เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 349

บทที่ 349 ความรู้สึกของเด็กสาว

“ท่านพี่อู่เจียง ท่านเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ?”

เสียงที่อ่อนหวานพลันดังขึ้นด้านหลังจ้าวอู่เจียง

หลี่ชานซีเดินเข้ามาอย่างช้า ๆ

นางยืนถือร่มกระดาษอยู่ตรงนั้นได้พักใหญ่แล้ว เมื่อเห็นว่าจ้าวอู่เจียงกำลังขีดเขียนพื้นหิมะด้วยหน้าตาเคร่งขรึมจริงจัง นางจึงไม่กล้ารบกวน

บัดนี้เมื่อเห็นชายหนุ่มลุกขึ้น ทว่ายังมีท่าทางไม่สบายใจ หลี่ชานซีจึงอดรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้

จ้าวอู่เจียงเป็นผู้มีพระคุณสำหรับตระกูลหลี่ของนาง และยังเป็นผู้ที่ช่วยชีวิตนางจากการรังแกของอันธพาลข้างถนนอีกด้วย

ก่อนหน้านี้หลี่ชานซีมีความคาดหวังในตัวของจ้าวอู่เจียงจากคำบอกเล่าของหลี่หยวนเจิ่งผู้เป็นพี่ชายอยู่ก่อนแล้ว อีกทั้งนางยังเคารพและชื่นชมเขาในฐานะคนดังแห่งนครหลวงด้วย ดังนั้นในขณะนี้หญิงสาวจึงมีความเคารพรักจ้าวอู่เจียงจนหมดหัวใจ

ทั้งยังมีความรู้สึกเทิดทูนเขาอีกด้วย

วันนี้หลี่ชานซีสวมเสื้อคลุมปักลายดอกเหมยทับกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อน ชายกระโปรงปักลวดลายด้วยเส้นด้ายสีเงิน สีชมพู และสีม่วง ทำให้หลี่ชานซีดูสดใสมากขึ้น

ทรงผมของนางจัดแต่งใหม่ด้วยความช่วยเหลือของซูฮัวอี บัดนี้หน้าผากมีผมหน้าม้าปิดลงมา เส้นผมบริเวณสองข้างของศีรษะมัดเป็นเปียสองเส้น ทำให้หลี่ชานซีดูงามบริสุทธิ์ไร้การปรุงแต่ง

หลี่ชานซีถือร่มกระดาษอยู่ในมือและค่อย ๆ เดินเข้ามาหาจ้าวอู่เจียง นางต้องการจะปกป้องเขาจากหิมะที่กำลังตกหนัก

ดวงตาของนางฉายแววกังวลเล็กน้อย ไม่ว่าบุรุษที่อยู่ตรงหน้านางคนนี้กำลังทุกข์ใจเรื่องใด หลี่ชานซีรู้สึกอยากจะช่วยผ่อนคลายให้เขาบ้าง

จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอบอุ่นพลางส่ายหน้า

“ข้ามิได้เป็นอะไร แค่คิดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น”

“เช่นนั้น ท่านพี่อู่เจียงคิดอะไรอยู่บอกข้าได้หรือไม่เจ้าคะ?” หลี่ชานซียกมือขึ้นเล็กน้อย มือขาวผ่องถือร่มกระดาษกันหิมะที่กำลังตกลงมาจากท้องฟ้าให้แก่จ้าวอู่เจียง

แต่ด้วยความที่จ้าวอู่เจียงมีความสูงมากเกินไป นางจึงต้องเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย ทว่าหลี่ชานซีก็ภาคภูมิใจในความงดงามของตนเองมาก

ยามนี้หน้าอกอันใหญ่โตของหลี่ชานซีกำลังสัมผัสกับลำตัวของจ้าวอู่เจียง แม้ดูเหมือนว่านางจะไม่ทันได้สังเกต แต่ใบหน้าของนางกลับกลายเป็นสีแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย

“นับจากนี้ไปฮั่วหรูอี้ กู้เหนียนหยวน ซูฮัวอี และสตรีคนอื่น ๆ ที่อาจจะเพิ่มเข้ามาในอนาคตล้วนเป็นพี่น้องของเจ้าทั้งสิ้น เจ้าไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว พวกเราจะอยู่เคียงข้างเจ้าเอง”

เมื่อหลี่ชานซีได้ยินเช่นนี้ หัวใจของนางก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันตา แต่แล้วนางก็รู้สึกหมดหวัง จนต้องกัดริมฝีปาก มือเรียวบางจับชายเสื้อของจ้าวอู่เจียงแน่น ก่อนที่นางจะกระซิบข้างหูเขา

“ท่านพี่อู่เจียง ขะ… ข้า… ขอเป็น… สตรีของท่านได้หรือไม่เจ้าคะ?”

“คือว่า…” จ้าวอู่เจียงไม่รู้จะตอบอย่างไรดี

แม้ว่าหลี่ชานซีจะยังอายุน้อยไปสักหน่อย แต่นางก็มีหน้าตางดงาม เรือนร่างสมบูรณ์แบบ ให้ความรู้สึกของการเป็นเด็กสาวที่โตเต็มวัย ทว่าก็ยังมีความเป็นเด็กน้อยอยู่ในเวลาเดียวกัน

จริงอยู่ที่จ้าวอู่เจียงเป็นคนชื่นชอบสาวงาม แต่สำหรับหลี่ชานซี เขาเพียงรู้สึกสงสารและเอ็นดูนางเหมือนน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้มีความรู้สึกเฉกเช่นชายหญิงเลยแม้แต่น้อย

“ท่านพี่อู่เจียง ข้าน้อยเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” เมื่อหลี่ชานซีพบว่ามือของจ้าวอู่เจียงสั่นเทาขึ้นมาเล็กน้อย นางก็ปล่อยมือ ยามนี้ดวงตานางแดงก่ำพลันกระซิบเบา ๆ ว่า

“ข้าน้อยขออภัย…”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า