บทที่ 375 พูดไม่ได้
หลังจากเซวียนหยวนจิ้งได้รับรายงานจากเจี๋ยสือจิ่ว นางพลันวางจดหมายในมือลง และมุ่งหน้าไปยังตำหนักหย่างซินทันที
เจี๋ยอีเป็นผู้อาวุโสคนสำคัญของแคว้นต้าเซี่ย อีกทั้งยังเป็นหัวหน้าหน่วยองครักษ์มังกร เขาเป็นผู้ฝึกสอนองครักษ์มังกรและมีความจงรักภักดีต่อราชสำนัก ถือเป็นผู้มีอำนาจระดับสูง
เมื่อเจี๋ยอีเข้าใจผิดคิดโจมตีจ้าวอู่เจียง เซวียนหยวนจิ้งจึงกังวลว่าชายหนุ่มอาจจะได้รับบาดเจ็บ
แม้นางจะทราบว่าขอบเขตพลังในขณะนี้ของจ้าวอู่เจียงไม่ได้ต่ำต้อย แต่ขอบเขตพลังของเจี๋ยอีย่อมสูงกว่าชายหนุ่มหลายเท่า
เซวียนหยวนจิ้งรีบเร่งมาจนถึงตำหนักหย่างซิน พลันนางก็ต้องโล่งใจเมื่อพบว่าเจี๋ยอีกับจ้าวอู่เจียงกำลังนั่งพูดคุยกัน ทั้งยังไม่ได้มีท่าทีจะเปิดฉากต่อสู้อีกครั้ง
“กระหม่อมผู้เฒ่าเจี๋ยอีถวายบังคมฝ่าบาท ขอให้ฝ่าบาทอายุยืนหมื่นปีหมื่นหมื่นปี” เจี๋ยอีก้มศีรษะลง ประสานมือทำความเคารพอย่างนอบน้อม
จ้าวอู่เจียงเองลุกขึ้นยืนทำความเคารพเช่นกัน
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ”
“พวกท่านทำตัวตามสบายเถอะ”
เซวียนหยวนจิ้งพยักหน้า เจี๋ยอีขยับออกไปยืนด้านข้างทันที ตอนนี้ฮ่องเต้หญิงไม่ได้สบตาจ้าวอู่เจียง เพียงเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งและถามด้วยท่าทางขึงขัง
“เจี๋ยอี ท่านมีเรื่องสำคัญใดจะมารายงานหรือ?”
“กราบทูลฝ่าบาท ในไม่ช้าจะมีองครักษ์มังกรอีกยี่สิบสองนายเดินทางมายังนครหลวง องครักษ์มังกรกลุ่มนี้ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดี กระหม่อมสามารถรับประกันความจงรักภักดีของพวกเขาได้พ่ะย่ะค่ะ”
เจี๋ยอียังคงโค้งตัวลงเล็กน้อย เขามีความจงรักภักดีต่อราชสำนัก ไม่ว่าเขาจะมีขอบเขตพลังสูงส่งมากเพียงใด ชายชราก็รู้ดีว่า ฮ่องเต้สูงส่งกว่าขุนนาง
“ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักของท่าน” เซวียนหยวนจิ้งผ่อนลมหายใจ
เจี๋ยอีผู้มีคิ้วและหนวดเคราสีขาวยกริมฝีปากเป็นรอยยิ้ม
“นับเป็นเกียรติสำหรับกระหม่อมที่ได้ทำงานรับใช้ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
“หากไม่มีอะไรแล้ว เช่นนั้นท่านก็ออกไปได้แล้ว” ดวงตาของเซวียนหยวนจิ้งฉายแววสุขุม
“พ่ะย่ะค่ะ” เจี๋ยอีโค้งตัวลง ถอยออกไปจากตำหนัก ทว่าในจังหวะนั้นก็ไม่ลืมหันมองจ้าวอู่เจียงอีกครั้งด้วยแววตาลุ่มลึก
หลังจากประตูปิดลงเรียบร้อย เซวียนหยวนจิ้งก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และถามจ้าวอู่เจียงอย่างเป็นกังวลว่า
“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”
จ้าวอู่เจียงยิ้ม ส่ายหน้าตอบกลับไปด้วยแววตาอ่อนโยน เขามองเซวียนหยวนจิ้งพลันก็นึกถึงเนื้อหาในจดหมายตอบกลับของหยางเมียวเจิ้น
หากไม่สามารถแก้คำสาปได้ เซวียนหยวนจิ้งจะมีชีวิตอยู่ได้อีกหนึ่งร้อยวันเท่านั้น และนางก็จะต้องเสียชีวิตในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิปีหน้า
ไม่ทราบเลยว่าผ่านไปนานเพียงใด บัดนี้ริมฝีปากของเซวียนหยวนจิ้งกลายเป็นสีแดงเห่อ แล้วริมฝีปากของพวกเขาก็ผละออก กระนั้นก็ยังสบตากันอยู่เนิ่นนาน
ฮ่องเต้หญิงรู้สึกว่าวันนี้จ้าวอู่เจียงทำตัวอ่อนหวานและเร่าร้อนผิดปกติ…
เซวียนหยวนจิ้งไม่สามารถอธิบายความรู้สึกนี้ได้เลย แต่นางรู้ว่าในหัวใจของชายหนุ่มมีเรื่องราวบางอย่างรบกวนอยู่ เช่นเดียวกับที่นางเป็นในช่วงเวลาที่ผ่านมา
จากนั้นพวกเขาก็สวมกอดกัน จ้าวอู่เจียงโอบกอดเซวียนหยวนจิ้งแน่นขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายกับว่าต้องการจะหลอมรวมนางให้เป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายตนเอง และจะไม่มีวันปล่อยนางออกไปจากอ้อมกอดเด็ดขาด
“จ้าวอู่เจียง เจ้ากอดข้าเช่นนี้ ข้าเจ็บนะ” เซวียนหยวนจิ้งรู้สึกเจ็บขึ้นมาเล็กน้อย จึงพูดออกไปด้วยความไม่พอใจ
จ้าวอู่เจียงแย้มยิ้มอย่างอบอุ่น คลายอ้อมกอดออกเล็กน้อย
“เซวียนหยวนจิ้ง ข้าจะไม่ปล่อยท่านไป”
เซวียนหยวนจิ้งพลันมองสบเข้าไปในดวงตาของจ้าวอู่เจียง ดวงตาของเขาลึกล้ำราวกับนภาพร่างดารา แววตาปรากฏความเคร่งขรึมจริงจัง เสมือนกำลังเอ่ยคำสาบานต่อคนทั้งแผ่นดิน
หัวใจของเซวียนหยวนจิ้งสั่นไหวด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย และความรู้สึกเหล่านี้ก็กำลังจะกลืนกินนาง
เซวียนหยวนจิ้งคล้ายเห็นภาพนิมิต…ในอีกไม่ช้าแผ่นดินจะถล่ม กระนั้นบุรุษผู้นี้ก็ยืนอยู่เบื้องหน้าซากปรักหักพังทั้งหมด พยายามคุ้ยเขี่ยหาอะไรบางอย่างหรือใครบางคน
…เขาถูกปิดล้อมจากรอบด้าน ทั้งยังอยู่อย่างโดดเดี่ยวและสิ้นหวัง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า