บทที่ 287 พายุโลหิต เซวียนหยวนอวี้เหิง
เซวียนหยวนจิ้งตัวสั่นเทา สิ่งที่ชายชราพูดออกมาคือความจริง ซึ่งถูกซ่อนเร้นเอาไว้นานปี
หลังจากเปิดเผยความจริง ชายชราผมขาวก็หมดสติลงไปอีกครั้ง
เซวียนหยวนจิ้งรู้สึกเหมือนคนหมดแรง นางเกือบจะล้มลง แทบจะทรุดตัวนั่งพับเพียบลงไปกับพื้นเสียด้วยซ้ำ
แต่สุดท้ายเซวียนหยวนจิ้งก็ประครองตัวไว้ ถอนหายใจออกมาเงียบ ๆ และพยายามยืดตัวยืนตรง ก่อนจะหมุนกายเดินกลับออกไปโดยไม่พูดคำใด
บัดนี้ ฮ่องเต้เผยแววตาแห่งความสับสน ความโกรธแค้น ความตกตะลึง แต่สิ่งชัดเจนที่สุดก็คือการพิจารณา
ความจริงที่ได้รับการเปิดเผยหาได้เป็นอย่างที่นางคิดเอาไว้ และนั่นก็ทำให้เซวียนหยวนจิ้งยิ่งรู้สึกหมดหวังมากกว่าครั้งใด
…
ในยุทธภพ
หนึ่งในสำนักยุทธ์ชื่อดังก็คือสำนักหุ่นเชิดอเวจี นอกจากเจ้าสำนักทั้งสองจะมีขอบเขตอยู่ในระดับปรมาจารย์แล้ว ก็ยังมีสมาชิกในสำนักอีกไม่น้องที่อยู่ในขอบเขตปรมาจารย์
มิหนำซ้ำ ท่านย่าจินฮวาผู้เป็นเจ้าสำนักร่วมก็ยังมีชื่อเสียงโด่งดังและมีเส้นสายกว้างขวางอีกด้วย
วันนี้สำนักหุ่นเชิดอเวจีได้พบกับกลุ่มแขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ชายฉกรรจ์สวมชุดขนสัตว์สีขาวหน้าตายิ้มแย้มผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นพร้อมกับผู้คุ้มกันชุดสีม่วงเข้มอีกสิบคน ผู้คุ้มกันเหล่านี้ต่างก็เป็นชายชรา บริเวณข้างเอวของพวกเขาล้วนห้อยน้ำเต้าสีม่วงคนละขวด
แขกไม่ได้รับเชิญทั้งสิบเอ็ดคนเดินตรงเข้ามาสู่ที่ตั้งของสำนักหุ่นเชิดอเวจี
และสุดท้าย สำนักหุ่นเชิดอเวจีที่มีสมาชิกอยู่สามร้อยห้าสิบเจ็ดคนก็มีผู้หนีรอดไปได้เพียงยี่สิบสามคนเท่านั้น นอกนั้นล้วนถูกฆ่าตายจนหมดสิ้น
ท่านย่าจินฮวาและเหล่ายอดฝีมือคนอื่น ๆ ถูกดูดพลังไปจนซากศพแห้งติดตระดูก
กลุ่มแขกไม่ได้รับเชิญเหล่านี้ย่อมไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากเซวียนหยวนอวี้เหิงกับคณะผู้ติดตามจากแคว้นหนานเจียง
ไม่กี่วันต่อมา ซือคงปู๋เจี๋ยที่มีอาการบาดเจ็บจากฝีมือของเซวียนหยวนอวี้เหิงก็หลบหนีได้สำเร็จ เขาพาลูกศิษย์ของตนเองไปทิ้งไว้ที่สุสานกระบี่ ส่วนมือกระบี่อันดับห้าแห่งยุทธภพอย่างจางอวิ๋นจงก็ต้องเสียชีวิตอย่างน่าอนาถด้วยการถูกดูดพลังจนตาย หลงเหลือไว้เพียงซากศพแห้งกรังอยู่ข้างทางเท่านั้น
ณ ตระกูลเจียง
บานประตูเปิดกว้าง รับลมเหนือที่พัดเข้ามาอย่างรุนแรง
เกล็ดหิมะโปรยปรายจากท้องฟ้าคล้ายกับขนห่านสีขาวขนาดใหญ่ร่วงหล่น
ในฐานะประมุขตระกูลเจียงคนปัจจุบัน เจียงเฉิงเฟิงในชุดเสื้อคลุมสีเขียว ยืนท้าสายลมเหนือ พลางมองไปยังชายฉกรรจ์ในชุดขนสัตว์สีขาวสะอาดที่ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าด้วยแววตาไม่เป็นมิตร
ชายฉกรรจ์ผู้นี้ดูแข็งแกร่งมากกว่าตอนที่เขาเจอครั้งก่อนนัก ตัวคนคล้ายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสายลมและหิมะของฟ้าดิน
เจียงเฉิงเฟิงยืนปกป้องเจียงเมิ่งลี่ที่ยืนร้องไห้พลางกัดฟันอยู่ทางด้านหลัง และด้านหลังของนางก็เป็นกลุ่มผู้อาวุโสที่มีแววตาหวาดกลัวระคนโกรธแค้น เจียงเฉิงเฟิงพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า
“เซวียนหยวนอวี้เหิง ปล่อยหยวนเจิ่งออกมาซะ แล้วตระกูลเจียงรับปากว่า ในอนาคตเราจะไม่แทรกแซงเรื่องราวของเจ้าอีก!”
ชุดขนสัตว์ของเซวียนหยวนอวี้เหิงพริ้วไหวไปตามสายลมเหนือ แววตาเป็นประกาย หากพิจารณาดูให้ดีก็จะพบว่า แววตาของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยนเหมือนครั้งอดีตอีกแล้ว บัดนี้เซวียนหยวนอวี้เหิงมีแววตาที่เต็มไปด้วยความอำมหิตยิ่ง ซึ่งมันทำให้เขาดูมีเสน่ห์ หล่อเหลา และน่าเกรงขามเพิ่มขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
เซวียนหยวนอวี้เหิงเพิ่มแรงบีบที่มือซ้าย ก่อนจะได้ยินเสียงกระดูกหักดัง ‘กร๊อบ!’ ตามมาด้วยเสียงลมหายใจขาดห้วง ปิดท้ายด้วยเสียงของหยดเลือดร้อนอุ่นไหลหยดลงสู่พื้นหิมะ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า