บทที่ 308 ขออภัยที่ข้ามาช้า
หลี่ชานซีเพิ่มแรงกดมีดสั้นที่ลำคอมากขึ้น
กลุ่มอันธพาลได้แต่ร้องอุทานและสบถ
สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นต่อไปก็คือลำคอของหญิงสาวถูกตัดขาด พร้อมกับโลหิตพุ่งกระฉูดออกมา
ทว่าเหตุการณ์นั้นยังไม่ทันได้เกิดขึ้น
บัดนี้หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ปรากฏว่ามือที่กำลังถือมีดของนางสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ คล้ายกับว่ามีพลังที่มองไม่เห็นกำลังพยายามแงะนิ้วมือของนางออกมาจากด้ามจับมีด และในที่สุดมีดสั้นในมือของนางก็ร่วงลงพื้น
ประกายความสิ้นหวังในแววตาของหลี่ชานซีชัดเจนมากยิ่งขึ้น อย่าบอกนะว่าในกลุ่มอันธพาลมียอดฝีมือเร้นกายอยู่? พวกมันไม่ยอมแม้แต่จะให้นางตายเชียวหรือ?
กลุ่มอันธพาลมีสีหน้าสงสัย พวกมันกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าจู่ ๆ เกล็ดหิมะก็โปรยปรายลงมา อุณหภูมิรอบกายลดลงทันที พวกมันรู้สึกหนาวเย็นไปถึงไขสันหลัง
“ขออภัยที่ข้ามาช้า”
น้ำเสียงนุ่มนวลคล้ายกับสายลมช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิดังขึ้น
ดวงตาของหลี่ชานซีสั่นไหว ขณะนี้มีบุรุษหนุ่มผู้สง่างามคนหนึ่งกำลังเดินฝ่าม่านหิมะตรงเข้ามาในบ้านของนาง
บุรุษหนุ่มผู้นี้สวมเสื้อคลุมสีดำประดับดิ้นเงินลวดลายเมฆา บนศีรษะสวมกวานหยก ใบหน้าหล่อเหลาจนต้องตกตะลึง
หลี่ชานซีเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ นางไม่เคยเจอตัวจริงของเขามาก่อน แต่ก็เคยเห็นผ่านภาพวาดมาแล้ว
บุรุษหนุ่มขออภัยและไม่สนใจกลุ่มอันธพาล เขาเดินตรงเข้ามาหาหญิงสาวผู้ที่กำลังหวาดกลัว ทันใดบุรุษหนุ่มถอดเสื้อคลุมตัวหนาออกมาคลี่คลุมให้แก่หญิงคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า
“เจ้าเป็นน้องสาวของท่านพี่หยวนเจิ่งใช่หรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำถามที่นุ่มนวล หลี่ชานซีก็รู้สึกแสบจมูกขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล น้ำตาของนางไหลออกมา ในที่สุดนางก็พบคนที่ยินดีปลอบใจนางแล้ว
จ้าวอู่เจียงยังคงนิ่งเงียบ ดึงหลี่ชานซีเข้ามาสวมกอด นางไม่ได้ขัดขืน แต่กลับร้องไห้อยู่ในอ้อมอกของจ้าวอู่เจียง
กลุ่มอันธพาลรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล พวกมันไม่รู้เลยว่าบุรุษหน้าตาหล่อเหลาผู้นี้เป็นใครและมาจากไหน แต่สิ่งที่ทำให้พวกมันเป็นกังวลก็คือคำพูดของบุรุษหนุ่มต่างหาก
เทพเซียนผู้สามารถควบคุมความเป็นตายของมนุษย์ด้วยปลายนิ้วมือ
“เกิดใหม่ชาติหน้าจงทำตัวให้ดีขึ้นกว่านี้เถิด” จ้าวอู่เจียงพูดออกมาเพียงเท่านั้น ประตูตรงซุ้มหน้าบ้านก็ถูกสายลมกระแทกปิดดัง ‘ปัง!’
ร่างของกลุ่มอันธพาลพลันระเบิดกระจาย ม่านหมอกเลือดโปรยปรายไปกับเกล็ดหิมะ และร่วงหล่นสู่พื้นดินอย่างรวดเร็ว
บัดนี้หลี่ชานซีพบว่าตนเองกำลังอยู่ในอ้อมแขนของบุรุษที่นางชื่นชมและหลงรักมานานแล้ว
หญิงสาวร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนของจ้าวอู่เจียง หยดน้ำตาเปียกชุ่มไปทั่วหน้าอกของเขา ชายหนุ่มปลอบโยนนางอย่างแผ่วเบา ก่อนจะปล่อยให้นางได้กอดแน่นมากขึ้นและมากขึ้น
จากนั้นจ้าวอู่เจียงพานางเข้าไปในบ้าน
หิมะยังคงตกลงมาไม่หยุดยั้ง และหญิงสาวก็ยังคงร้องไห้ไม่หยุดเช่นกัน
ผ่านไปอึดใจใหญ่ หลี่ชานซีก็ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ก่อนจะก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย นางไม่กล้ามองหน้าของจ้าวอู่เจียงและไม่รู้อีกแล้วว่าควรจะพูดอย่างไรดี

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า