บทที่ 328 เอ่ยคำสาบาน
เนื้อหาที่อยู่ในคัมภีร์ปรสูตรมีความน่าตกตะลึงจริง ๆ
จ้าวอู่เจียงพลิกหน้ากระดาษของคัมภีร์ที่อยู่ในมือ
ตัวอักษรบนหน้ากระดาษคล้ายมีชีวิต กระโดดเข้าสู่ดวงตาที่ลึกล้ำราวกับท้องฟ้ายามราตรีของเขาไม่หยุดหย่อน
ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าวิชาเต๋าเหล่านั้นกำลังแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย
เพียงครึ่งชั่วยาม จ้าวอู่เจียงก็อ่านคัมภีร์ปรสูตรจบลง เขาหลับตาและนึกทบทวนเนื้อหาอย่างละเอียด ก่อนจะนั่งสมาธิคล้ายกับเป็นนักพรตที่แก่ชรา
เนื้อหาในคัมภีร์ไหลเวียนอยู่ในสมองราวกับสายน้ำ จ้าวอู่เจียงพยายามจดจำทุก ๆ ตัวอักษรให้ประทับลงในจิตใจ
ผ่านไปชั่วชงน้ำชาหนึ่งถ้วยจ้าวอู่เจียงก็ลืมตา ดวงตาของเขาเป็นประกายเยือกเย็นและลุ่มลึก ชายหนุ่มจ้องมองผู้คนรอบกาย แต่กลับทำสีหน้าเหมือนได้เจอโลกใบใหม่
เนื่องจากภาพที่เขาเห็นในขณะนี้เป็นโลกแห่งสีสันอันหลากหลาย ตนสามารถมองเห็นปราณที่ลอยออกมาจากร่างกายของทุกคนได้อย่างชัดเจน ปราณเหล่นี้แบ่งแยกสีสันตามเจ็ดอารมณ์หกความปรารถนา ประกอบไปด้วยสีแดง สีส้ม สีเหลือง สีเขียว สีน้ำเงิน สีคราม สีม่วง สีขาวกับดำ และอื่น ๆ
สีสันเหล่านั้นล่องลอยคล้ายละอองน้ำ ปกคลุมอยู่รอบกายทุกคน อีกทั้งสีสันพวกนี้ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
“วิชาเพ่งปราณสินะ?” พวกผู้อาวุโสลำดับสามหันมองหน้ากัน เพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม จ้าวอู่เจียงก็สามารถใช้วิชาเพ่งปราณได้แล้วหรือ? เขาทำได้อย่างไร?
หรือว่าบุรุษผู้นี้จะมีวาสนาผูกพันกับสำนักเต๋าจริง? และกระทั่งตอนนี้จ้าวอู่เจียงก็ยังคงจ้องมองผู้คนจำนวนมากอยู่ เขาสามารถทนรับไหวได้อย่างไร?
ผู้อาวุโสใหญ่หรี่ตาลงเล็กน้อย ดวงตาแก่ชราไม่ได้มีความขุ่นมัวอีกต่อไป แต่กลับปรากฏความลึกล้ำดั่งมหาสมุทร
เขารู้ว่าหยางเมียวเจิ้นคง ‘แอบสอน’ จ้าวอู่เจียงมาก่อนล่วงหน้าแล้ว แต่เมื่อได้เห็นความชำนาญในการใช้วิชาเพ่งปราณของจ้าวอู่เจียง นี่นับว่าอีกฝ่ายเป็นผู้มีพรสวรรค์น่าตกตะลึงอย่างแท้จริง
ศิษย์พี่? นี่คือเหตุผลที่ท่านให้ข้าทำเช่นนี้ใช่หรือไม่? ผู้อาวุโสใหญ่ถอนหายใจออกมา
แม้บรรดาลูกศิษย์ภายในสำนักจะรู้ตัวช้าเล็กน้อย แต่เมื่อพวกเขารู้ตัวแล้ว ทุกคนก็ทราบว่าจ้าวอู่เจียงกำลังใช้วิชาเพ่งปราณอยู่
ในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม จ้าวอู่เจียงก็สามารถเรียนรู้และใช้งานวิชานี้ได้แล้วหรือ?
แม้ว่าวิชาเพ่งปราณจะง่ายต่อการเริ่มต้น แต่มันก็ไม่สมควรง่ายถึงขนาดนี้ไม่ใช่หรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น เวลาที่พวกเขาใช้วิชาเพ่งปราณ ดวงตาจะปรากฏความผิดปกติขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ดวงตาของจ้าวอู่เจียงกลับยังเป็นปกติดีทุกอย่าง คล้ายกับว่าเขายังไม่ได้ใช้วิชาเพ่งปราณและไม่ได้ใช้วิชาเต๋าใด ๆ เลย
“ขอบคุณผู้อาวุโสมากขอรับ”
ผู้อาวุโสใหญ่ดึงสติกลับมา ก่อนจะถอนหายใจด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลาย พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า
“จ้าวอู่เจียง เจ้าสามารถผ่านบททดสอบทั้งสามด่านได้เรียบร้อยแล้ว เรื่องการแต่งงานของเจ้ากับธิดาเทพของพวกเราไม่ถือว่าเป็นการขัดกับกฎระเบียบของสำนักอีกต่อไป ท่านสามารถแต่งงานกับนางได้ตั้งแต่บัดนี้ แต่ข้าอยากจะเตือนท่าน เมื่อเอ่ยคำสาบานแล้ว หากท่านละเมิดคำสาบานเมื่อไหร่ วิญญาณของท่านก็จะถูกทำลายทันที”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า
ดวงตาของหยางเมียวเจิ้นเป็นประกายระยิบระยับ ชุดเสื้อคลุมของนางพริ้วไหว หญิงสาวเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่เคียงข้างจ้าวอู่เจียงอย่างงามสง่า ก่อนจะเริ่มต้นทำการสาบานต่อรูปปั้นของเทพเจ้าเซวียนอูในห้องโถงใหญ่แห่งนั้น
เสียงของนางอ่อนหวานนุ่มนวล ทว่าก็แอบสั่นเครืออย่างความสุข
ไม่ว่านางพูดอะไรออกมา จ้าวอู่เจียงก็จะพูดตามทุกถ้อยคำ
บัดนี้ทั้งสองคนคุกเข่าอยู่บนเบาะรองนั่ง ดวงตาจ้องมองไปยังรูปปั้นของเทพเจ้าเซวียนอู ทั้งคู่ไม่ต่างไปจากคู่รักนักพรต หรือไม่ก็เป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่มาประกอบพิธีเคารพฟ้าดิน
กลุ่มคนที่อยู่รอบ ๆ นิ่งเงียบ และบางคนก็ถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า