บทที่ 451 ยอมรับแต่โดยดี
จ้าวอู่เจียงจ้องมองเด็กสาวผู้มีดวงตาสดใส ฟันขาวสะอาด ใบหน้านวลผ่อง โดยเฉพาะดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับ ดูชาญฉลาด เจ้าเล่ห์ ขี้เล่นและจริงจัง
ชายหนุ่มยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ย่อมงดงาม”
เด็กสาวคลี่ยิ้มอ่อนหวาน ซุกหน้าลงกับหัวเข่า บางคราคิ้วก็ขมวดมุ่น ไฟร้ายในร่างกายแผดเผาอย่างต่อเนื่อง ทำให้นางรู้สึกไม่สบายตัว ดวงตาเป็นประกายจ้องมองสร้อยเงินที่ข้อมือของตนเองอยู่ตลอด
แม้นางจะตัดสินใจมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่ลึก ๆ ในใจ กู่หลีเขอลี่ยังไม่พร้อมจะหยิบยื่นร่างกายให้แก่บุรุษที่นางรู้สึกคุ้นหน้าตั้งแต่แรกเห็น แต่ไม่ได้รู้จักมักคุ้นกันสักเท่าไหร่
บุรุษผู้นี้มีหน้าตาหล่อเหลา เขาดูดีมากกว่าพวกคนเถื่อนที่ร่างกายสูงใหญ่น่ากลัวไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า
อีกทั้งเขายังพูดจานุ่มนวล กริยาอ่อนหวาน
แต่กู่หลีเขอลี่ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไป
สิ่งนั้นคือพื้นฐานของความรู้สึก
เหตุผลที่นางยอมพลีกายให้แก่ชายผู้นี้ ก็ด้วยต้องการจะรักษาชีวิตเอาไว้
ทว่ายังมีอีกเหตุผลหนึ่งซ่อนเร้นอยู่ กระดิ่งขนาดเล็กที่ห้อยติดอยู่กับสร้อยข้อมือของนางส่งเสียงดังเล็กน้อยตอนที่นางได้สติฟื้นขึ้นมาและเจอกับบุรุษหนุ่มผู้นี้
ตอนกู่หลีเขอลี่จะได้ยินเสียงกระดิ่ง นางก็นึกถึงสิ่งที่ท่านแม่พูดเอาไว้ก่อนขึ้นสวรรค์
หากนางได้เจอบุคคลที่มีความสำคัญต่อชีวิตนางเมื่อใด กระดิ่งบนสร้อยข้อมือจะส่งเสียงดัง ซึ่งมีแต่นางคนเดียวเท่านั้นที่จะได้ยิน
นี่หมายความว่า บุรุษหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้จะเป็นคนสำคัญของชีวิตนาง แต่ในฐานะใดเล่า?
คงไม่ใช่ฐานะบุรุษคนแรกของนางหรอกใช่หรือไม่?
เป็นไปไม่ได้ ในบันทึกทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับแคว้นต้าเซี่ย พวกเขากับชนเผ่าโหลวหลานไม่เคยมีใครตกหลุมรักกันไม่ใช่หรือ? เมื่อความคิดดำเนินมาถึงตรงนี้ รอยยิ้มฝืดฝืนก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของกู่หลีเขอลี่ สีหน้าของนางไม่สู้ดี คล้ายจะเกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดในร่างกาย
บุรุษหนุ่มเงียบงัน คล้ายกำลังรอให้นางพูดอะไรออกมา
เจ้าหมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋นอนอยู่ข้างกองไฟ ดวงตาสีเทาดำของมันเต็มไปด้วยความมึนงงและสงสัย แสดงให้เห็นถึงความโง่เขลาที่บริสุทธิ์ มันไม่ทราบเลยว่าบุรุษหนุ่มกับเด็กสาวกำลังพูดคุยอันใดกัน
และจะเกิดสิ่งใดขึ้นต่อไป?
“ช่างเถอะ ข้ามีนามว่ากู่หลีเขอลี่ ในภาษาของเผ่าเราหมายถึงท้องทะเลแห่งบุปผา แล้วท่านเล่า? ท่านมีนามว่าอันใด?”
เด็กสาวจ้องมองบุรุษหนุ่มใส่ไม้ฟืนเข้าไปในกองไฟ เขานุ่มนวลและสงบสุขุม ทำให้นางรู้สึกสบายใจอย่างอธิบายไม่ถูก
“โฮ่ง (ข้างนอกมีแต่น้ำแข็งกับหิมะ ท่านจะให้ข้าออกไปทำกระไร?)” เสี่ยวไป๋ตะโกนถามกลับ
“ออกไปซะ” เด็กสาวเดือดดาล เส้นผมสีเงินปลิวไสว
เสี่ยวไป๋จ้องมองเด็กสาวและบุรุษหนุ่มด้วยดวงตากลมโตสีเทาดำ ก่อนจะเดินออกไปอย่างช่วยไม่ได้
และตอนที่เดินผ่าน เสี่ยวหง เจ้าม้าที่นั่งคุกเข่าอยู่หน้าถ้ำ เสี่ยวไป๋ก็บอกกับมันว่า
“โฮ่ง (เสี่ยวหง ไปกันเถอะ)”
เจ้าม้าสะบัดใบหน้าเรียวยาว ก่อนจะใช้เท้าดีดเสี่ยวไป๋อย่างแรง
“ฟืด! (เจ้านั่นแหละไป!)”
“เสี่ยวหง เจ้าก็ต้องออกไปเช่นกัน” จ้าวอู่เจียงยิ้มและพูดเสียงเข้ม
เสี่ยวหงลุกขึ้นยืนอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะเดินออกจากถ้ำ ไปสู่พื้นที่ของสายลมกับหิมะอันเหน็บหนาว
เจ้าหมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋ใช้สี่เท้าตะกุยพื้นวิ่งตามมาด้านหลัง มันส่งเสียงเห่าและวิ่งไล่ตามเสี่ยวหง เสี่ยวหงใช้ขาหลังดีดใส่เสี่ยวไป๋ ถึงอีกฝ่ายจะเป็นทายาทของหมาป่าเทพเจ้า แต่เสี่ยวหงก็ทนรำคาญไม่ไหวจริง ๆ
ภายในถ้ำที่อยู่ด้านหลังพวกมัน บุรุษหนุ่มและหญิงสาวค่อย ๆ เคลื่อนเข้าหากันอย่างเชื่องช้า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า