคอด้วยอารมณ์สุนทรีย์

ในความมืดมิด เซวียนหยวนจิ้งนั่งอยู่ข้างเตียง เฝ้าฟังเสียงสตรีร้องครวญครางประสานกับเสียงกระแทกกระทั้น ก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

เสียงดอกไม้ไฟระเบิดดังขึ้นไม่รู้จบราวกับเป็นเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เซียวว่านจวินตื่นตาตื่นใจไปกับการเก็บเกี่ยวผลไม้ของชาวนา และดูเหมือนนางจะหวาดกลัวเสียงระเบิดของดอกไม้ไฟ เซียวว่านจวินจึงได้แต่ส่งเสียงครางอยู่ตลอดเวลา คล้ายกับว่าต้องการจะหลีกเลี่ยงการระเบิดของดอกไม้ไฟนั่น แต่ในเวลาเดียวกันก็ยังอยากจะเผชิญหน้าการระเบิดของพวกมัน

หนึ่งชั่วยามครึ่งผ่านไป เสียงถอนหายใจยาวแรงปานจะขาดใจก็ดังเข้ามาในหูของเซวียนหยวนจิ้ง ซึ่งมันทำให้นางรู้สึกขัดใจเล็กน้อย นางรู้สึกว่าเซียวว่านจวินออกจะขาดความอดทนมากเกินไปหน่อยแล้ว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า