เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 498

บทที่ 498 เจตนาฆ่า

ความจริงพวกเขาอยากจะหาโอกาสโจมตีจ้าวอู่เจียง จึงคิดวางแผนต่าง ๆ มามาย

อย่างเช่นว่า พวกเขาจะลอบเข้าจับตัวจ้าวอู่เจียงในความมืด รุมทุบตีที่ปรึกษาของตู๋กูเทียนชิงผู้นี้จนถึงแก่ความตายและหาที่กลบฝังซะ

หรือไม่พวกเขาก็จะหาโอกาสยิงธนูใส่จ้าวอู่เจียงโดยตรง หลังจากนั้นก็จะให้การว่าจ้าวอู่เจียงลอบเข้ามาในกระโจมที่พักของทหาร พวกเขานึกว่าเป็นหน่วยสอดแนมศัตรูแฝงตัวมาสืบข้อมูล จึงได้ลงมือไปโดยพลการ

ทว่ายังไม่ทันได้ดำเนินการใด พวกเขาก็ได้รับทราบข่าวที่น่าประหลาดใจโดยไม่คาดคิด จ้าวอู่เจียงเดินทางออกนอกเมืองไปแล้ว

จ้าวอู่เจียงออกไปพร้อมกับองครักษ์สองคน แต่ไม่นานองครักษ์ทั้งสองคนก็กลับมา กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ยามนี้จ้าวอู่เจียงออกเดินทางไปในทุ่งน้ำแข็งเพียงลำพัง

แต่ไม่ว่าจ้าวอู่เจียงจะออกไปทำอะไร นั่นก็ไม่สำคัญ

ถ้าจ้าวอู่เจียงเขาตายอยู่ในทุ่งน้ำแข็งก็นับเป็นเรื่องดี แต่ถ้าโชคดีรอดกลับมาได้ พวกเขาก็จะยิงธนูใส่จากบนกำแพงเมือง

ส่วนข้ออ้างนั้น พวกเขาได้เตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว…

จ้าวอู่เจียงออกเดินทางไปนอกเมืองจูเป่ยเพียงลำพัง…เขาหายไปไหนมา?

ถ้าออกไปสืบข้อมูล ไม่ทราบว่ามีหลักฐานหรือไม่?

ยามมีคนออกไปสืบข่าวนอกเมือง พวกเขามักจะไปกันเป็นกลุ่ม อย่างน้อยก็ต้องไปสองคนเพื่อคอยดูแลกันและกันมิใช่หรือ?

แต่นี่จ้าวอู่เจียงออกไปเพียงลำพัง ไม่ทราบว่าเขาออกไปสืบข่าวจริง ๆ หรือไม่?

พวกเขาจะใช้ข้ออ้างว่าจ้าวอู่เจียงมีข้อน่าสงสัยนัก เขาอาจนำข้อมูลการป้องกันเมืองจูเป่ยไปบอกแก่พวกชาวเผ่าโหลวหลานให้ล่วงรู้ เขาเป็นผู้ต้องสงสัยว่าจะทรยศต่อเมืองจูเป่ยและแคว้นต้าเซี่ย!

ด้วยเหตุนี้เองพวกเขาจึงยิงธนูใส่จ้าวอู่เจียงจนถึงแก่ตาย โดยไม่เปิดโอกาสให้พูดแม้สักคำเดียว!

เพราะยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนแก้ตัว! ยิ่งแก้ตัวก็ยิ่งเท่ากับยอมรับผิด!

เพื่อความปลอดภัยของชาวเมืองจูเป่ย พวกเขามีแต่ต้องสังหารจ้าวอู่เจียงเท่านั้น นี่คือความยุติธรรม

เมื่อถึงตอนนั้น ถ้าตู๋กูเทียนชิงกับท่านขุนพลจ้าวเหยียนซือยังต้องการจะลงโทษพวกเขา นั่นก็หาได้เป็นปัญหา เพราะอย่างไรก็ไม่มีหลักฐานอะไรจะมาเอาผิดได้

ต่อให้พวกเขาจะถูกบังคับให้ยอมรับผิด อย่างเลวร้ายที่สุดก็แค่ยอมถูกลงโทษด้วยกัน และอย่างไรก็คงไม่ได้ถูกลงโทษหนักหนาถึงขั้นเอาชีวิตอยู่แล้ว

คนผู้นั้นขี่ม้าสีน้ำตาลแดง สวมใส่ชุดเสื้อคลุมสีดำราวกับน้ำหมึก บนศีรษะสวมหมวกไม้ไผ่ปีกกว้าง ร่างกายไหวเอนไปมาอยู่บนหลังม้า

คนผู้นี้สง่างามนัก แต่พวกเขากลับเกลียดชังหมดหัวใจ!

ทุกคนจำได้ทันทีว่าเขาคือจ้าวอู่เจียง ที่ปรึกษาหัวสุนัขผู้เป็นต้นเหตุที่ทำให้พี่น้องทหารของพวกเขาถึงแก่ความตายไปหลายคน

พรึ่บ

ลูกธนูถูกประทับบนคันธนู เล็งเป้าไปที่จ้าวอู่เจียงผู้นั่งอยู่บนม้าและกำลังเข้ามาใกล้ประตูเมืองมากขึ้นเรื่อย ๆ

ยามนี้เหล่าทหารกำเฝ้ารอให้จ้าวอู่เจียงเข้ามาอยู่ในระยะธนู แค่เข้ามาใกล้อีกเพียงไม่กี่ก้าวเขาก็อยู่ในระยะโจมตีที่ยากต่อการหลบหนี และพวกเขาเหล่าทหารก็จะเริ่มระดมยิงธนูใส่จ้าวอู่เจียงเพื่อเป็นการแก้แค้นให้แก่เหล่าพี่น้องผู้เสียชีวิต!

จ้าวอู่เจียงไม่ได้ทำให้พวกเขาผิดหวังสักนิด ชายหนุ่มนั่งอยู่บนหลังม้าอย่างสบายใจ ควบม้าเคลื่อนที่เข้ามาใกล้โดยไม่สังเกตสิ่งผิดปกติแม้แต่น้อย

กลุ่มนายทหารกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ ขุนนางน้อยผู้นี้ไม่เคยลงสู่สนามรบมาก่อน ย่อมไม่รู้ความน่ากลัวของลูกธนู ถ้าเขาเคยได้สัมผัสความน่ากลัวของธนูมาก่อน ตอนนี้จ้าวอู่เจียงก็คงจะหวาดกลัวแทบตาย

ช่างน่าเสียดาย ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยได้เรียนรู้ความน่ากลัวของลูกธนู และต่อจากนี้จ้าวอู่เจียงก็คงไม่มีโอกาสได้รู้ เพราะเกรงว่าวันนี้เขาคงต้องถูกธนูรุมปักจนเสียชีวิตคาที่ไปโดยไม่ทันตั้งตัวแล้ว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า