บทที่ 467 การปิดล้อม
ตอนนี้อาถู่ปู้เองก็คอยสังเกตโดยรอบอย่างระแวดระวังเช่นกัน
พายุหิมะโหมกระหน่ำ
อาถู่ปู้เหลือบมองจ้าวอู่เจียงเป็นระยะ ๆ
ในใจมีแต่ความเกลียดชังที่โผล่มาจากไหนก็ไม่ทราบ เขาเกลียดจ้าวอู่เจียงที่ตบหน้าและทำลายศักดิ์ศรีของเขา
แต่เขาก็ไม่ได้โง่จนแสดงความเกลียดชังออกมา อาถู่ปู้ซ่อนความเกลียดชังเอาไว้ในใจเป็นอย่างดี
ส่วนเรื่องที่เผ่าจินจางอาจจะส่งคนมาปิดล้อม ฆ่าพวกเขา อาถู่ปู้กลับไม่ค่อยกังวลเท่ากับทหารคนอื่น ๆ
ส่วนเหตุผลนั้นง่ายมาก ด้วยว่าที่นี่มีทาหนามู่ซัว นักรบผู้ยิ่งใหญ่อยู่ และถึงอาถู่ปู้จะเกลียดจ้าวอู่เจียง แต่ก็ต้องยอมรับในความสามารถของอีกฝ่าย และในเมื่อมีนักรบผู้แข็งแกร่งอยู่ด้วยถึงสองคนเช่นนี้ นี่ก็น่าจะเพียงพอต่อการรับมือกับการปิดล้อมไม่ใช่หรือ?
หากตอนนั้นเผ่าจินจางส่งนักรบแกร่งมามาก หรือส่งนักรบสวรรค์มา เขาก็คงต้องยอมจำนน เพราะตัวเขาไม่เพียงแต่มีสหายอยู่ในเผ่าอวี้จาง แต่เขายังรู้จักผู้คนมากมายในเผ่าจินจางด้วย
แต่หากพวกเขาฝ่าการปิดล้อม กระทั่งไปถึงเผ่าอวี้จางเมื่อใด เมื่อนั้นก็นับเป็นเวลาตายของจ้าวอู่เจียง
เขาจะเล่าเรื่องนี้ให้บิดาฟัง แล้วบิดาของเขาก็จะลงมือจัดการเองหรือไม่ก็ขอให้นักรบขอบเขตนักรบสวรรค์ของเผ่าอวี้จางลงมือฆ่าจ้าวอู่เจียงแน่นอน
ไม่เช่นนั้นก็คงยุยงเหล่าสหายและคนในเผ่าอวี้จาง โดยบอกว่าจ้าวอู่เจียงคิดไม่ซื่อต่อองค์หญิง
ส่วนหลักฐานน่ะหรือ?
การที่จ้าวอู่เจียงเป็นคนของราชวงศ์ต้าเซี่ย นี่ก็เป็นหลักฐานชั้นดีแล้ว
อาถู่ปู้เหลือบมองจ้าวอู่เจียงที่กำลังหัวเราะอยู่กับองค์หญิงน้อยอีกครั้ง ตอนนี้เขายังทำได้เพียงเหยียดหยามอยู่ในใจ แล้วเขาก็หันหน้าหนี
ทุ่งน้ำแข็งกว้างใหญ่ไพศาล
ครั้นออกจากเมืองจูเป่ยไปสิบลี้ ก็จะเป็นเขตแดนของเผ่าโหลวหลาน
ก่อนหน้านี้ ตลอดเส้นทางที่จ้าวอู่เจียงออกสำรวจ หากมิได้มาพบกู่หลีเขอลี่ที่ถูกตามล่า เขาก็ไม่พบผู้ใดเลย
หากเผ่าจินจางปรารถนาจะเปิดฉากสงครามกับต้าเซี่ย ก็จำเป็นต้องแก้ไขข้อขัดแย้งกับเผ่าอวี้จางเสียก่อน
แต่เผ่าจินจางในยามนี้ กลับไม่สามารถคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างเผ่าได้ และเมื่อไม่ได้ ก็ต้องชำระสะสางเสีย!
เดิมทีข้อเสนอของเผ่าจินจางที่ให้รวมสายโลหิตระหว่างสองเผ่าเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด แท้จริงแล้วก็เพียงลวงหลอกเผ่าอวี้จาง เท่านั้น
และส่วนหนึ่งก็เป็นความปรารถนาอันเห็นแก่ตัวขององค์ชายผู้นี้
สองสามปีก่อน กงปู้หนีหม่าได้พบกับกู่หลีเขอลี่ องค์หญิงน้อยแห่งเผ่าอวี้จาง ตอนนั้น องค์หญิงยังเยาว์วัยและไร้เดียงสา แต่ก็แลเห็นแววความงามหากเติบโตขึ้นในอนาคตได้อย่างชัดเจน
ครั้นได้พบกันอีกคราเมื่อปีก่อน ทันทีที่ได้เห็นองค์หญิงน้อย กงปู้หนีหม่าก็ตะลึงในความงามจริง ๆ ดวงตาสีน้ำเงินสดใส ส้นผมสีเงินขาวราวกับหิมะ ใบหน้างดงามไร้ที่ติ ราวกับเทพธิดาแห่งสรวงสวรรค์ที่บริสุทธิ์และงดงาม
ด้วยฐานะองค์ชาย เขาได้พบเห็นสตรีในเผ่าจินจางมากมายนัก เขารู้ว่าสตรีงามดั่งนางสวรรค์เช่นองค์หญิงแห่งอวี้จางหาได้ยากนัก จึงเกิดความปรารถนาที่จะได้มาไว้ในอ้อมอก
ด้วยเหตุนี้ ในการพบปะสานสัมพันธ์ เขาจึงได้วางแผน แอบวางยากู่หลีเขอลี่ เพื่อให้ได้สมปรารถนา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า