บทที่ 427 โชคชะตาบนเส้นด้าย
เมื่อได้ยินคำถามของลูกศิษย์ จางหลินต้าวก็ก้มหน้าลงเล็กน้อย แววตาลึกล้ำ
ยามสวมชุดนักพรตเก่าขาดเช่นนี้ จางหลินต้าวแทบไม่ต่างจากเศษฝุ่นผงที่ไร้ค่า
“ทุกสิ่งล้วนไม่มีถูกผิด มีแต่สิ่งที่ควรทำกับไม่ควรทำเท่านั้น อยู่ที่ว่าเจ้าจะเลือกอย่างไร”
ชายชราถูฝ่ามือของตนเอง แล้วมือของเขาก็ห่อหุ้มด้วยม่านพลังสีเงินระยิบระยับ เพียงพริบตาเดียวแผ่นยันต์สองแผ่นก็ลอยขึ้นมากลางอากาศ มันเป็นแผ่นยันต์สีเงินที่มีแสงสว่างออกมา
ถ้อยคำของอาจารย์ทำให้หยางเมียวเจิ้นจมลงสู่ห้วงภวังค์ นางรู้ดีว่าอาจารย์กำลังสอบถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของนาง ในแผนการช่วยเหลือฮ่องเต้ของจ้าวอู่เจียง
แผ่นดินต้าเซี่ยกำลังจะถึงคราวล่มสลาย ถ้าจ้าวอู่เจียงต้องการจะช่วยเหลือฮ่องเต้จริง ๆ เขาก็ต้องเจอกับอุปสรรคขวากหนามมากมาย อย่างเช่น การถูกล้อมกรอบด้วยยอดฝีมือระดับเทวะรอบทิศทาง
แม้จ้าวอู่เจียงจะสามารถแก้คำสาปให้ฮ่องเต้ได้สำเร็จ แต่เขาก็คงไม่อาจช่วยเหลือแผ่นดินต้าเซี่ยได้อยู่ดี และนั่นอาจจะเป็นการไปกระตุ้นบรรดาผู้ที่หลับใหลให้ฟื้นขึ้นมาอีกด้วย
หยางเมียวเจิ้นไม่เคยเห็น ‘ผู้หลับใหล’ หรือ ‘เขา’ ที่อาจารย์เอ่ยถึงมาก่อน
แต่หยางเมียวเจิ้นทราบว่า ‘เขา’ ที่หลับใหลนั้นแข็งแกร่งเกินกว่ามนุษย์จะต้านทานได้
“เจ้าศิษย์โง่ ความจริงแล้วในฐานะที่ข้าเป็นอาจารย์ของเจ้า ข้าควรจะต้องให้คำแนะนำกับเจ้าสินะ”
จางหลินต้าวผู้เป็นเจ้าสำนักศรัทธาราษฎรยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะประกบฝ่ามือเข้าหากัน แล้วแผ่นยันต์สีเงินทั้งสองแผ่นก็ระเบิดประกายราวกับสายฟ้าออกมาจากฝ่ามือ ใบหน้าของชายชราซีดขาวอย่างเห็นได้ชัด แต่รอยยิ้มของเขากลับอ่อนโยนมากขึ้น
“จ้าวอู่เจียง เจ้าเด็กผู้นี้ต้องทำตามหัวใจของตนเองอย่างแน่นอน และเขานี่แหละคือจิตวิญญาณของสำนักศรัทธาราษฎรของพวกเรา”
จางหลินต้าวค่อย ๆ ยื่นฝ่ามือออกมาข้างหน้า แผ่นยันต์สีเงินนั้นกลายเป็นก้อนกลมสีเงินส่องแสงสว่างแวววาว ลอยอยู่เหนือฝ่ามือของเขาเล็กน้อย
ครั้นก้อนกลมสีเงินก็ลอยขึ้นจากฝ่ามือของจางหลินต้าว มันลอยสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า ผ่านก้อนเมฆ และสลายหายไปในที่สุด
แผ่นยันต์ที่กลายเป็นดวงไฟสีเงินลอยละล่องไปยังทิศทางของเมืองหลิงหนานที่อยู่ห่างไกลออกไป
จางหลินต้าวถอนหายใจออกมา เขาถูสองมือ พูดอย่างใช้ความคิดว่า
“นี่จึงเป็นเหตุผลที่คนโง่เขลาอย่างเขาจะกลายเป็นคู่ครองของศิษย์โง่ของข้า”
ความรู้สึกบางอย่างจะพัฒนาขึ้นตามกาลเวลาโดยธรรมชาติ ในขณะที่ความรู้สึกบางชนิดจะถูกกระตุ้นด้วยด้ายแดงจากสวรรค์
อย่างเช่นความสัมพันธ์ของจ้าวอู่เจียงกับลูกศิษย์สาวของจางหลินต้าว
แต่จางหลินต้าวไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้หยางเมียวเจิ้นทราบ เขาไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเบื้องลึกใด ๆ ให้นางรู้เลย
จ้าวอู่เจียงตื่นขึ้นมาจากความฝัน
เมื่อเขาตื่นขึ้นมา ชายหนุ่มก็รู้สึกคล้ายกับว่าตนเองได้มาอยู่ในโลกใบอื่น หัวใจของเขาถึงกับเต้นผิดจังหวะ
จ้าวอู่เจียงจ้องมองใบหน้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามภายในห้องมืดสลัว
นี่ไม่ใช่ใบหน้าของความชั่วร้าย แต่เป็นใบหน้าที่ดูขี้เล่นและออกจะดูซื่อบื้อด้วยซ้ำ
คิ้วดกหนา ดวงตาเล็ก ๆ คู่นั้นพยายามเบิกกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ หนวดเคราของอีกฝ่ายปล่อยยาวไร้การดูแล บนใบหน้าปรากฏรอยแผลเป็นให้เห็นสองถึงสามรอย จ้าวอู่เจียงรู้สึกคล้ายกับว่าเคยเห็นคนคนนี้ที่ไหนมาก่อน แต่เขาแค่คุ้นหน้าคุ้นตา ทว่านึกชื่อไม่ออก
“นี่ น้องจ้าว ท่านตื่นแล้วหรือ?” ซงจางจ้องมองสีหน้าตกตะลึงของจ้าวอู่เจียง ก่อนจะยกมือเกาหัวตัวเองและหัวเราะออกมา
ชายหนุ่มหายตะลึงและนึกขึ้นมาได้ว่าคนผู้นี้ก็คือซงจาง นายกองผู้หนึ่งจากกองทัพประจำเมืองจูเป่ยนั่นเอง
ซงจางเข้าใจดีว่าจ้าวอู่เจียงอาจจะเหนื่อยล้ามากเกินไป เพราะต้องเดินทางไกลมาโดยไม่ได้หยุดพัก
ซงจางยกมือเกาศีรษะดังแกรก ๆ แม้เขากับจ้าวอู่เจียงจะอยู่ด้วยกันเพียงลำพังในห้องนี้ แต่ก็ยังอดอมยิ้มและพูดด้วยเสียงกระซิบไม่ได้
“น้องจ้าว ข้าจะพาไปรับประทานของอร่อย ๆ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า