เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 355

บทที่ 355 รายงานสถานการณ์จากชายแดนใต้

กลางดึก

จ้าวอู่เจียงเปิดประตูห้องบรรทมของฮ่องเต้หญิง ก่อนจะคลานขึ้นไปบนเตียงนอนในความมืด

“เจ้าจะทำอะไร?”

เซวียนหยวนจิ้งถามด้วยความขุ่นเคืองใจพลางรีบกระชับผ้าห่มห่อตัว ยิ่งนึกถึงน้ำคาวที่เพิ่งกลืนไปก่อนหน้านี้ไม่นาน นางก็ยิ่งรู้สึกอับอายมากเท่านั้น

จ้าวอู่เจียงเบียดเข้ามาอยู่ข้างกาย โอบกอดนางแนบแน่น ก่อนจะกระซิบว่า

“กระหม่อมคิดถึงฝ่าบาทมากเกินไปจนนอนไม่หลับเลยพ่ะย่ะค่ะ”

ในความมืด เซวียนหยวนจิ้งอดจะยิ้มไม่ได้ แต่ก็ยังคงออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เจ้าห้ามขยับมือและเท้าเป็นอันขาด”

“รับทราบพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวอู่เจียงตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เมื่อมีโฉมงามอยู่ในอ้อมแขน เขาก็หลับตาลง และหลังรู้สึกได้ถึงความเงียบสงบ ในไม่ช้าชายหนุ่มก็หลับไป

หลายวันที่ผ่านมา จ้าวอู่เจียงมีเรื่องให้คิดมากเกินไป แม้ว่าร่างกายของเขาจะแข็งแรงสมบูรณ์ดี แต่จิตใจอยู่ในสภาพเหนื่อยล้า เมื่อได้พบกับความเงียบสงบเช่นนี้จึงหลับใหลไปอย่างรวดเร็ว

เซวียนหยวนจิ้งรู้สึกได้ว่าไม่มีการเคลื่อนไหวเนิ่นนาน จึงหันหน้ามองด้วยความพิศวง ดวงตาของนางเป็นประกายในความมืด จ้องมองจ้าวอู่เจียงซึ่งกำลังหลับใหลอยู่ในความเงียบสงบ

หญิงสาวใช้มือประคองใบหน้าของจ้าวอู่เจียงอย่างนุ่มนวล แววตาที่เย็นชายามกลางวันกลายเป็นแววตาแห่งความอ่อนโยนยามกลางคืน ริมฝีปากบิดตัวเป็นรอยยิ้มที่สามารถพิฆาตใจบุรุษหนุ่มได้อย่างร้ายกาจ

เซวียนหยวนจิ้งยกศีรษะขึ้นอย่างเขินอาย ประทับจูบลงบนริมฝีปากของจ้าวอู่เจียงเบา ๆ ไม่ต่างจากมังกรบินโฉบผิวน้ำ

ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการครองราชบัลลังก์ นางได้โอบกอดคนสำคัญที่สุดของตนอยู่ในอ้อมแขนแล้ว

ช่วงเวลาแห่งฤดูหนาวยาวนาน ท้องฟ้าและพื้นดินถูกหลอมรวมให้กลายเป็นสีเดียวกัน

หิมะตกลงมาจากฟากฟ้าและปกคลุมผืนดินยาวไกลสุดลูกหูลูกตา ทั่วทุกคนแห่งกลายเป็นสีขาวโพลน

ตลอดช่วงเวลาห้าปีที่เซวียนหยวนจิ้งขึ้นครองบัลลังก์ ปีนี้มีหิมะตกหนักมากที่สุด

และวันนี้ก็เข้าสู่วันที่สิบสี่ของเดือนสิบสองแล้ว

ณ ตึกที่ทำการของหกกรมใหญ่

กรมพิธีการรับหน้าที่เตรียมการสำหรับพิธีขอพรในวันพรุ่งนี้ แต่ยังไม่ทันจะได้เริ่มพิธีการใด ๆ ทหารม้าเร็วผู้หนึ่งก็นำจดหมายจากชายแดนใต้มามอบให้แก่เสนาบดีกรมกลาโหมเสียก่อน

“กราบทูลฝ่าบาท มีรายงานสถานการณ์จากเขตชายแดนใต้ส่งมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีกรมกลาโหมยื่นจดหมายฉบับหนึ่งออกมาข้างหน้าด้วยความเคารพ ก่อนจะชำเลืองมองมาจ้าวอู่เจียงเล็กน้อย

เมื่อเห็นว่าจ้าวอู่เจียงยังคงยืนอยู่ข้างกายฮ่องเต้ หัวใจของเขาก็รู้สึกอิจฉาริษยาขึ้นมาทันที

จ้าวอู่เจียงมีสถานะเป็นคนสนิทของฮ่องเต้ แต่บัดนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นมากกว่าคนสนิทเสียแล้ว อีกฝ่ายคล้ายเป็นที่ปรึกษาคู่ใจเสียมากกว่า

มิฉะนั้นแล้วหากเป็นขุนนางทั่วไป ยามฮ่องเต้อ่านจดหมายก็จะต้องขยับออกมายืนให้ไกล ด้วยไม่สามารถเห็นเนื้อความในจดหมายได้เด็ดขาด

สมแล้วที่จ้าวอู่เจียงเป็นยอดอัจฉริยะ แม้แต่หลิวเจ๋อกับตู๋กูอี้เหอก็ยังผูกมิตรสนิทสนมด้วย เสนาบดีกรมกลาโหมได้แต่ถอนหายใจ ยังคงยืนโค้งตัวอยู่หน้าโต๊ะไม้ในความเงียบ

เซวียนหยวนจิ้งอ่านจดหมายจบลงอย่างรวดเร็ว ดวงตาของนางฉายแววเศร้าหมอง

ในการต่อสู้ครั้งแรก แคว้นต้าเซี่ยส่งกองทัพใหญ่ออกไปโจมตีหลายสมรภูมิ เดิมทีหวังว่าจะสามารถเก็บชัยชนะสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้คนได้อย่างมากมาย

คิดไม่ถึงว่าแคว้นหนานเจียงจะส่งสัตว์สงครามที่ไม่เคยมีผู้ใดพบมาก่อนออกมาสู้รบ

สัตว์สงครามเหล่านั้นประกอบไปด้วยเสือ สิงโตและหมีดำ ทั้งหมดล้วนสวมชุดเกราะ ลิงถือหน้าไม้ นกอินทรีย์ทิ้งก้อนหินจากกลางอากาศ และอีกมากมายนับไม่ถ้วน

ในขณะที่ทหารของแคว้นต้าเซี่ยเพียงนั่งอยู่บนหลังม้า เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์สงครามที่แสนดุร้ายเหล่านั้น ยังไม่ทันได้ต่อสู้กัน พวกเขาก็ต้องตกเป็นรองหลายส่วนแล้ว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า