เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 468

บทที่ 468 ความกังวล

ทันทีที่กงปู้หนีหม่านึกถึงจุดนี้ ไฟแห่งโทสะก็โหมกระหน่ำขึ้นในใจ

เจ้าสัตว์ร้ายที่น่าชิงชังนั่น!

หากมิใช่เพราะหมาป่าหิมะข้างกายองค์หญิงน้อยนั่น เขาคงได้ทำให้นางเชื่อฟัง จนต้องร้องขอความสุขสมจากเขาครั้งแล้วครั้งเล่า และเขาคงไม่ต้องออกจากแคว้นจินจาง มายังสถานที่เหน็บหนาวเช่นนี้

เจ้าหมาป่าหิมะนั่นช่างน่าชังนัก เมื่อองค์หญิงน้อยกำลังจะดื่มน้ำชาใส่ยาพิษ มันก็เห่าหอนโวยวายขึ้นมา

ทำให้องค์หญิงน้อยสังหรณ์ กระนั้นก็สายเกินไป องค์หญิงดื่มน้ำชาผสมยาปลุกกำหนัดเข้าไปก่อนแล้ว และตัวเขา กงปู้หนีหม่า ก็กำลังจะสมปรารถนา

ทว่าก็เป็นด้วยเจ้าหมาป่าหิมะสารเลวตัวนั้นอีก มันสอดตีนเข้ามายุ่ง พาตัวองค์หญิงน้อยหนีไปจนได้

ด้วยความเร็วปานสายฟ้าของมัน ในเผ่าจินจางไม่มีสัตว์ตัวใดตามทัน แม้แต่ลูกธนูที่เหล่านักรบยิงออกไปก็ล้วนพลาดเป้าทั้งสิ้น เจ้าหมาป่าหิมะหลบหลีกได้อย่างหมดจด สุดท้ายก็หนีจากเผ่าจินจางไป

กระทั่งเหล่านักรบกลุ่มหนึ่งมาแจ้งข่าวว่า พวกเขาพบร่องรอยของเจ้าสัตว์ร้ายตัวนั้นกับเหล่านักรบเผ่าอวี้จางกลุ่มหนึ่งทางทิศใต้

และองค์หญิงน้อยก็น่าจะอยู่ที่นั่นเช่นกัน

กงปู้หนีหม่ารู้ดีว่าองค์หญิงน้อยไม่มีทางให้หนี จะไปทางใต้ก็ไม่ได้ หากคิดจะกลับเผ่าอวี้จาง ก็ต้องมาทางนี้เท่านั้น

ทว่าตอนนี้เขาวางกำลังคนไว้มากมาย และในกองกำลังที่สี่นี้ เขาก็ได้วางตัวนักรบผู้ยิ่งใหญ่ไว้เจ็ดคน นักรบสวรรค์อีกหนึ่งคนด้วย เช่นนี้องค์หญิงน้อยกู่หลีเข่อลี่จะหนีไปไหนได้อีกเล่า จะยังมีผู้ใดช่วยเหลือนางได้

หากไม่ฝ่าแนวปิดล้อมที่เขาวางไว้ก็ได้แต่รอความตาย แต่ถ้าฝ่าได้ ก็เท่ากับเดินเข้ามาติดกับดักด้วยตนเอง

ถึงตอนนั้น เขาจะกดองค์หญิงน้อยกู่หลีเข่อหลี่ให้อยู่ใต้ร่าง ทำให้นางกลายเป็นหญิงคลั่งสวาท เหมือนกับสาวงามคนอื่น ๆ ในเผ่าจินจางที่เขาหมายปอง เขาจะทำให้นางเชื่อฟังเขาโดยสิ้นเชิง!

และหากจำเป็นขึ้นมา เขาก็อาจจะลงโทษองค์หญิงน้อยต่อหน้าเหล่าทหารเผ่าจินจาง ทลายความภาคภูมิใจและความเย่อหยิ่งของนางจนแหลกสลาย บดขยี้ศักดิ์ศรีของเผ่าอวี้จางให้ป่นปี้เสีย

ครั้นคิดมาถึงจุดนี้ หัวใจของกงปู้หนีหม่าก็ให้ร้อนรุ่ม เขาเลียริมฝีปากแห้งผาก รู้สึกร้อนใจแทบทนรอไม่ไหวแล้ว

ทันใดเขาก็โบกมือ กองกำลังที่สี่พลันเร่งฝีเท้า มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ ค้นหาศัตรูพร้อมกับหน่วยอื่นๆ

ณ เมืองจูเป่ย

ตู๋กูเทียนชิงโกรธจนหน้าแดง แต่เขาจะทำอะไรได้เล่า? จะให้ลงโทษตามผู้มีวิทยายุทธขอบเขตปรมาจารย์ทั้งสองคนกฎของกองทัพหรือ?

ตอนนี้เขาทำเพียงแต่ภาวนาให้จ้าวอู่เจียงมีแผนสำรอง และได้แต่ปลอบตัวเองน้องจ้าวเป็นคนรอบคอบ ย่อมมีการวางแผน ตัวเขาไม่ควรต้องกังวล

แต่ยิ่งบอกกับตัวเองเช่นนั้น เขากลับยิ่งกังวล ทั้งยังรู้สึกหงุดหงิดยิ่ง

ตู๋กูเทียนชิงได้แต่หวังว่า จ้าวอู่เจียงจะไม่คิดบุกเข้าไปในดินแดนของพวกโหลวหลาน ขอให้ชายหนุ่มทำเพียงแค่เดินสำรวจรอบ ๆ ในพื้นที่ที่ไม่มีผู้คน แล้วก็เดินทางกลับมายังเมืองจูเป่ยอย่างปลอดภัย

ดินแดนของพวกโหลวหลานอันตรายนัก หากยังไม่มีการสานสัมพันธ์ทางการทูตเช่นนี้ เกรงว่าแม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์ ก็ยังเสี่ยงจะต้องตกตายอยู่ที่นั่น

ทว่าตอนนี้ จ้าวอู่เจียงเดินทางไปเพียงผู้เดียว ไม่มีผู้คุ้มกันแม้สักคน

แม่งเอ๊ย ไม่ใช่แค่ไม่มีคนคุ้มกันสักคน กระทั่งอาวุธเขาก็ไม่มี เรียกได้ว่ามีแต่ตัวกับม้าอีกตัวเท่านั้น ตู๋กูเทียนชิงปิดตำราพิชัยสงคราม แล้วฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น

ไม่ได้การ เขาฃต้องส่งคนไปช่วย!… ตู๋กูเทียนชิงลุกพรวดขึ้น แต่ไม่นานก็ทรุดตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรง

นอกจากว่าจ้าวอู่เจียงจะเดินทางกลับมาด้วยตัวเอง ภายใต้ทุ่งน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ไพศาล เขาจะหาเสาะหาเบาะแสของจ้าวอู่เจียงได้จากที่ใดเล่า? และหากจะระดมพลตามหา เกรงว่าจะยิ่งเสี่ยงให้เผ่าโหลวหลานสังเกตเห็นได้ง่ายขึ้นอีกกระมัง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า