เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 444

บทที่ 444 ก้าวแรกสู่บันไดสวรรค์

เมืองจูเป่ย หอสุราไป๋หยวน ลานด้านหลัง

จ้าวอู่เจียงนั่งอยู่บนม้านั่งหินภายในลานด้านหลัง เขากำลังชื่นชมดอกเหมยในฤดูหนาวและหิมะที่ปกคลุมทั่วลานกว้าง พร้อมกับดื่มสุราร้อนอุ่น

ขณะนี้ แม้เมืองจูเป่ยจะดูเงียบสงบ แต่ในความเป็นจริงนั้นทุกสิ่งทุกอย่างกำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมการขั้นสุดท้ายเพื่อรับมือกับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น

อีกไม่ถึงสิบวัน ฤดูหนาวก็จะจบลงและเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ

ไม่ว่าจะเป็นชาวเผ่าโหลวหลานหรือแคว้นหนานเจียง ทั้งสองเผ่าพันธุ์ต่างก็ให้ความเคารพต่อฤดูใบไม้ผลิเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาต่างบูชาเทพเจ้าประจำฤดูใบไม้ผลิ ที่เชื่อว่าคอยปกป้องคุ้มครองผู้คนและแผ่นดินเกิดมาโดยตลอด

เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึงก็จะเป็นช่วงที่หมาป่าหิมะ หนึ่งในสัตว์สงครามของชาวเผ่าโหลวหลานแข็งแกร่งมากที่สุดของปี

นอกจากนี้ พวกหนอนพิษของฝั่งหนานเจียงก็จะตื่นขึ้นมาจากการจำศีล และกลายเป็นอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงมากขึ้น

เมื่อถึงตอนนั้น แผ่นดินต้าเซี่ยจะต้องรับมือกับการโจมตีอย่างรุนแรงจากทั้งแดนเหนือและแดนใต้

อีกทั้งทะเลที่เป็นน้ำแข็งก็จะละลาย ชาวโพ้นทะเลจะใช้โอกาสนี้ยกกองเรือเข้ามาเทียบชายฝั่ง บุกโจมตีต้าเซี่ยด้วยเช่นกัน

บัดนี้ฤดูใบไม้ผลิยังมาไม่ถึง แต่บรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิได้มาถึงแล้ว เปลวไฟแห่งสงครามอันร้อนแรงลุกโชนไปทุกหนทุกแห่ง

เสียงร้องโหยหวน เสียงหอบหายใจ เสียงกระแทกกระทั้น เสียงดังเอี๊ยดอ๊าด เสียงร้องขอความเมตตา และเสียงหัวเราะเหยียดหยามจากการแข่งขันระหว่างตนเองกับห้องข้างเคียง สรรพเสียงเหล่านั้นต่างลอยตามสายลมมาถึงลานด้านหลังอย่างชัดเจน

จ้าวอู่เจียงส่ายหน้าและยิ้มออกมาเล็กน้อย เขาคิดถึงบรรดาสาวงามและคนสนิทของตนเองยิ่งนัก

ซูฮัวอีผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจ กู้เหนียนหยวนที่มีความงดงามบริสุทธิ์ หลี่ชานซีผู้มีความสดใสของวัยเยาว์ ฮ่องเต้หญิงผู้สง่างามและสูงส่งในวังหลวง และแม่ชีประจำสำนักเต๋าผู้เร่าร้อน…

พวกนางต่างเป็นสตรีที่ได้เจอกับเขาระหว่างเส้นทางแห่งชีวิต…

ภาพของพวกนางชัดเจนอยู่ในจิตใจ จ้าวอู่เจียงระบายลมหายใจยาวแรงออกมา พร้อมรู้สึกคิดถึงบ้านเล็กน้อย

เขาอยากกลับ ‘บ้าน’ ที่อยู่ในนครหลวง

นอกจากนี้เขายังกังวลเรื่องคำสาปของฮ่องเต้หญิง กังวลเกี่ยวกับลูกน้อยในครรภ์ของตู๋กูหมิงเยว่ พวกนางต่างอยู่ห่างไกลออกไปหลายพันลี้ แต่ความกังวลของเขาก็สามารถเดินทางไกลหลายพันลี้ได้เช่นกัน

ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามพลันดังมาจากห้องด้านข้าง เช่นเดียวกับเสียงการท่องคำศัพท์

จ้าวอู่เจียงยิ้มออกมาทันทีและได้แต่ส่ายหน้าอีกครั้ง คิดไม่ถึงเลยว่าซงจางจะตั้งใจเรียนภาษาโหลวหลานจากที่นี่จริง ๆ ถ้ามีความตั้งใจขนาดนี้ ทำไมไม่ไปเรียนในดินแดนของชาวเผ่าโหลวหลานเลยเล่า?

“แบบนี้?”

เสียงในห้องดังมากขึ้นทุกที ถึงกับดังมากกว่าเสียงสายลมที่อยู่ด้านนอกด้วยซ้ำ

จ้าวอู่เจียงส่งเสียงในลำคอ แกล้งทำเป็นหูหนวกต่อเสียงที่ดังออกมาจากภายในห้องด้านข้าง ก่อนจะพยายามจดจ่อสมาธิอยู่กับหิมะที่โปรยปรายลงมาต่อ

ชายหนุ่มเขย่าขวดน้ำเต้าสุราในมือซ้ายเล็กน้อย พร้อมยื่นมือขวาขึ้นไปยังท้องฟ้าสีเทาอย่างเกียจคร้าน เกล็ดหิมะโปรยปรายลงมา เขาตวัดนิ้วเหมือนกับกำลังฟาดฟันกระบี่ นิ้วมือของจ้าวอู่เจียงวาดวนเคลื่อนไหวไม่หยุดยั้ง ราวกับต้องการจะใช้ปราณกระบี่ของตนเองวาดแผ่นยันต์ขึ้นมาจากเกล็ดหิมะเหล่านั้น

จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอบอุ่น พลางรู้สึกได้รับพรจากสวรรค์ แต่ไม่นานมือขวาของเขาก็หยุดชะงัก แล้วแผ่นยันต์หิมะแผ่นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากปราณกระบี่ของเขา มันลอยอยู่ในสายลม และคล้ายกับว่าได้ฝังตัวเข้ากับอากาศเรียบร้อยแล้ว

หลังจากนั้นแผ่นยันต์หิมะก็ค่อย ๆ แตกสลายลงไปทีละเล็กทีละน้อย ปราณกระบี่สลายตัวลงไปด้วยการดูดซับจากฟ้าดิน ทุกสิ่งทุกอย่างคล้ายกำลังจะแตกสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน

แต่ก็มีเสียงปราณกระบี่ระเบิดออกไปอีกครั้ง เมื่อพลังเหล่านี้กระทบกับกลุ่มหิมะก็จะระเบิดกระจาย หิมะที่ปกคลุมอยู่บนพื้นในลานโล่งแห่งนี้ฟุ้งกระจายขึ้นเต็มท้องฟ้า ก่อนจะกลายเป็นจุดสีขาวเล็ก ๆ ลอยอยู่ในอากาศ ไม่ต่างไปจากเศษฝุ่นที่อยู่ใต้แผ่นฟ้าอันกว้างใหญ่…

จ้าวอู่เจียงยกมือขึ้นวาดวนต่อไป ในไม่ช้า เกล็ดหิมะขาวเหล่านั้นก็รวมตัวกันกลายเป็นมังกรหิมะตัวยาวใหญ่บินวนอยู่รอบกายเขา

ชายหนุ่มยกขวดน้ำเต้าสุรากระดกดื่ม เมื่อสุราไหลผ่านลำคอ เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างแรง

นี่คือการใช้ปราณกระบี่เขียนแผ่นยันต์ตามหลักวิชาเต๋า มันสามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปได้อย่างง่ายดายยิ่งนัก

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า