บทที่ 278 แต่ไหนแต่ไรมา พวกเรามักไม่ลงรอยกันเสมอ 1112
จ้าวอู่เจียงจ้องมองกลับไปที่สภาพของหยางเมียวเจิ้น หัวคิ้วพลันขมวดมุ่น นางถูกสกัดจุดลมปราณชั่วคราว ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้พลังของตนเองได้
แต่มันเป็นตำแหน่งที่ชายหนุ่มเกิดความลำบากใจในการคลายจุดเหลือเกิน
“ขออนุญาตล่วงเกินแล้ว” จ้าวอู่เจียงขออภัย ก่อนจะจิ้มนิ้วลงไปบนจุดลมปราณถันจง*[1]อันนุ่มนิ่ม เพื่อทำการปลดปล่อยพลังลมปราณให้ไหลเวียน
สองแก้มของหยางเมียวเจิ้นแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ดูมีเสน่ห์โดยธรรมชาติ เวลานี้นางไม่ได้พูดอะไรออกมา การช่วยชีวิตผู้คนสำคัญที่สุดและสำนักของนางก็อยู่ในยุทธจักร ดังนั้นหยางเมียวเจิ้นย่อมไม่ติดใจกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้
หลังจากนั้นจ้าวอู่เจียงก็รีบเดินออกไปที่หน้าประตู แต่เขาก็พบว่าหลวงจีนชราไม่ได้อยู่ใต้ต้นไม้อีกแล้ว
ราวกับว่าหลวงจีนชราปรากฏตัวขึ้น เพื่อจะส่งเขามาหยุดยั้งเหตุการณ์ร้ายในครั้งนี้
“มนุษย์ใช้ชีวิตตามโชคชะตา โชคชะตากำหนดโดยสวรรค์ และสวรรค์กำเนิดโดยเต๋า!” หลี่เซวียนหมุนวนฝ่ามือ ยันต์หลายพลันแผ่นลอยอยู่รอบกาย ลมปราณระเบิดออกอย่างแรงกล้า เขาจ้องมองจ้าวอู่เจียงด้วยแววตาเย็นชา
“กฎแห่งมรรคาจะฆ่าเจ้าเอง!”
จ้าวอู่เจียงที่ได้ยินเช่นนั้นก็พุ่งตัวเข้าไปด้วยความรวดเร็วราวกับสายลม พร้อมต่อยไปที่มือของหลี่เซวียน ขัดขวางการร่ายคาถา
“อ๊าก!” นิ้วมือของหลี่เซวียนหักงอ นักพรตหนุ่มร้องด้วยความเจ็บปวด แม้คาถาของเขาจะมีอานุภาพการทำลายล้างแรงกล้า แต่ก็จำเป็นต้องใช้การร่าย ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนทำให้อีกฝ่ายสามารถโจมตีได้สำเร็จ
หลี่เซวียนหารู้ไม่ว่า ในกลุ่มนักพรตระดับสูง พวกเขาสามารถร่ายมนต์ได้ในใจ และไม่จำเป็นต้องเปล่งเสียงออกมาแบบที่เขาทำเลยสักนิด
จ้าวอู่เจียงยังคงรัวหมัดต่อยหลี่เซวียนอย่างหนักหน่วง
หลี่เซวียนล่าถอยอย่างต่อเนื่อง ร่างกายปรากฏบาดแผลฉกรรจ์ แม้ขอบเขตพลังจะสูงส่งมากกว่าจ้าวอู่เจียง แต่หลี่เซวียนกลับเป็นรองชายหนุ่มในเรื่องแรงปะทะและพละกำลัง
“เป็นไปไม่ได้! เจ้าไม่ใช่จางเซียวกั๋ว เจ้าจะเอาชนะข้าได้อย่างไร?”
หลี่เซวียนถูกไล่ต่อยจนผมเผ้ายุ่งเหยิง มงกุฎดอกบัวบนศีรษะหล่นลงบนพื้นดิน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความดุร้าย จางเซียวกั๋วเป็นศิษย์เอกของสำนักศรัทธาสวรรค์ และเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถเอาชนะหลี่เซวียนได้ แล้วสุนัขข้างถนนเช่นนี้จะเอาชนะเขาได้อย่างไร?
จ้าวอู่เจียงมีสีหน้าไร้ความรู้สึก ในความคิดเห็นของเขา พละกำลังและแรงปะทะไม่ใช่จุดแข็งของคู่ต่อสู้คนนี้ แต่เป็นการใช้คาถาอาคมต่างหาก แล้วจ้าวอู่เจียงจะปล่อยให้อีกฝ่ายใช้คาถาอาคมง่าย ๆ ได้อย่างไร?
เขาจะไม่ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามได้มีโอกาสใช้คาถาอาคมเป็นอันขาด
ลมปราณของหลี่เซวียนลดลงไปเรื่อย ๆ พลางเขาพูดด้วยสีหน้าดุดัน
จ้าวอู่เจียงจ้องมองนักพรตหนุ่มที่กำลังพูดอย่างตื่นตระหนกด้วยแววตาเย็นชา จากนั้นชายหนุ่มก็ขยับฝ่ามือ แล้วเข็มเงินถูกซัดออกไป ในจังหวะที่เข็มเงินปักเข้าข้างลำตัวของหลี่เซวียน จ้าวอู่เจียงก็ตบมือเป็นจังหวะ
ฉึก!
หลี่เซวียนพยายามยกสองมือขึ้นปัดป้อง แต่การโจมตีครั้งนี้แข็งแกร่งนัก หลี่เซวียนไม่สามารถต้านทานได้เลย และเมื่อเขาส่งเสียงร้องโหยหวน เข็มเงินอีกสี่เล่มก็ปักเข้าไปที่ลำคอ
“เฮือก… เจ้า…” หลี่เซวียนยกมือกุมลำคอด้วยความสิ้นหวัง พยายามจะพูดอะไรบางอย่าง ดวงตาเบิกกว้างแทบจะหลุดออกจากเบ้า หลี่เซวียนทรุดร่างลงคุกเข่า เขาคว้ารองเท้าของจ้าวอู่เจียง พร้อมเงยหน้าขึ้นมอง
และสิ่งที่เขาเห็นก็คือ ดวงตาเย็นชาคู่หนึ่ง ดวงตานั้นมีแต่ความสงบเรียบเฉยจนดูไร้อารมณ์ความรู้สึก ราวกับว่าเป็นดวงตาของนักพรตจากสำนักศรัทธาสวรรค์อย่างแท้จริง
หลี่เซวียนเอาแต่ส่งเสียง ‘ครืดคราด’ อยู่ในลำคอ หลังผ่านไปสองลมหายใจ เขาก็สิ้นลมตายในลักษณะคุกเข่าหัวทิ่มพื้นอยู่ตรงหน้าจ้าวอู่เจียง และยังเป็นการคุกเข่าให้แก่ศิษย์น้องหญิงทั้งสองคนที่อยู่ในห้องอีกด้วย
ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ หลวงจีนชราปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขาส่ายศีรษะเล็กน้อย กล่าวด้วยความเวทนาสิ่งมีชีวิตทั้งมวล
“แต่ไหนแต่ไรมาชาวพุทธและลัทธิเต๋า พวกเรามักจะไม่ลงรอยกันเสมอ นั่นก็เพราะคนอย่างเจ้านี่แหละหนา”
[1] จุดถันจง คือ จุดฝังเข็มด้านหน้าของเยื่อหุ้มหัวใจ อยู่บริเวณทรวงอก ระดับช่องซี่โครงที่ 4 บนแนวกึ่งกลางลำตัว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า