บทที่ 301 ยินยอมหรือต่อต้าน
จ้าวอู่เจียงโน้มใบหน้าเข้าไปแล้วจูบริมฝีปากของเซวียนหยวนจิ้งอย่างอ่อนโยน
ชายหนุ่มรู้สึกคล้ายกับหัวใจแทบจะกระเด้งกระดอนออกมาเต้นอยู่นอกหน้าอก
โฉมงามส่งเสียงงึมงำในลำคอ แพขนตายาวงอนของนางขยับไหว ก่อนที่ดวงตาจะค่อย ๆ ลืมขึ้นมา
ตอนแรกแววตาของนางเต็มไปด้วยความสงสัยและสุขใจ หลังจากนั้นก็กลับกลายเป็นความไม่อยากจะเชื่อ
“ฮึ่ย…” เซวียนหยวนจิ้งหันหน้าหนี และต้องการจะผลักจ้าวอู่เจียงออกไปด้วยความเขินอาย
จ้าวอู่เจียงโอบศีรษะของเซวียนหยวนจิ้งเอาไว้ด้วยมือข้างซ้าย กอดเรือนร่างที่งดงามของนางด้วยมือข้างขวา และจูบนางอย่างร้อนแรง
เซวียนหยวนจิ้งดิ้นรนพร้อมกับส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ พร้อมใช้มือดันหน้าอกของจ้าวอู่เจียง แต่ห้วงความคิดพลันว่างเปล่าไปชั่วขณะ ลมหายใจร้อนอุ่นแทบจะทำให้นางละลาย บางส่วนของความคิดบอกว่าในเมื่อนางกับเขารักกัน แล้วทำไมต้องปฏิเสธด้วยเล่า?
แต่ก็ยังมีความคิดอีกฝ่ายหนึ่งโต้แย้งขึ้นมาว่านางไม่ควรทำเช่นนี้ ยิ่งมีความรักลึกซึ้งมากเพียงใด ในภายภาคหน้าก็ยิ่งเสียใจและเจ็บปวดมากเท่านั้น
เซวียนหยวนจิ้งรู้สึกได้ถึงลิ้นที่อ่อนนุ่มของจ้าวอู่เจียง มันไม่ได้แห้งผาดอย่างก่อนหน้านี้อีกแล้ว แต่กลับเต็มไปด้วยความชุ่มฉ่ำ และการเคลื่อนไหวของลิ้นที่นุ่มนวลนี้ยากต่อการต้านทานเล็กน้อย
เซวียนหยวนจิ้งรีบผลักหน้าอกของจ้าวอู่เจียง ริมฝีปากพลันแยกออกจากกัน น้ำลายเหนียวยืดยาวตามมาราวกับเส้นด้ายสีใส
เซวียนหยวนจิ้งหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ริมฝีปากสั่นระริก นางต้องการจะต่อว่า ด่าทอ หรือพูดอะไรสักอย่าง แต่เมื่อคำพูดเหล่านั้นมาถึงริมฝีปาก นางก็ต้องเงียบลงด้วยความเขินอาย ใบหน้าที่งดงามแสดงออกถึงความโกรธแค้นมากขึ้น หัวใจเต้นเร็วอย่างเห็นได้ชัด
จ้าวอู่เจียงถูกผลักจนหงายหลังและล้มลงไปบนพื้นห้อง เขาระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข แต่แล้วก็เริ่มไอออกมา พลางรู้สึกแน่นหน้าอกและหายใจลำบาก ผลข้างเคียงจากอาการบาดเจ็บสาหัสเริ่มแผลงฤทธิ์ออกมา
เซวียนหยวนจิ้งขมวดคิ้วด้วยความกังวล นางรีบขยับเข้ามาดูและถามด้วยความห่วงใย
“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”
คิดไม่ถึงเลยว่าจ้าวอู่เจียงจะหยุดไออย่างกะทันหัน และดึงนางเข้าไปกอดอยู่ในอ้อมแขนหน้าตาเฉย
“ปล่อยข้านะ!”
ผ่านไปประมาณชั่วชงน้ำชาสองถ้วยแล้ว
เซวียนหยวนจิ้งลุกขึ้นจากอ้อมอกของจ้าวอู่เจียงเงียบ ๆ แววตาของนางยังคงปรากฏความหวั่นไหว
แต่จังหวะที่กำลังจะก้าวออกไปจากห้อง นางก็รู้ตัวว่าหน้ากากมนุษย์ได้ถูกปลดออกไปแล้ว ดังนั้นจึงรีบค้นหาด้วยความร้อนใจ เมื่อพบว่ามันถูกวางทิ้งไว้อยู่บนเตียง เซวียนหยวนจิ้งก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันกลับมาจ้องจ้าวอู่เจียงที่กำลังนั่งยิ้มแฉ่ง หลังจัดการแปลงโฉมของตนเองเสร็จเรียบร้อย นางก็เดินออกไปจากห้องของเขาในที่สุด
เมื่อกลับมาถึงห้องบรรทมของตนเอง แม้ภายในห้องจะมีเตาไฟ แต่ฮ่องเต้หญิงกลับรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาเล็กน้อย
หม้อใบหนึ่งถูกตั้งอยู่บนเตาไฟขนาดเล็ก ฝาหม้อกำลังสั่นสะเทือนไม่หยุด
เซวียนหยวนจิ้งจ้องมองด้วยความพิศวง ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้ม แต่หน้ากากมนุษย์ทำให้ยากจะสังเกตเห็น
โฉมงามขมวดคิ้วและรู้สึกเป็นกังวล ก่อนจะถอนหายใจออกมา
หิมะด้านนอกโปรยปรายลงมาอีกครั้ง นางไม่พูดคำใด ปล่อยให้สายลมและหิมะกลบฝังความรู้สึกทั้งหมดในหัวใจกลับลงไปดังเดิม

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า