เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 463

บทที่ 463 การพบกัน

สุดท้ายเหล่านักรบแห่งเผ่าอวี้จางก็ตามจ้าวอู่เจียงและเจ้าหมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋ไป ทว่าก็ไม่วายกระชับลูกธนูและดาบโค้งมั่น เตรียมพร้อมต่อสู้อยู่ตลอด

สำหรับจ้าวอู่เจียงผู้มาจากต่างแดน พวกเขาไม่อาจคลายความระมัดระวังลงได้ง่าย ๆ

โดยเฉพาะอาถู่ปู้ เขาไม่เพียงไม่คลายความระแวดระวัง แต่ยังสังเกตทุกการเคลื่อนไหวของจ้าวอู่เจียงไม่วางตาด้วย

เขาจำต้องยอมรับว่าชายหนุ่มต้าเซี่ยนามเจ้าอู่เจียงผู้นี้ เป็นบุรุษรูปโฉมงดงาม ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างสุภาพอ่อนโยน มิได้แสดงท่าทีเป็นศัตรูแม้แต่น้อย

ทว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงรู้ที่อยู่ขององค์หญิงน้อยเล่า? แล้วเหตุใดหมาป่าหิมะถึงได้เชื่องกับคนผู้นี้นัก หรือว่าจ้าวอู่เจียงจะมีความสัมพันธ์อันดีกับองค์หญิงน้อย?

ครั้นคิดเช่นนี้ จิตใจของอาถู่ปู้ก็รู้สึกเป็นปฏิปักษ์กับจ้าวอู่เจียงขึ้นมาทันที กระนั้นเขาก็ไม่ได้คว้าธนูหรือชักดาบโค้งออกมา เพียงนั่งนิ่งอยู่บนหลังม้าเท่านั้น

ยามนี้อาถูปู้มีเพียงความระแวงระวังเพียงความสัมพันธ์ระหว่างจ้าวอู่เจียงกับองค์หญิงน้อย มิได้ระวังภัยคุกคามที่อีกฝ่ายอาจก่อขึ้นอีก

อย่างไรพวกเขาก็มีนักรบผู้ยิ่งใหญ่อย่างทาหนามู่ซัวอยู่ จ้าวอู่เจียงผู้นี้มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับเขา จะก่อเรื่องราวใหญ่โตกระไรได้

คงไม่ต้องกังวัลว่าความสามารถของบุรุษแซ่จ้าวผู้นี้จะเทียบขั้นได้กับนักรบผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าอวี้จาง ด้วยวัยเพียงเท่านี้ เรื่องนี้คงเป็นไปไม่ได้กระมัง

อาถู่ปู้ครุ่นคิดอยู่ในใจ โดยเฉพาะเมื่อสังเกตร่างสูงสง่าแต่ผอมบางของจ้าวอู่เจียงท่ามกลางหิมะ เขาก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงหึในลำคอ

ด้วยร่างกายซูบผอมเช่นนั้น คงรับมือหมัดของเขาไม่ได้แม้แต่หมัดเดียวกระมัง…

อาถูปู้กำหมัดแน่น เหล่านักรบจากเผ่าอวี้จางกับเผ่าจินจางล้วนสูงใหญ่กำยำทั้งสิ้น เมื่อเทียบกับจ้าวอู่เจียงแล้ว ชายผู้นี้ผอมบาง ดูอ้อนแอ้น ท่าทางอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด ถ้าเป็นชาวทุ่งหญ้าของพื้นที่ราบสูง บุรุษรูปร่างแบบนี้ เขาอาถู่ปู้สามารถต่อยล้มได้สามถึงห้าคนด้วยหมัดเดียว!

จ้าวอู่เจียงเดินฝ่าหิมะและพายุ ตามเจ้าเสี่ยวไป๋ที่อยู่เบื้องหน้าไป เจ้าหมาป่าหิมะส่งเสียงหอนอยู่เป็นระยะ ขณะรีบวิ่งมุ่งตรงไปยังถ้ำข้างหน้า

ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงความระแวดระวังและจิตสังหารจากนักรบเผ่าอวี้จางอยู่ตลอด แต่จ้าวอู่เจียงก็ยังคงนิ่งเฉย ไม่สนใจหรือใส่ใจนัก

“พวกเราจะทำเช่นไร ไม่ต้องให้เจ้ามาสั่ง” อาถู่ปู้กล่าว ตอนนี้สีหน้าเขาเย็นชายิ่ง “เจ้าเป็นคนต้าเซี่ย มีสิทธิ์ใดมาแทรกแซงเรื่องราวของเผ่าอวี้จางเรา?”

“ตอนนี้พวกเผ่าจินจางวางแนวล้อมเส้นทางของเผ่าอวี้จางไว้สิ้น พวกเขาจะไม่ยอมให้องค์หญิงของพวกเจ้ากลับเผ่าอวี้จางได้ง่าย ๆ แน่” จ้าวอู่เจียงโต้กลับ

เขาไม่แม้แต่จะมองอาถู่ปู้หรือทำเป็นสนใจ เพียงหันไปพูดกับทาหนามู่ซัว นักรบผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าอวี้จางว่า “องค์หญิงของพวกเจ้าจะอธิบายเรื่องทั้งหมดเอง ส่วนตอนนี้ควรเตรียมตัวออกเดินทางได้แล้ว”

เมื่อเห็นว่าจ้าวอู่เจียงไม่สนใจตน อาถู่ปู้ก็รู้สึกเหมือนโดนดูถูกเหยียดหยาม เขาโกรธจัด อ้าปากเตรียมจะต่อว่า

ทาหนามู่ซัวขมวดคิ้ว โบกมือห้ามอาถู่ปู้ไว้ ทำให้อาถูปู้ต้องก้มหน้าลงด้วยท่าทีอ่อนน้อม ก่อนจะหันไปสอบถามองค์หญิง

องค์หญิงน้อยกู่หลี่เขอลี่มิได้ให้คำอธิบาย นางเพียงขมวดคิ้ว ริมฝีปากสีแดงอิ่มเม้มเข้าหากัน ไม่สนใจกลุ่มนักรบแห่งเผ่าอวี้จางที่อยู่รอบข้างแม้แต่น้อย ตอนนี้มือบอบบางของนางกำชุดคลุมของจ้าวยู่เจียงไว้แน่น ปากเล็ก ๆ ขยับถาม

“เจ้าจะไม่ไปเยี่ยมเผ่าอวี้จางแล้วหรือ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า