บทที่ 472 ข้าจะลงมือ
“องค์ชายระวัง!” จาซีผู่ปู้ นักรบสวรรค์แห่งเผ่าจินจางตะโกนเสียงดัง พลันมาปรากฏกายเบื้องหน้ากงปู้หนีหม่า องค์ชายเผ่าจินจาง
เหล่านักรบคนอื่น ๆ ต่างสับสนงุนงงเมื่อเห็นการกระทำของนักรบสวรรค์
จิตใจจาซีผู่ปู้ตื่นตระหนก เพียงแค่สบตากับชายหนุ่มแคว้นต้าเซี่ยเมื่อครู่ จิตวิญญาณของพวกเขาก็แทบจะถูกแช่แข็ง สิ่งนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน
เขากระโดดขึ้นไปในอากาศ ยืนขวางอยู่เบื้องหน้าองค์ชาย ต้องการขอความเมตตา ขอให้บุรุษต้าเซี่ยอภัยแก่องค์ชาย และอยากจะบอกบอกให้องค์ชายรีบหนีไปเสีย
ทว่าเมื่อสายลมเหนือพัดผ่าน หิมะโปรยปราย
ทั้งคำพูดและร่างกายของเขาก็ถูกแช่แข็งไปเสียก่อนแล้ว
เพียงชั่วพริบตา นักรบสวรรค์แห่งจินจางก็กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง ล้มตึงลงไปบนพื้นหิมะอย่างรุนแรง จนแตกเป็นเศษน้ำแข็งสีแดงเลือด
ยามนี้ทั่วฟ้าและดิน นอกจากเสียงของพายุหิมะ ทุกอย่างพลันเงียบสงัด
เหล่าทหารกล้าแห่งเผ่าจินจางและกงปู้หนีหม่าจ้องมองเหตุการณ์ตรงนี้อย่างสับสน
ทุกคนจ้องมองด้วยความงุนงง จ้าวอู่เจียงยังคงควบม้าสีน้ำตาลแดงเข้ามาใกล้ ตอนนั้นเอง สายลมเหนือก็พัดเข้าปะทะเหล่านักรบของเผ่าจินจาง
คนเผ่าจินจางพลันรู้สึกว่า ลมเหนือสายนี้เป็นสายลมที่หนาวที่สุดเท่าที่เคยพบมา และด้วยความหนาวเหน็บนี้ พวกเขาจึงเริ่มคืนสติ ครั้นพอได้สติ หัวใจของพวกเขาก็สั่นสะท้านด้วยความตระหนกหวดกลัว
ด้วยผู้เป็นนักรบในขอบเขตนักรบสวรรค์แห่งเผ่าจินจาง ถูกทำให้กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งและแตกสลายหายไปในพริบตา! ราวกับนักรบสวรรค์ผู้นั้นไร้ความสามารถและอ่อนด้อยนัก
นั่นคือนักรบสวรรค์เชียวนะ เทียบเท่ากับขอบเขตปรมาจารย์ของดินแดนต้าเซี่ย เลยทีเดียว! แล้วทำไม? ทำไมถึงได้ตายง่ายดายเพียงนี้?!
บุรุษต้าเซี่ยผู้นี้เป็นใครกันแน่ เขาเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเดียวกับบุตรแห่งสวรรค์หรือไร? หรือแท้จริงแล้วเขาคือหมาป่าเทพเจ้าเล่า? ไม่เช่นนั้นเขาจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ได้อย่างไร?!
แม้จะสงสัยเพียงใด แต่ก็ไม่มีใครไขข้อข้องใจของเหล่านักรบแห่งเผ่าจินจางได้ คำตอบที่พวกเขาได้รับ มีเพียงพายุหิมะเท่านั้น
ช่วงขณะที่ความสงสัยและความวุ่นวายในใจพุ่งถึงขีดสุด เหล่านักรบแห่งจินจางก็ถูกแช่แข็งไปพร้อมกับความปั่นป่วนใจนั้น กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง ร่วงตกจากหลังม้า และแตกเป็นเสี่ยง
ทันใดเขาก็เห็นน้ำแข็งกระจายออกมาจากกลางอก เพียงไม่นาน ดวงตาก็ว่างเปล่า ลมหายใจขาดหาย ร่างกายเอนไปข้างหน้า แล้วโลกก็หมุนคว้าง
ตอนนี้เขาได้แต่มองมือของตนที่แตกเป็นเศษน้ำแข็งสีแดงฉาน
โชคดีที่แม้ศีรษะจะกลายเป็นรูปสลักน้ำแข็ง แต่ก็ยังไม่แตกสลาย นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่ปลอบโยนเขาก่อนสิ้นใจ
ทว่าในตอนนั้นเอง ม้าดำที่กงปู้หนีหม่าขี่มาก็ส่งเสียงร้องดัง แล้วกีบเท้างามก็พลาดเตะเข้าที่ศีรษะของกงปู้หนีหม่าขณะที่เจ้าม้าวิ่งหนี
ตุบ!
สิ่งเดียวที่สามารถปลอบโยนองค์ชายได้ กลับถูกสัตว์เดรัจฉานที่ตนเองไม่เคยสนใจเตะทำลายจนสิ้นซาก
ตั้งแต่ต้นตนจบ ใบหน้าหล่อเหลาของจ้าวอู่เจียงประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ อยู่ตลอด แม้ตอนนี้จะซีดลงเล็กน้อยก็ตาม เมื่อเหตุการณ์ตรงหน้าสงบลงแล้ว ชายหนุ่มก็หันมองทาหนามู่ซัวผู้ยืนแข็งทื่อด้วยความตกใจและตะลึงอยู่ พลางกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า
“ข้าจะลงมือเอง แล้วเหตุใดข้าจะต้องหนีเล่า?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า