เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 373

บทที่ 373 เจี๋ยอี

สายลมพัดพาหิมะเข้ามาด้านในตำหนักหย่างซิน

แขนเสื้อของชายชราโป่งพอง สายลมหอบหิมะม้วนตัวอยู่ด้านหลังของเขาคล้ายมังกรขนาดใหญ่ พลังทั้งหมดหลอมรวมอยู่ที่ฝ่ามือ ชายชรากางอาณาเขตพลังกักขังให้จ้าวอู่เจียงไว้ตรงกลางอย่างรวดเร็ว

ทันใดจ้าวอู่เจียงปลดปล่อยปราณกระบี่ออกไปจากปลายนิ้วมือ พยายามทำลายวงล้อมพลังที่ชายชรากักขังตนไว้

หิมะที่ถูกสายลมพัดพาเข้ามาด้านในตำหนักหย่างซินลอยปั่นป่วนอยู่ในอากาศ พวกมันสั่นไหวเล็กน้อย ความเฉียบคมไม่ต่างไปจากใบมีดที่พร้อมจะโจมตีตลอดเวลา

จ้าวอู่เจียงสัมผัสได้ว่าปราณกระบี่ของตนคงไม่สามารถปลดปล่อยออกไปได้เกินรัศมีสามจั้ง ทำให้เป็นเรื่องยากต่อการโจมตีฝ่ายตรงข้าม

แม้จ้าวอู่เจียงจะยังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดออกไป แต่เขาทราบดีว่าชายชราก็ยังไม่ได้แสดงฝีมือทั้งหมดออกมา ชายชราเพียงต้องการสยบเขาเท่านั้น

“เฮอะ” ชายชราในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มหัวเราะเบา ๆ …บุรุษหนุ่มชุดดำผู้นี้ทำให้เขาตะลึงไม่น้อย ถึงขั้นสามารถรับการโจมตีได้เช่นนี้ แสดงว่าคงฝึกฝนวิชาบู๊มาพอสมควร

การโจมตีเมื่อครู่ของเจี๋ยอี หากไม่ได้อยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ย่อมไใ่สามารถถต้านทานได้เด็ดขาด หรือต่อให้อยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสามัญก็อาจกระดิกตัวได้ด้วยซ้ำ

“ใต้เท้า ใต้เท้าจ้าว” ร่างของคนผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ปรากฏว่าเป็นเจี๋ยสือจิ่ว

เจี๋ยสือจิ่วเพิ่งพบว่าเจี๋ยอีเดินทางเข้าสู่วังหลวงแล้ว ดังนั้นเขาจึงรีบมาทักทาย แต่ยิ่งเข้าใกล้ตำหนักหย่างซินมากเท่าไหร่ ฝีเท้าของเขาก็ถูกกดดันจนเชื่องช้าลงเท่านั้น

ตอนเจี๋ยสือจิ่วมาถึง เขาสัมผัสได้ถึงพลังแรงกล้าที่แผ่ออกมาจากด้านในตำหนัก เจี๋ยสือจิ่วเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างทันที …เจี๋ยอีคงพบใต้เท้าจ้าวในตำหนักหย่างซิน และเขาเข้าใจผิดคิดว่าชายหนุ่มเป็นผู้บุกรุก

เมื่อคิดได้ดังนี้เจี๋ยสือจิ่วปลดปล่อยลมปราณ รีบพุ่งเข้ามาในตำหนักหยางซินด้วยความร้อนรน เมื่อเห็นว่าแม้ทั้งสองฝ่ายจะกำลังเผชิญหน้ากัน แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เจี๋ยสือจิ่วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลางอธิบายว่า

“ผู้อาวุโส บุรุษตรงหน้าท่านมีนามว่าจ้าวอู่เจียง และใต้เท้าจ้าวเองก็โปรดหยุดมือก่อน ผู้อาวุโสตรงหน้าท่านเป็นหัวหน้าหน่วยองครักษ์มังกรและเป็นฝ่ายเดียวกับพวกเราขอรับ”

“เจ้าหรือคือจ้าวอู่เจียง?” ชายชราในชุดเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มชักมือกลับ จ้องมองจ้าวอู่เจียงพลางหรี่ตาลงเล็กน้อย

นอกจากนี้ข้อมูลที่เจี๋ยเอ้อร์ซานเคยเล่าเกี่ยวกับเจี๋ยอี หากข้อมูลเหล่านั้นเป็นความจริง เจี๋ยอีผู้นี้ก็มีอายุมากกว่าหนึ่งร้อยปี ความแข็งแกร่งของเขาย่อมไม่เป็นรองผู้ใด

หากเจี๋ยอีมีอายุมากกว่าร้อยปี นี่ก็หมายความว่าชายชราทำงานรับใช้ฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าเซี่ยมาถึงสามรุ่นแล้ว สถานะของเขาในราชสำนักจึงควรจะสูงส่งและเป็นคนที่จงรักภักดีเป็นอย่างยิ่ง

เจี๋ยอีไม่ได้สวมหน้ากาก ชายชราเปิดเผยให้เห็นคิ้วขาว หนวดเครายาว ดวงตาเย็นชา และสีหน้า…ที่ขณะนี้อ่อนโยนมากขึ้นแล้ว เจี๋ยอีพยักหน้าเล็กน้อยเป็นสัญญาณบอกให้เจี๋ยสือจิ่วล่าถอยกลับไป

ภายในใจเจี๋ยสือจิ่วตะโกนขัดค้านทันทีว่า ‘ไม่ได้เป็นอันขาด’ แต่แล้วเขาก็ต้องรีบตั้งสติ ตัดสินใจถอยออกไปเพื่อแจ้งให้ฮ่องเต้ทราบเกี่ยวกับสถานการณ์ในขณะนี้

เมื่อเจี๋ยสือจิ่วถอยไปแล้ว ประตูตำหนักก็ปิดตามหลังทันที

เจี๋ยอียืนเอามือไขว้หลัง สีหน้าเย็นชา เขาค่อย ๆ เดินเข้ามาหาจ้าวอู่เจียง

“ปราณกระบี่ของเจ้ามีทั้งความบริสุทธิ์และความแข็งแกร่ง นี่หมายความว่าเจ้าไม่ได้เป็นขันทีอย่างแน่นอน”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า