บทที่ 493 เข้าใกล้ความจริง
จ้าวอู่เจียงนิ่งเงียบ นิ้วมือของกู่ฮั่นที่ชี้ขึ้นไปด้านบนบ่งบอกเป็นนัย เหนือชีวิตผู้คนยังมีเทพเจ้าคอยกำหนด ไม่จำเป็นต้องอธิบายด้วยคำพูดใด ๆ อีกแล้ว
ช่วงเวลานี้ เนื้อหาของบทสนทนาทั้งหมดสรุปได้ด้วยคำเดียวว่า ‘การแลกเปลี่ยน’
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนเป็นเพียงการแลกเปลี่ยน
การแลกเปลี่ยนอย่างนั้นหรือ? จ้าวอู่เจียงมีแววตาเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
จ้าวอู่เจียงพลันนึกถึงข้อตกลงระหว่างตนเองกับบุตรีแห่งสวรรค์ ตอนยอมรับปากว่าจะฝึกวิชาร่วมกับบุตรีแห่งสวรรค์ เขาได้เสนอขอแลกกับการให้บุตรีแห่งสวรรค์ช่วยเพิ่มพลังให้แก่เขา รวมถึงมอบแผ่นยันต์ที่เจ้าสำนักศรัทธาราษฎรเป็นคนเขียนขึ้นมาเองให้ด้วย
บุตรีแห่งสวรรค์จะได้รับพลังจากเขา และเขาก็จะได้รับพลังจากบุตรีแห่งสวรรค์เช่นกัน
ขณะเดียวกัน เดิมทีบุตรีแห่งสวรรค์ก็เหมือนจะรู้เรื่องการมาถึงของเขาอยู่ก่อนแล้ว บางทีนางคงตกลงอะไรบางอย่างกับท่านนักพรตผู้เป็นเจ้าสำนักศรัทธาราษฎรเอาไว้ล่วงหน้า
และในเมื่อเจ้าสำนักศรัทธาราษฎรพยายามหาหนทางให้บุตรีแห่งสวรรค์ได้รับพลังจากจ้าวอู่เจียง เจ้าสำนักศรัทธาราษฎรก็จะต้องได้สิ่งของตอบแทนจากบุตรีแห่งสวรรค์แน่นอน
หัวใจของจ้าวอู่เจียงเต้นรัวเร็ว นึกถึงการพบกันระหว่างตนเองกับหยางเมียวเจิ้น พลันก็สงสัยว่านั่นเป็นเหตุบังเอิญจริงหรือ?
ครานั้นก็เป็นเจ้าสำนักศรัทธาราษฎรที่ให้หยางเมียวเจิ้นมาพบเจอกับเขากระมัง?
แล้วเจ้าสำนักศรัทธาราษฎรทำเช่นนั้นด้วยเหตุใด? เพื่อจะได้พบเจอกับเขารือ? หรือต้องการให้มีคู่รักนักพรตเกิดขึ้นกัน?
แล้วสำหรับจ้าวอู่เจียงเองเล่า เขาได้รับอะไรตอบแทนบ้าง? เขามีโอกาสได้อ่านคัมภีร์ปรสูตร? ได้เพิ่มพลังผ่านการร่วมรัก?
หืม? มือพระกาฬของสุสานกระบี่เป่ยจิ้งเฉิง!
หรือเจ้าสำนักศรัทธาราษฎรผู้นั้นเป็นคนแนะนำให้เป่ยจิ้งเฉิงมายึดครองร่างกายของเขาเช่นกัน?
บางทีเป่ยจิ้งเฉิงอาจจะมีผลประโยชน์บางอย่างแลกเปลี่ยนกับเจ้าสำนักศรัทธาราษฎร มิฉะนั้นแล้ว เป่ยจิ้งเฉิงผู้เคยเป็นคนของลัทธิเต๋ามาก่อนจะถูกความมืดครอบงำได้อย่างไร?
แต่ถ้าเป่ยจิ้งเฉิงมีความเกี่ยวข้องกับสำนักศรัทธาราษฎรจริง ๆ ท่านผู้อาวุโสใหญ่ก็ต้องรู้เรื่องนี้ไม่ใช่หรือ แล้วทำไมท่านถึงไม่บอกเขา?
แสดงว่าต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
กู่ฮั่นมีแววตาอ่อนโยน ทว่าก็แฝงไปด้วยหลากหลายความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นความเศร้า ความสงสาร ความเวทนา กู่ฮั่นยิ้มออกมาก่อนตอบว่า
“เป็นเพียงการขอบคุณท่านในฐานะบิดาผู้หนึ่ง จ้าวอู่เจียง นอกจากท่านจะช่วยเสี่ยวเขอลี่เอาไว้แล้ว ท่านยังมอบชีวิตใหม่ให้แก่นางด้วย”
“ไม่น่าใช่กระมัง…” จ้าวอู่เจียงมึนงงสับสน น้ำเสียงมีความทุ้มต่ำมากขึ้น …นี่เหมือนจะเป็นคนละเรื่องกันกระมัง
จริงอยู่ที่เขาช่วยชีวิตกู่หลีเขอลี่ในทุ่งน้ำแข็ง แต่การมอบชีวิตใหม่ให้กับนางเกรงว่าจะไม่ใช่เรื่องน่ายินดีนัก ด้วยเขาสามารถบอกได้เลยว่า ชีวิตใหม่ของนางนี้ย่อมไม่ง่ายอย่างแน่นอน
กู่ฮั่นถอนหายใจอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย
“จ้าวอู่เจียง ผู้เฝ้าดูรู้ดีที่สุด แต่ในบางครั้งผู้เฝ้าดูก็เป็นได้เพียงผู้เฝ้าดู ไม่สามารถลงมือกระทำสิ่งใดได้! เพราะถ้าผู้เฝ้าดูลงมือเคลื่อนไหว แม้แต่ตัวของพวกเขาเองก็อาจจะต้องพบเจอกับความเดือดร้อนเช่นกัน”
“ข้าสามารถบอกท่านได้เพียงเท่านี้ จ้าวอู่เจียง ท่านเป็นคนฉลาดอย่างร้ายกาจ เป็นหนึ่งในคนที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในใต้หล้า ไม่ช้าไม่นานท่านจะต้องพบเจอคำตอบอย่างแน่นอน”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้ารับ ก่อนจะประสานมือคำนับให้แก่กู่ฮั่น แล้วเขาก็ถามคำถามซึ่งทำให้กู่ฮั่นและแม้แต่ทุกคนที่อยู่ด้านหลังฉากกั้นล้วนนึกไม่ถึงมาก่อน
“ท่านพ่อของเขอลี่ ไม่ทราบว่าข้าน้อยจ้าวอู่เจียงมีวาสนาจะรอดชีวิตหรือไม่?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า