บทที่ 28 สมุนไพรปริศนาที่ถูกซ่อนอยู่ในการขนส่ง
จ้าวอู่เจียงลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำ และกินอาหารเช้า ก่อนจะเดินออกมาจากตำหนักหย่างซินอย่างอารมณ์ดี
ชายหนุ่มสวมใส่เสื้อคลุมตัวยาวสีดำราวกับน้ำหมึก บนศีรษะไม่ได้สวมใส่หมวกประจำตำแหน่งหัวหน้าขันที ผมดำขลับยาวสลวยปล่อยลงมาจนถึงช่วงเข็มขัดสีม่วงที่คาดอยู่ตรงเอว แก้มสองข้างแดงเปล่งปลั่ง คิ้วดำเข้ม ริมฝีปากประดับรอยยิ้มอยู่เสมอ เมื่อพบเจอผู้คน บุคคลเหล่านั้นก็จะรู้สึกเหมือนมีสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านให้อบอุ่นหัวใจ
ไม่ว่าผู้ใดต่างก็ยกย่องอยู่ในใจว่าสมแล้วที่จ้าวอู่เจียงผู้นี้ได้รับตำแหน่งหัวหน้าขันที ไม่ว่าจะเดินไปที่ใด ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นก็จะก้มศีรษะทำความเคารพตลอดทาง มิหนำซ้ำ ยังจ้องมองด้วยความเคารพอีกด้วย
“ชายชราผู้นั้นดูคุ้นตาชอบกล”
จ้าวอู่เจียงเดินต่อไปโดยไม่หยุดชะงัก เห็นชายชราหนวดเคราขาวผู้หนึ่งมีบริวารห้อมล้อมติดตามเป็นขบวนใหญ่ คณะของชายชรากำลังมุ่งหน้าออกไปจากวังหลวง
ขันทีน้อยข้างกายตอบด้วยความเคารพ “เรียนจ้าวกงกง บุคคลผู้นั้นก็คือราชเลขาฝ่ายขวาหลิวเจ๋อขอรับ”
คนผู้นี้นี่เอง ว่าแต่เขามาทำอะไรในตำหนักนางสนมตั้งแต่เช้ากันนะ?
จริงด้วยสิ ราชเลขาหลิวมีหลานสาวเป็นนางสนมถึงสองคน คนแรกคือหลิวเหม่ยเอ๋อร์ ส่วนอีกคนคือหลิวชิงชิง
จ้าวอู่เจียงถูนิ้วมือของตน รับรู้แล้วว่าการต่อสู้แย่งชิงอำนาจภายในวังหลังนั้นคงดุเดือดไม่แพ้การแย่งชิงอำนาจของขุนนางใหญ่ เพราะต้องไม่ลืมว่านางสนมแต่ละคนก็ล้วนมาจากตระกูลใหญ่ และมีผู้หนุนหลังที่สูงส่งทั้งสิ้น
มิน่าเล่า เซวียนหยวนจิ้งถึงได้เก็บตัวเขาไว้ ‘ทำหน้าที่นั้น’ โดยเฉพาะ เนื่องจากนางเองก็คงเป็นกังวลเรื่องกลุ่มอำนาจที่คอยหนุนหลังนางสนมเหล่านี้อยู่ไม่น้อย
จ้าวอู่เจียงสั่นศีรษะและยิ้มออกมา ก่อนจะเดินเข้าไปในส่วนลึกของวังหลังโดยไม่ลังเล วันนี้ เขาอยากตรวจสอบสภาพของตำหนักนางสนมให้ทั่วทุกตำแหน่ง ว่าแต่ละจุดนั้นมีสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไรบ้าง
หลังจากเดินสำรวจจนทั่วแล้ว เขาก็ได้พบว่าบรรดานางกำนัลที่รับใช้อยู่ตามตำหนักต่าง ๆ ล้วนมี ‘ความผิดปกติ’ เป็นอย่างยิ่ง
ทุกครั้งที่พวกนางเห็นตน จ้าวอู่เจียงก็จะได้ยินเสียงตะโกนว่า ‘จ้าวกงกง’ ทันใดนั้นก็มีบรรดานนางกำนัลหน้าตางดงามเข้ามาประจบประแจงเอาใจอย่างใกล้ชิด
ยิ่งไปกว่านั้น พวกนางยังจะอาศัยหน้าตาอันงดงามของตน ฉุดลากตัวขันทีหนุ่มเข้าไปภายในห้องอีกด้วย
โชคดี จ้าวอู่เจียงเป็นบุคคลที่มีร่างกายแข็งแกร่งและมีจิตใจมั่นคง อีกอย่าง เขาได้ลิ้มชิมรสรักของตู๋กูหมิงเยว่ หลิวเหม่ยเอ๋อร์ และเซียวซูเฟยมาเรียบร้อยแล้ว เขาจึงไม่เห็นนางกำนัลเหล่านี้อยู่ในสายตา
ไม่ว่าจ้าวอู่เจียงจะเดินไปยังที่ใด เขาก็จะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี และเต็มไปด้วยความเคารพ จนกระทั่งได้มาพบเจอกับขันทีน้อยรูปกายผอมแห้งผู้นั้น
ขันทีน้อยผู้นี้เป็นคนของกลุ่มอำนาจที่อยู่เบื้องหลังเฉินเจิ้งฮัว จ้าวอู่เจียงจึงเรียกตัวเข้ามาคุยด้วยทันที
“คารวะจ้าวกงกงขอรับ”
ขันทีน้อยรูปกายผอมแห้งกลอกตา เมื่อหันมองซ้ายขวาเห็นว่าไม่มีผู้ใด จึงส่งจดหมายฉบับหนึ่งให้แก่จ้าวอู่เจียง
ขันทีหนุ่มรับจดหมายมาและรู้ได้โดยไม่ต้องเปิดอ่านว่านี่จะต้องเกี่ยวข้องกับการยักยอกนำสมุนไพรออกไปขายอย่างแน่นอน
‘พวกเรายินดียอมรับเงื่อนไขของใต้เท้าจ้าว ใต้เท้าจ้าวก็สมควรยินดีรับคำร้องขอของพวกเราเช่นกัน ยามอู่วันนี้ ขอเชิญใต้เท้าจ้าวมาที่โรงเก็บสมุนไพรของโรงหมอหลวงด้วย’
เนื้อหาในจดหมายปรากฏแก่สายตาของจ้าวอู่เจียง หัวใจของเขาสั่นไหวขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง
ให้ตายเถอะ ฝ่ายนั้นยอมรับเงื่อนไขของเขาจริง ๆ ด้วย แสดงว่าการยักยอกนำสมุนไพรออกไปจำหน่ายเป็นเรื่องที่สร้างผลกำไรมหาศาลจริง ๆ สินะ?
แต่อาจจะมีเล่ห์เหลี่ยมซ่อนเร้นอยู่ก็เป็นได้
ขันทีหนุ่มพับจดหมายด้วยแววตาครุ่นคิด พูดออกมาช้า ๆ ว่า “เจ้ากลับไปได้แล้ว”
“จ้าวกงกง ขอจดหมายคืนด้วยขอรับ”
ขันทีน้อยผู้มีรูปกายผอมแห้งประสานมือขึ้นเหนือศีรษะ เป็นท่าทางที่บอกให้จ้าวอู่เจียงส่งคืนจดหมายกลับไป
คงกลัวว่าเขาจะเอาจดหมายไปไล่เทียบลายมือในอนาคตสินะ?
ระมัดระวังตัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
จ้าวอู่เจียงยิ้มออกมาอย่างเย็นชา ยื่นส่งจดหมายคืนให้แก่ขันทีน้อย
ขันทีน้อยรับจดหมายไป รีบขยำจดหมายฉบับนั้นเป็นก้อนกลมและยัดใส่ปากกลืนลงท้อง ก่อนจะโค้งตัวคำนับ
“จ้าวกงกง ข้าน้อยขอตัวก่อน!”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า ยืนเอามือไขว้หลัง แววตาเป็นประกายเคร่งเครียด จ้องมองขันทีร่างกายผอมแห้งเดินตัวงอจากไปจนลับตา
จ้าวอู่เจียงถูนิ้วมือ ก่อนจะรีบสลัดความสงสัยในใจ เพราะถึงอย่างไร เขาก็ได้เตรียมแผนการรับมือเรื่องนี้เอาไว้เรียบร้อยแล้ว
…
ยามอู่ โรงหมอหลวง
โรงหมอหลวงประกอบด้วยตึกทั้งหมด 12 หลัง แบ่งพื้นที่ฝั่งหน้าเป็นโถงรับรอง และฝั่งหลังเป็นโรงเก็บของ
ตึกทั้ง 12 หลังนี้ ได้รับการตั้งชื่อตามหลักโหราศาสตร์ 12 ก้านดิน*[1]
เพราะก้านดินเปรียบดั่งรากที่แผ่ขยายไปทั่วโลก และสนุมไพรอันล้ำค่าก็ล้วนงอกงามจากผืนดิน
ด้านหลังของตึกเหม่า*[2] มีเกวียนบรรทุกสมุนไพรจอดรออยู่ก่อนแล้ว
จ้าวอู่เจียงหยิบสมุนไพรบนเกวียนขึ้นมาตรวจสอบดู ชายหนุ่มลองชั่งน้ำหนักด้วยมือเปล่า ใช้ปลายเล็บสะกิดผงขาวของมันสูดดมเล็กน้อย เมื่อแน่ใจว่าเป็นกลิ่นที่ถูกต้อง เขาก็วางสมุนไพรชิ้นนั้นลง และเดินยิ้มตรงไปที่เกวียนคันถัดไป
“นี่ นี่ จ้าวกงกง” ชายชราในชุดเสื้อคลุมลายดอกผู้หนึ่งรีบวิ่งเข้ามาต้อนรับจ้าวอู่เจียง คนผู้นี้คือชายชราที่พบจ้าวอู่เจียงในสวนอู่ถงเมื่อวันก่อนนั่นเอง
ชายชราผู้นี้เป็นหนึ่งในผู้จัดการโรงเก็บของแห่งโรงหมอหลวง แซ่หวัง มีนามว่าอวี้ข่าย
หวังอวี้ข่ายยื่นมือออกมาขวางหน้าจ้าวอู่เจียง รอยยิ้มแข็งทื่อปรากฏอยู่บนใบหน้าเหี่ยวย่น
“ไม่มีเวลาแล้ว พวกเราต้องรีบขนส่งสมุนไพรออกไปข้างนอก จะชักช้ามากไปกว่านี้อีกไม่ได้”
“พวกเราเดินไปคุยไปเถอะ”
“ใต้เท้า บัดนี้ท่านลืมตาข้างหนึ่งหลับตาข้างหนึ่ง ไม่ทราบว่าเหนื่อยล้าหรือไม่?”
“เหนื่อยล้าแล้ว…” หวังอวี้ข่ายเข้าใจความหมายของจ้าวอู่เจียงขึ้นมาในทันใด
“ใช่แล้ว” จ้าวอู่เจียงเริ่มหยิบสมุนไพรชนิดอื่นใส่กล่องไม้ต่อไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ลืมตาข้างหนึ่งหลับตาข้างหนึ่ง ทำให้ท่านเหนื่อยล้ายิ่งนัก! แต่ถ้าท่านทำเป็นตาบอดมองไม่เห็นสมุนไพรเหล่านี้ที่ข้าเอาไป ท่านก็จะไม่เหนื่อยล้าแล้ว”
ข้าจะฆ่าเจ้า เจ้าขันทีโสโครก! ความเคียดแค้นปะทุขึ้นมาในหัวใจของหวังอวี้ข่ายเช่นเดียวกับความอิจฉาริษยา ชายชราอิจฉาที่จ้าวอู่เจียงสามารถทำทุกอย่างได้ตามอำเภอใจ ส่วนตนทำได้แต่เพียงเฝ้ามอง และกัดฟันด้วยความโกรธแค้นเท่านั้น
“แต่ท่านอย่าเอาไปมากเกิน!”
จ้าวอู่เจียงคัดเลือกสมุนไพรไม่นาน กล่องไม้ก็เต็มแน่น พอดีกับขบวนเกวียนออกมานอกเขตวังหลวงเรียบร้อย
หวังอวี้ข่ายยังคงเดินรั้งท้ายขบวนเกวียน เฝ้ามองจ้าวอู่เจียงเก็บสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ใส่กล่องไม้ ใบหน้าของชายชราแปรเปลี่ยนไป ความวิตกกังวลเกิดขึ้นในหัวใจ
ทันทีที่พ้นเขตวังหลวง ชายชราก็เดินปรี่เข้าไปหา
“ใต้เท้าจ้าว เส้นทางต่อจากนี้พวกเราไม่ต้องรบกวนท่านแล้ว ขอเชิญท่านกลับไปได้”
“ไม่เป็นไร” จ้าวอู่เจียงโบกมือเหมือนไม่สนใจ
“ท่านจะไปขนส่งสินค้าไม่ใช่หรือ? ข้ารออยู่ตรงนี้ได้ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะได้กลับเข้าวังหลวงไปพร้อมกัน”
จ้าวอู่เจียง เจ้าเด็กมารดาไม่สั่งสอน! มือของหวังอวี้ข่ายที่อยู่ในเสื้อคลุมกำหมัดแน่น ระบายลมหายใจออกมายาวและแรง ทำได้เพียงสะบัดชายเสื้อคลุม และนำขบวนเกวียนออกเดินทางต่อไปด้วยความไม่พอใจ
เมื่อขบวนเกวียนจากไปแล้ว ดวงตาของจ้าวอู่เจียงก็เป็นประกายวูบไหว ชายหนุ่มเคาะนิ้วมือลงไปบนกล่องไม้เป็นจังหวะเบา ๆ
วูบ!
เสียงชายเสื้อปะทะสายลมก็ดังขึ้น
สายลมวูบไหว เงาร่างสีฟ้าเข้มปรากฏขึ้นด้านหลังตน
“ผู้ต่ำต้อยคารวะใต้เท้าจ้าว!”
“เอ้อร์ซาน ท่านลอบสังเกตการณ์จากที่สูงอยู่ตลอดเวลา ย่อมเห็นทุกอย่างชัดเจนใช่หรือไม่?” จ้าวอู่เจียงถูนิ้วมือ ยกขึ้นสูดดมกลิ่นสมุนไพรที่ติดอยู่บนปลายเล็บ
“เห็นอย่างชัดเจนขอรับ!”
“ยอดเยี่ยม เอ้อร์ซาน ท่านเป็นคนชราที่มีสายตาเฉียบแหลมยิ่งนัก”
[1] 12 ก้านดิน หรือเรียกง่าย ๆ ว่า สัญลักษณ์ 12 นักษัตร เป็นส่วนย่อยของแผนภูมิสวรรค์ใช้สำหรับการนับเวลาตกฟาก ประกอบการดูโหราศาสตร์จีน
[2] เหม่า (卯) สัญลักษณ์ของปีเถาะ หรือช่วงเวลา 05.00 – 06.59 น.

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า