เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 281

บทที่ 281 สนับสนุนให้แต่งงาน

เฮ้อ! จ้าวอู่เจียงรู้สึกเหนื่อยใจเป็นอย่างยิ่ง แต่เขาก็ยังแสดงออกถึงความเคารพ อ่อนน้อม ท่านเจ้าอาวาสแสดงออกชัดเจนว่าไม่ต้องการบอกความจริงกับเขา เพียงตอบกลับมาด้วยข้อความที่คลุมเครือเท่านั้น

จ้าวอู่เจียงเดาว่าหากเขายังดื้อรั้นถามต่อไป ท่านเจ้าอาวาสก็คงตอบกลับมาประมาณว่า ‘ความลับสวรรค์ไม่สามารถแพร่งพรายได้’ หรือไม่ก็ ‘ประสกดูแลตัวเองให้ดี ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับโชคชะตา’ อะไรประมาณนี้กระมัง

จ้าวอู่เจียงเดินจูงม้าออกมาจากอารามหลานรั่ว เขาบรรลุจุดประสงค์ในการเดินทางเที่ยวนี้แล้ว มิหนำซ้ำยังสามารถเลื่อนขอบเขตพลังได้โดยไม่คาดคิด ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ที่นี่อีก

แต่ในจังหวะที่เขาก้าวเดินออกมาจากประตูอาราม จ้าวอู่เจียงก็สัมผัสได้ถึงพลังกดดัน จึงหันกลับไปมองทิศทางของห้องพัก

เดินทางท่องยุทธจักรเมื่อใดเป็นได้ตกหลุมรักกับสตรีคนใหม่เสียทุกครา เรื่องเช่นนี้ทำให้จ้าวอู่เจียงรู้สึกเหนื่อยใจไม่น้อย

ร่างกายของเขาสามารถรับไหว แต่หัวใจไม่สามารถรับได้

“อมิตาพุทธ” จ้าวอู่เจียงพึมพำคำพูดติดปากของบรรดาหลวงจีน เจ้าม้าส่งเสียงฟืดฟาด ก่อนจะย่ำเท้าเดินไปบนพื้นโคลน

“ศิษย์พี่ เขาไปแล้วเจ้าค่ะ”

เว่ยชิงหลิงกระซิบเสียงเบา พลางจ้องมองไปยังแผ่นหลังของจ้าวอู่เจียงที่เดินจูงม้าจากไป เขาดูเศร้าหมองและเหนื่อยล้าเล็กน้อย

“ช่างเขาเถอะ!” หยางเมียวเจิ้นกลับมาครองภาพลักษณ์ธิดาเทพผู้เย็นชาแห่งสำนักศรัทธาราษฎรอีกครั้ง นางแต่งกายสีดำ ผมดำขลับถูกรวบไว้กับรัดเกล้าบนศีรษะ ดวงตาเปล่งประกาย

เว่ยชิงหลิงไม่ได้สะพายดาบไม้ไว้บนแผ่นหลังอีกแล้ว นางถือดาบไม้อยู่ บัดนี้แผ่นยันต์สีเหลืองและเชือกสีแดงที่ห้อยเหรียญทองแดงสั่นไหว เว่ยชิงหลิงมีสีหน้างุนงงเล็กน้อย

“ศิษย์พี่ ท่านหวังว่าเขาจะสามารถ…”

“ไม่” แววตาของหยางเมียวเจิ้นสั่นไหวทันที นางรีบขัดจังหวะคำพูดของเว่ยชิงหลิง

เว่ยชิงหลิงพึมพำ “เช่นนั้นไยท่านต้องโกหกเขาเรื่องคำสาปด้วย? ท่านกลัวว่าเขาจะไม่มามิใช่หรือ?”

“ชิงหลิง นี่เจ้า!” สองแก้มขาวผ่องของหยางเมียวเจิ้นกลายเป็นสีชมพูเรื่อขึ้นมาทันตาด้วยความเขินอาย

ดวงตากลมโตของเว่ยชิงหลิงไม่กล้าจ้องมองศิษย์พี่หยางเมียวเจิ้นอีก แต่ปากก็ยังพูดออกไปว่า

“ความจริง ข้าได้ยินทั้งหมดแล้ว…”

สีหน้าของหยางเมียวเจิ้นร้อนผ่าวด้วยความเขินอายและโกรธเคือง คล้ายกับถูกแสงอาทิตย์ยามเช้าแผดเผา

นางไม่คิดเลยว่าศิษย์น้องจะได้ยินทุกอย่างที่ตนเองพูดคุยกับจ้าวอู่เจียงเมื่อคืนนี้ นั่นหมายความว่าเว่ยชิงหลิงก็คงรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นบนเตียงระหว่างนางกับจ้าวอู่เจียงด้วยมิใช่หรือ?

และที่สำคัญคือ นางเข้าใจความคิดของศิษย์พี่ดี

ศิษย์พี่ใช้เรื่องคำสาปมาข่มขู่จ้าวอู่เจียงเพราะกลัวว่าเขาจะไม่ตามไปหาที่สำนัก นี่แสดงให้เห็นแล้วว่าศิษย์พี่ของนางก็มีใจให้กับจ้าวอู่เจียงมิใช่น้อย อย่างน้อยนางก็ไม่ได้รังเกียจหรืออยากจะทอดทิ้งเขา

ทว่าเขารักศิษย์พี่มากเพียงใด นี่เป็นสิ่งที่พูดยาก แต่ก็คงดีกว่าให้ศิษย์พี่ของนางต้องแต่งงานกับคนที่อาจารย์บังคับกระมัง? อย่างน้อยศิษย์พี่ก็จะได้แต่งงานกับคนที่นางรัก และกำหนดโชคชะตาด้วยตนเอง

หยางเมียวเจิ้นขมวดคิ้ว สีหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง

เว่ยชิงหลิงนั่งแกว่งเท้าอยู่บนเตียงนอน

“แม้ว่ารูปลักษณ์ของจ้าวอู่เจียงจะดูผอมแห้งเกินไปสักหน่อย แต่ด้วยอายุเพียงเท่านี้ก็นับว่าเขามีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับสูงแล้ว อีกทั้งเขายังมีพรสวรรค์และห่วงใยท่านอย่างแท้จริง ศิษย์พี่ ในเมื่อท่านเองก็สนใจเขามานานแล้ว ข้าก็คิดว่าพวกท่านเหมาะสมกันยิ่งนัก”

“พวกเราเพียงเจอกันสองครั้งเท่านั้น เจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเขามีความสามารถถึงขนาดนั้น แล้วนี่เจ้าเข้าใจความคิดของข้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” หยางเมียวเจิ้นตอบกลับด้วยสีหน้าเย็นชาพลางกัดฟันกรอด

“หา?” เว่ยชิงหลิงเอียงศีรษะเล็กน้อย

“ศิษย์พี่ ท่านลืมไปแล้วหรือ?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า