เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 380

บทที่ 380 สถานการณ์สู้รบ

หืม?! ไม่ต้องปิดบังแล้วหรือ? ประกาศออกมาตรง ๆ ได้เลย?

กลุ่มขุนนางล้วนสับสนกับคำพูดของฮ่องเต้ที่ว่า ชอบที่ตนเองกับจ้าวอู่เจียงมีความคิดเห็นตรงกัน พระองค์ผูกพันกับจ้าวอู่เจียงเป็นพิเศษใช่หรือไม่? ไยพวกเขาถึงไม่เคยได้ยินฮ่องเต้กล่าวเช่นนี้กับขุนนางคนอื่น ๆ มาก่อนเลยเล่า?

ไม่ว่าจ้าวอู่เจียงต้องการสิ่งใด ฮ่องเต้ก็จะมอบให้เขาใช่หรือไม่?

กลุ่มขุนนางได้แต่คิดด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ พวกเขาเองก็เคยอยากแบ่งความดีความชอบให้แก่ผู้อื่นบ้างเช่นกัน แต่ติดตรงที่ว่าพวกเขาไม่ใช่จ้าวอู่เจียง พวกเขาไม่ใช่คนโปรดของฮ่องเต้ และก็ยังไม่เคยสร้างความดีความชอบใหญ่หลวงสำเร็จมาก่อน

เป็นไปตามคาด ผู้ที่เป็นคนโปรดย่อมได้เปรียบกว่าเสมอ

หลังจากนั้นการรายงานภารกิจต่าง ๆ ของขุนนางคนอื่นก็ดำเนินต่อไป เมื่อการรายงานกิจการทางการเมืองจบสิ้นลง การประชุมขุนนางช่วงเช้าก็ได้เวลายุติเช่นกัน

เมื่อทุกคนแยกย้ายกลับออกมาแล้ว จ้าวอู่เจียง หลิวเจ๋อ ตู๋กูอี้เหอ และหลินหรู่ไห่ก็มาจับกลุ่มพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบทางชายแดนใต้ ทั้งยังคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นยามต้าเซี่ยต้องเผชิญหน้าการโจมตีจากทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันออก

พวกเขาพูดคุยพลางเดินไปบนทางเดินในวังหลวง หิมะโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า เมื่อมองจากระยะไกล คนกลุ่มนี้มีสง่าราศีไม่ต่างไปจาก ‘ไอดอลในตำนานอย่างวงเอฟโฟร์’ เลยจริง ๆ

เสนาบดีกรมโยธาธิการ เสนาบดีกรมกลาโหม และคนอื่น ๆ เดินตามหลังมาอย่างไม่รีบร้อนที่จะแยกย้ายกันไป หูของพวกเขาฟังการปรึกษาหารือเกี่ยวกับสงครามของพวกจ้าวอู่เจียง ในหัวใจต่างก็มีความคิดผุดขึ้นมามากมายหลายประการ

คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่แคว้นต้าเซี่ยจะต้องพบกับการโจมตีทั้งจากแดนเหนือและแดนใต้ในเวลาเดียวกัน

แม้ในขณะนี้กองทัพหนานเจียงจะล่าถอยกลับเข้าป่าไปแล้ว แต่พวกมันจะต้องกลับมาโจมตีอีกครั้งเมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้าอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ พวกเขาก็ได้ทราบมาว่าชาวโพ้นทะเลที่อยู่ห่างไกลออกไปทางแดงตะวันออก ได้รวบรวมกำลังพลเพื่อเตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนกองเรือมาบุกโจมตีต้าเซี่ย เพียงรอรับสัญญาณจากคนทางแดนเหนือหรือแดนใต้เท่านั้น หากรวมชาวโพ้นทะเลแดนตะวันออกนี้ด้วย ก็หมายความว่าแคว้นต้าเซี่ยกำลังจะต้องเจอการโจมตีจากสามทาง

หากดูข้อมูลในบันทึกประวัติศาสตร์ ย่อมพบว่าแคว้นหนานเจียงกับแคว้นต้าเซี่ยทำสงครามกับพวกเขามานานแล้ว จึงรับรู้ความเคลื่อนไหวของกันและกันอยู่ตลอด แต่ในส่วนของชาวโพ้นทะเลที่ยังไม่สามารถหาข้อมูลได้ว่าปัจจุบันมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งมากเพียงใด ทว่าอย่างน้อยก็ควรจะแข็งแกร่งมากกว่าในอดีต

ทางด้านของกลุ่มผู้รอดชีวิตแห่งโหลวหลานทางแดนเหนือ คนกลุ่มนี้มีร่างกายสูงใหญ่และบึกบึนมากกว่าทหารของกองทัพต้าเซี่ย อีกทั้งก็ยังเป็นคนที่กล้าสู้อย่างไม่กลัวตาย หากมีการบุกโจมตีเมืองจูเป่ยเมื่อไหร่ กองทัพแห่งโหลวหลานก็จะหลั่งไหลเข้ามาราวกับสายน้ำจนยากจะต้านทาน

แม้แคว้นต้าเซี่ยจะถูกโอบล้อมจากสามทิศทางและถูกโจมตีในเวลาเดียวกัน แต่พวกเขาก็ยังมีโอกาสชนะ

อย่างเช่น พวกเขาควรชนะการสู้รบในแดนใต้ให้ได้ก่อน จัดการตัดขาดการสื่อสารระหว่างแดนเหนือกับแดนใต้ ตราบใดที่คนเถื่อนแดนเหนือไม่ได้รับสัญญาณจากคนเถื่อนแดนใต้ พวกมันก็ไม่มีทางกล้าลงมือโดยพละการเด็ดขาด

เมื่อเป็นเช่นนี้ ตราบใดที่กองทัพต้าเซี่ยสามารถจัดการแคว้นหนานเจียงได้อย่างอยู่หมัด พวกเขาก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับพื้นที่ทางแดนเหนืออีกแล้ว และเมื่อถึงตอนนั้น การรับมือกับกองทัพโหลวหลานและชาวโพ้นทะเลจากแดนตะวันออกก็ไม่ใช่เรื่องยากลำบากอีกต่อไป

เมื่อเทียบกับข้าศึกที่อยู่ทางแดนเหนือและแดนใต้ ชาวโพ้นทะเลถือเป็นศัตรูที่จัดการได้ง่ายยิ่ง ว่ากันตามข้อมูลในบันทึกประวัติศาสตร์ของแคว้นต้าเซี่ย ชาวโพ้นทะเลมีดีเพียงรังแกคนที่อ่อนแอกว่า ไม่กล้าสู้รบกับผู้ที่มีแข็งแกร่งกว่าตนเอง หากกองทัพต้าเซี่ยสามารถชนะกองทัพหนานเจียง ข่มขวัญชาวโพ้นทะเลให้หวาดกลัวได้สำเร็จ ชาวโพ้นทะเลก็จะทำได้เพียงยืนมองไฟสงครามอยู่ไกล ๆ ไม่กล้าผลีผลามเข้ามาโจมตีต้าเซี่ยอย่างแน่นอน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า