เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 495

บทที่ 495 สายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน

ดวงจันทร์และดวงดาวลอยเด่นฟ้า

เสียงหมาป่าหิมะเห่าหอนกึกก้องไปทั่วอาณาเขตของชาวเผ่าอวี้จาง

ยามซวี

ในที่สุดการฝึกวิชาอย่างสนุกสนานทั้งวันทั้งคืนของจ้าวอู่เจียงและบุตรีแห่งสวรรค์หลินหลางก็ยุติลง

ภายในห้องไม่มีแสงเทียน บุตรีแห่งสวรรค์นอนแนบอยู่บนอกจ้าวอู่เจียง ลมหายใจหนักแน่น ดวงตางดงามเป็นประกายระยิบระยับอยู่ในความเงียบ

ยามนี้มือใหญ่ของจ้าวอู่เจียงกำลังลูบไล้ไปตามเรือนร่างของบุตรีแห่งสวรรค์ด้วยความเหม่อลอย ในใจกำลังนึกถึงปริศนาที่กำลังพบเจอ

ผ่านไปเนิ่นนาน เขาจึงได้ถามบุตรีแห่งสวรรค์หลินหลางว่าเจ้าสำนักศรัทธาราษฎรต้องการอะไรกันแน่?

ทว่าบุตรีแห่งสวรรค์ไม่รู้เช่นกัน นางได้แต่บอกจ้าวอู่เจียงว่าเขาจะประมาทพลังของเจ้าสำนักผู้นั้นไม่ได้เป็นอันขาด แม้เจ้าสำนักศรัทธาราษฎรจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าหมาป่าเทพเจ้าหรือเทพเจ้าหนี่ผูซาของชาวต้าเซี่ย แต่ก็ไม่ได้อ่อนแอกว่ากันนัก

อีกทั้งบุตรีแห่งสวรรค์ก็ยังได้บอกให้จ้าวอู่เจียงทราบอีกว่า หมาป่าเทพเจ้าเคยลั่นวาจาไว้ เจ้าสำนักศรัทธาราษฎรกำลังคิดวางแผนร้ายต่อโลกใบนี้ หัวใจของเขาเหนื่อยล้าเต็มทน และด้วยความที่ชีวิตคงอยู่ได้อีกไม่นาน จึงไม่มีอะไรที่เจ้าสำนักผู้นั้นต้องหวาดกลัว

ไม่ใช่เพียงเขา เพราะยังมีผู้อื่นไม่เคยคิดกลัวสิ่งใดอยู่อีก อย่างเช่นหมาป่าเทพเจ้า

จ้าวอู่เจียงพูดพร้อมกับยิ้มกว้าง “ท่านนำความลับเหล่านี้มาบอกข้า แน่ใจหรือว่าจะไม่เป็นกระไร?”

บุตรีแห่งสวรรค์ตอบว่า “ไม่เป็นไร จ้าวอู่เจียง ท่านเป็นเหมือนอีกครึ่งหนึ่งของตัวข้าไปแล้ว”

ได้ยินเช่นนั้น จ้าวอู่เจียงก็ถามนางกลับไปว่าแล้วอีกครึ่งหนึ่งอยู่ที่ใด ทำให้บุตรีแห่งสวรรค์หน้าแดงระเรื่อ ก่อนนางจะเผยอีกครึ่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่ม

เมื่อเผชิญหน้ากับการยั่วยวนอย่างเปลือยเปล่าเช่นนี้ จ้าวอู่เจียงจะทนไหวได้อย่างไร ชายหนุ่มเข้าพัวพันบุตรีแห่งสวรรค์อีกครั้ง พลันเสียงร้องครางกระเส่าก็ดังขึ้นไม่ขาด

พวกเขาไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากมายอีก ไม่แม้แต่จะพูดถึงคำสาบาน ความสนใจ หรือความรู้สึกใด ๆ

สนใจเพียงการได้ดื่มด่ำกับความสุขตรงหน้า

ทว่าไม่มีความสุขใดเป็นนิรันดร์ เมื่อผ่านไปสองชั่วยาม ทุกอย่างก็ยุติลง แล้วพวกเขาก็นอนกอดก่ายกันโดยไม่พูดคำใดออกมา

บุตรีแห่งสวรรค์หลินหลางรู้สึกตื้นตันใจไม่น้อยที่บุรุษผู้นี้ทำให้นางได้รับรู้รสชาติของความสุขที่แท้จริง

จ้าวอู่เจียงจึงเกรงว่าการที่บุตรีแห่งสวรรค์หลินหลางนำความลับมาบอกเขาเช่นนี้ อาจจะทำให้นางเดือดร้อนเอาได้

“เฮอะ ท่าน…” ดวงตาหลินหลางเป็นประกายระยิบระยับขณะหัวเราะในลำคอ

ความจริงนางมีความรู้สึกมุ่งมั่นเต็มหัวใจ นางต้องการจะบอกจ้าวอู่เจียงไม่ให้กลับไป นางจะให้เขาอยู่ที่นี่ตลอดกาล เพราะว่านาง หลินหลางผู้นี้สามารถปกป้องเขาได้

ตลอดสองวันที่ผ่านมา นอกจากจ้าวอู่เจียงจะครอบครองร่างกายของนางได้แล้ว เขายังครอบครองหัวใจของนางได้สำเร็จอีกด้วย

ระหว่างกอดก่ายกันกับจ้าวอู่เจียง นางได้ถามเกี่ยวกับอดีตของเขา และจ้าวอู่เจียงก็บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของตนเองออกมาทีละเล็กทีละน้อย

เขาไม่ได้ต่อเติมเสริมแต่งเรื่องราวชีวิตสักนิด เพียงบอกเล่าทุกอย่างตามความเป็นจริง คล้ายกับว่าจ้าวอู่เจียงกำลังบอกเล่าชีวิตของตนเองด้วยมุมมองของคนภายนอกอย่างไรอย่างนั้น

ท่าทางของเขาสงบและสุขุมไม่ต่างจากวังน้ำวนที่ดึงดูดหลินหลางได้อย่างลึกซึ้ง

บุตรีแห่งสวรรค์ชื่นชอบความสุขุมเช่นนี้ อีกทั้งยามชายหนุ่มพูดถึงอดีตของเขา ความอ่อนโยนที่แสนสุขก็จะเจือปนอยู่ในน้ำเสียงไม่ขาด

นั่นคือความรู้สึกที่สงบสุขและสวยงาม ทำให้หลินหลางต้องการจะเข้าไปชิดใกล้ให้มากขึ้น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า