เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 433

บทที่ 433 แผนการและความเปลี่ยนแปลง

ในฐานะว่าวที่ไร้ผู้ควบคุม หลี่เอ้อร์อู่ผู้เป็นสายลับย่อมไม่อาจลืมเลือนคำสัญญาที่ตนให้ไว้แก่มารดาก่อนจะออกมาจากแคว้นหนานเจียงได้

เขาต้องการบดขยี้แผ่นดินต้าเซี่ยให้แหลกเป็นผุยผง เขาจะไม่ทำให้ความทุ่มเทตลอดระยะเวลาอันยาวนานของมารดาต้องเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ เช่นเดียวกับสิ่งที่ชาวเผ่าเสียสละให้เขามาตลอดหลายปี

เขา หลี่เอ้อร์อู่ จะทวงคืนความยิ่งใหญ่กลับสู่เผ่า!

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงหัวเเหยียดหยันสหายสายลับร่วมแผ่นดินเกิดอีกสามคนที่ขอถอนตัวกลับไป

นอกจากนี้หลี่เอ้อร์อู่ยังค้นพบหลักฐานว่า ตู๋กูเทียนชิงไม่ได้ปลอดภัยตามที่มีการรายงานข่าวออกมา มีความเป็นไปได้สูงที่อีกฝ่ายจะไม่สามารถกำจัดพิษออกไปได้หมด และในขณะนี้ก็กำลังใกล้ตายแล้ว

หลายวันที่ผ่านมา ในที่สุดหลี่เอ้อร์อู่ก็ได้รับคำยืนยันว่าบรรดาหมอทหารและหมอผู้เฒ่าจากในเมืองจูเป่ย พวกเขาต่างก็ไร้ความหวังที่จะขับพิษออกไปจากร่างกายของตู๋กูเทียนชิง สังเกตได้จากสีหน้าไม่สู้ดีของหมอทหารทั้งสองท่านนั้น

ไม่ว่านี่จะเป็นจุดจบของแผ่นดินหรือไม่ แต่นี่จะต้องเป็นจุดจบของแผ่นดินต้าเซี่ยอย่างแน่นอน…หลี่เอ้อร์อู่คิดกับตนเองในเวลานั้น

หลี่เอ้อร์อู่จึงวางแผนการอยู่ในใจ เขาและสายลับที่เหลืออยู่อีกสี่คนยังถือว่าแข็งแกร่งมากพอ เขาตั้งใจจะทำการปล่อยข่าวลือ กวนน้ำให้ขุ่น สร้างความสั่นคลอนให้เกิดขึ้นในค่ายทหารของเมืองจูเป่ย

เดิมทีหลี่เอ้อร์อู่วางแผนจะเพิ่มระดับการใส่ไฟและเริ่มปล่อยข่าวลือในอีกวันสองวันนี้ เป็นการกระตุ้นให้ท่านขุนพลราชองครักษ์จ้าวเหยียนซือ ซึ่งมีความบาดหมางอยู่กับตู๋กูเทียนชิงเป็นทุนเดิมลงมือเคลื่อนไหวแย่งชิงอำนาจ

จากนั้นสิ่งที่หลี่เอ้อร์อู่ต้องทำก็คือยืนมองอยู่ด้านหลัง ค่อย ๆ ใส่เชื้อไฟเข้าไปในข่าวลือให้ร้อนระอุขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาต้องการ

แต่คิดไม่ถึงเลยว่าหลี่เอ้อร์อู่ไม่ต้องทำสิ่งใดทั้งสิ้น เรื่องราวกลับดำเนินไปจนกลายเป็นผลลัพธ์ที่เขาต้องการเสียอย่างนั้น นอกจากนี้หลี่เอ้อร์อู่ยังมีโอกาสตัดเสบียงอาหารของกองทัพเมื่อถึงเวลาทำสงครามอีกด้วย

หลังจากวางแผนมาหลายปี หลี่เอ้อร์อู่ไม่เชื่อเด็ดขาดว่าทุกอย่างจะพังทลายลงไปในเวลาเพียงวันเดียว

สุดท้ายนี่ก็เหมือนกับสำนวน ‘สวรรค์ย่อมเมตตาคนที่มีความตั้งใจ’ มิใช่หรือ?!

ใช่แล้ว สวรรค์ย่อมเมตตา… ขณะนี้หลี่เอ้อร์อู่ได้รู้ซึ้งถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของแผ่นดินต้าเซี่ย ถ้าไม่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน แล้วดินแดนแห่งนี้จะมีสำนวนและคำสอนมากมายได้อย่างไร?

หลี่เอ้อร์อู่คิดไม่ถึงเลยว่าพวกของตนเองยังไม่ทันลงมือทำสิ่งใด ก็มีคนเริ่มพูดคุยกันในค่ายทหารจนเกิดเป็นข่าวลือ ว่าตู๋กูเทียนชิงกำลังล้มป่วยอย่างหนัก

ยามนี้แผนการจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย

ตู๋กูเทียนชิงรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง เดิมทีเขาตั้งใจว่าจะกรำศึกสวาทให้ได้สักครึ่งชั่วยาม แต่เพียงชงน้ำชาถ้วยเดียวเท่านั้น เขาก็พ่ายให้แก่การโจมตีของเหล่าโฉมงามแห่งหอสุราไป๋หยวนเสียแล้ว

ในทางกลับกัน นายกองซงจางกลับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาไม่หยุด ตู๋กูเทียนชิงไม่ทราบเลยว่าอีกฝ่ายหัวเราะด้วยความกำหนัด หรือแค่หัวเราะเยาะเย้ยเขากันแน่

เป็นด้วยร่างกายของข้ายังไม่ฟื้นจากอาการเจ็บป่วยหรอก …ตู๋กูเทียนชิงปลอบใจตนเอง ก่อนจะลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า เดินออกมาจากห้อง ทิ้งให้ซงจางอยู่กับโฉมงามทั้งห้าตามลำพัง

เมื่อเขาเดินออกมาจากประตูก็ซวนเซจนเกือบจะล้มลง

เนื่องจากได้ยินคำถามของจ้าวอู่เจียงที่ถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย ความประหลาดใจ และไม่อยากเชื่อว่า

“อ้าว? ท่านพี่เทียนชิง เหตุใดจึงเสร็จเร็วนักล่ะขอรับ?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า