บทที่ 360 ลองดูด้วยตนเอง
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้าและยิ้มอย่างอ่อนโยน
“เมื่อครู่ กระหม่อมใช้ดินปืนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
“สิ่งนี้…” ความประหลาดใจบนใบหน้าของเซวียนหยวนจิ้งค่อย ๆ จางหาย และถูกแทนที่ด้วยความปลาบปลื้มที่เพิ่มมากขึ้น
“หากเราพัฒนาต่อไปและนำไปใช้ในสนามรบ นี่ก็จะมีประโยชน์เป็นอย่างมากเลยสินะ?”
“ก็ขึ้นอยู่กับยุคสมัยพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวอู่เจียงนำขวดขนาดเล็กออกมาจากในอกเสื้อ ด้านในขวดบรรจุของเหลวสีดำ ซึ่งก็คือน้ำมันศิลา
เหตุผลที่เขาตอบว่าขึ้นอยู่กับยุคสมัย เป็นเพราะวิวัฒนาการในแต่ละยุคมีความแตกต่างกันไป
ในโลกที่จ้าวอู่เจียงจากมา ดินปืนได้รับการพัฒนาจนถึงขีดสูงสุด แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามากขึ้น จึงมีผู้คนสามารถคิดค้นอาวุธที่มีความรุนแรงมากกว่าดินปืนหลายเท่าขึ้นมามากมาย
ส่วนในยุคดึกดำบรรพ์ สมัยที่ผู้คนยังกินเนื้อดิบและดื่มเลือด อาวุธที่อันตรายที่สุดของพวกเขาล้วนสร้างขึ้นมาจากก้อนหินทั้งสิ้น
หลังจากนั้นผู้คนจึงได้คิดค้นอาวุธที่มีมาตรฐานมากขึ้น อย่างพวกหอกแหลม ดาบ โล่ หน้าไม้ ธนู และอื่น ๆ ซึ่งมีน้ำหนักเบามากกว่าการแบกอาวุธที่ทำมาจากก้อนหิน
ภายในต้าเซี่ยที่จ้าวอู่เจียงกำลังอยู่ในขณะนี้ ความแข็งแกร่งของแต่ละกลุ่มกองกำลังแตกต่างกันออกไป อาวุธที่พวกเขาใช้งานเองก็แตกต่างเช่นกัน มีทั้งการใช้อาวุธปกติไปจนถึงการใช้มนต์คาถา ไสยศาสตร์มนต์ดำและอื่นๆ อีกมากมาย
ดังนั้นการปรากฏของดินปืนจึงจะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน
กาลเวลาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แม้ดินปืนเหล่านี้จะไม่สามารถทำอันตรายผู้ฝึกยุทธ์ หรือหมอผีผู้ใช้มนต์คาถาระดับสูงได้ แต่อย่างน้อยก็จะสามารถทำลายล้างทหารระดับสามัญได้อย่างแน่นอน
จ้าวอู่เจียงเขย่าขวดในมือ ก่อนจะยื่นไปให้เซวียนหยวนจิ้ง ในขวดนี้บรรจุของเหลวสีดำไว้ ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ ว่า
“กระหม่อมจะทำให้ฝ่าบาทได้เห็นถึงวิธีการใช้งานน้ำมันศิลาอีกหนึ่งรูปแบบ และวิธีการนี้ก็จะเป็นกลยุทธ์สำคัญของพวกเราด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
…
ณ ที่ทำการหกกรมใหญ่
ลานฝึกยุทธ์ของกรมโยธาธิการ
เยียนอันเสิ่นผู้เป็นเสนาบดีกรมโยธาธิการกำลังทำการผสมกำมะถัน ดินประสิว และผงถ่านหรือขี้เลื่อยใส่เข้าไปในหม้อดินเผาที่มีขนาดเท่าหม้อใส่น้ำแกงขนาดเล็ก โดยบรรจุทุกอย่างในอัตราส่วนตามที่จ้าวอู่เจียงสั่งเอาไว้ก่อนหน้านี้
เสนาบดีกรมกลาโหมนั่งยอง ๆ อยู่ด้านข้าง พลางยกมือจับคางของตนเองอย่างใช้ความคิด ก่อนจะตัดสินใจถามสิ่งที่ตนเองไม่กล้าพูดออกมายามอยู่ในห้องอ่านตำราของฮ่องเต้
“สิ่งนี้จะมีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงจริง ๆ หรือ?”
“หา?” เยียนอันเสิ่นหยุดชะงักด้วยความประหลาดใจ หม้อใบนี้อัดส่วนผสมทุกอย่างลงไปจนเกือบเต็มแล้ว เหลือแค่ปิดฝาหม้อและลนไฟเท่านั้น
“ถึงมันจะไม่ระเบิด แต่ถ้าใช้หม้อใหญ่กว่านี้แล้วใส่พวกของมีคมลงไปด้วย เราก็จะสามารถนำมันไปใช้กับเครื่องเหวี่ยง เพื่อยิงออกไปทำให้ทหารของศัตรูบาดเจ็บล้มตายได้มิใช่หรือ?”
เสนาบดีกรมกลาโหมแสดงความคิดเห็นออกมา
เยียนอันเสิ่นผู้เป็นเสนาบดีกรมโยธาธิการโบกมือด้วยความหงุดหงิดใจ เขารู้สึกอยู่เสมอว่า เขากับเสนาบดีกรมกลาโหมพูดคุยกันคนละภาษา จึงตะโกนสวนกลับไปว่า
“ท่านคิดว่าตนเองเก่งกว่าใต้เท้าจ้าวหรืออย่างไร? เขารู้ว่าต้องผสมในอัตราส่วนเท่าไหร่และมั่นใจว่ามันจะต้องระเบิดอย่างแน่นอน ข้าเองก็คิดว่ามันต้องได้ผล แม้จะไม่มีการทดลองมาก่อนก็ตาม”
“อีกอย่างท่านคิดมาได้อย่างไร จะให้เราบรรจุสิ่งของลงหม้อดินและส่งไปแดนใต้เพื่อใช้กับเครื่องเหวี่ยงรึ? ถ้าอย่างนั้นหาก้อนหินแถวสมรภูมิรบไปใช้กับเครื่องเหวี่ยงเลยจะไม่สะดวกกว่าหรือไร?”
“จริงด้วยสินะ” เสนาบดีกรมกลาโหมยกมือเกาหัวแกรกพลางนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้นดิน ไม่ได้มีสง่าราศีของการเป็นขุนนางขั้นสามเลยแม้แต่น้อย
ต้องไม่ลืมว่าเขาถูกเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาจากการเป็นมือปราบธรรมดา ไม่เหมือนพวกเยียนอันเสิ่นที่ได้รับการศึกษาระดับสูง เสนาบดีกรมกลาโหมรู้จักเพียงการต่อสู้และเคลื่อนย้ายกำลังพลในสงครามเท่านั้น
กระนั้นเขาก็ยังไม่มีโอกาสได้ลงสู่สนามรบด้วยตนเอง
เยียนอันเสิ่นถือหม้อใส่ดินปืนที่มีขนาดเท่ากับศีรษะมนุษย์อยู่ในมือ พร้อมกับอธิบายด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม
“แม้หม้อนี้จะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่ถ้าระเบิดขึ้นมา รับรองว่าจะมีรัศมีการทำลายล้างราวหนึ่งจั้งเลยทีเดียว…”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า