บทที่ 500 คำพูดเพียงประโยคเดียว
บนกำแพงเมืองพลันเงียบงัน
กลุ่มผู้ต้องการแก้แค้นตกตะลึงและหวาดกลัวจนตัวสั่น
แต่ในไม่ช้าโยวซือก็ตั้งสติขึ้นมาได้ เขาส่งเสียงตะโกนด้วยความโกรธแค้นว่า
“ยิงอีก!”
โยวซือเคยพบเจอยอดฝีมือมามาก แม้จะไม่มีผู้ใดแข็งแกร่งเท่ากับจ้าวอู่เจียง แต่เขาก็รู้ดีว่าต่อให้แข็งแกร่งอย่างไร ในเมื่อยังเป็นมนุษย์ร่างกายย่อมมีความเหนื่อยล้าเช่นกัน
พวกเขาไม่ทราบเลยว่าจ้าวอู่เจียงทำได้อย่างไร แต่ถ้าพวกเขายังคงระดมยิงลูกธนูต่อ ด้วยหวังว่าบางทีอาจจะสังหารจ้าวอู่เจียงสำเร็จก็เป็นได้
กระนั้นทุกคนก็ทราบดีว่าไม่มีประโยชน์ที่จะลงไปต่อสู้แบบเผชิญหน้ากับยอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสูงในสนามรบ
กลุ่มนายทหารผู้ต้องการแก้แค้นรีบยิงธนูออกไปอีกชุดใหญ่ ครั้นยิงออกไปแล้ว พวกเขาก็จะรีบประทับลูกธนูชุดใหม่ทันที ทุกคนตัดสินใจจะโจมตีจากบนกำแพงเมืองต่อไปเรื่อย ๆ ไม่หยุด จะไม่มีทางยอมให้จ้าวอู่เจียงได้ผ่านประตูเมืองเข้ามาทั้ง ๆ ที่ยังมีลมหายใจแน่นอน
ช่วงเวลาเดียวกันนี้ พวกเขาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเช่นกัน โชคดีที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่บนกำแพงเมืองห่างจากพื้นดินหลายจั้ง อีกทั้งยังมีหน้าต่างคอยคุ้มกัน จ้าวอู่เจียงจึงทำได้เพียงเงยหน้ามองขึ้นมาจากด้านล่าง ไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้
กลุ่มผู้แก้แค้นรู้ดีว่าผู้ฝึกยุทธขอบเขตปรมาจารย์สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ แต่ก็สามารถทำได้เพียงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ต่อให้ยอู่ในระดับสูงส่งก็ไม่สามารถบินอยู่กลางอากาศได้ตลอดเวลา
กำแพงเมืองจูเป่ยมีทั้งความสูงและความแข็งแรง แม้จ้าวอู่เจียงจะเป็นยอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสูง แต่ก็คงไม่ได้แข็งแกร่งถึงขนาดบินขึ้นมาบนกำแพงเมืองได้กระมัง?
เมืองจูเป่ยไม่เหมือนเมืองอื่น ๆ กำแพงเมืองของที่นี่สูงกว่าสิบจั้ง
เรียกได้ว่าสูงเกินกว่ามนุษย์ผู้หนึ่งจะกระโดดขึ้นมาได้!
หลังจากกลุ่มผู้แก้แค้นยิงลูกธนูออกไปอีกสองชุดใหญ่ พวกเขาก็กำลังจะประทับลูกธนูชุดใหม่ ทว่าทันใดก็ต้องยืนตกตะลึงอยู่กับที่
นั่นเป็นเพราะว่าจ้าวอู่เจียงที่อยู่บนพื้นหน้าประตูเมืองสะกิดปลายเท้าลงไปบนหัวของเจ้าม้าสีน้ำตาลแดง และลอยตัวขึ้นไปกลางอากาศ ก่อนจะหายวับไปในท้องฟ้า
กลุ่มทหารชะโงกหน้าออกไปดูนอกหน้าต่างและก็เห็นว่าจ้าวอู่เจียงทิ้งตัวลงมายืนอยู่บนขอบกำแพงเมืองที่มีความสูงกว่าสิบจั้งได้อย่างสง่างาม
ทันใดเสียงอุทานก็ดังขึ้นบนกำแพงเมือง พวกเขาพลันรับรู้ถึงความหวาดกลัวที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้
ด้วยความสูงของกำแพงเมืองระดับนี้… กลุ่มนายทหารผู้แก้แค้นยืนตกตะลึงอยู่กับที่ ไม่กล้าเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
พวกเขาเป็นเหล่าทหารที่ต้องปกป้องชาวเมืองจูเป่ย แต่กลับคิดมาทำร้ายพวกเดียวกันเองเนี่ยนะเสียได้!
ถ้าชาวเมืองรู้เรื่องนี้เข้าจะมองพวกเขาอย่างไร? ชาวเมืองจะเชื่อใจพวกเขาได้อีกหรือ?
แล้วพวกเขาจะมีหน้าไปพบเจอกับท่านแม่ทัพจ้าวผู้เสียชีวิตไปแล้วได้อย่างไรอีก?
เรื่องนี้ผิดมาตั้งแต่ต้น แน่นอนว่าทุกคนรู้ดี แต่พวกเขาเพียงมีความแค้นในหัวใจมากเกินไป พวกเขาจึงต้องแก้แค้นให้แก่พี่น้องผู้เสียชีวิตเหล่านั้นให้ได้
ทว่าความแข็งแกร่งของจ้าวอู่เจียงก็สยบความแค้นของทุกคนได้อย่างราบคาบในพริบตา นายทหารผู้โกรธแค้นกลับมาได้สติและเริ่มต้นพิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง
พี่น้องร่วมรบของพวกเขาที่เสียชีวิตจากการกวาดล้างกลุ่มสายลับไม่ได้รับความยุติธรรมจริงหรือ?
พวกเขาล้วนแต่เป็นคนที่ปล่อยข่าวลือสั่นคลอนขวัญกำลังใจของผู้คนในกองทัพ เติมเชื้อฟืนใส่กองไฟด้วยความอิจฉาริษยา และยังคอยกระพือข่าวลือสร้างสถานการณ์ให้ปั่นป่วน…
นี่ใช่ว่าจะไม่ยุติธรรมเสียทีเดียวมิใช่หรือ?
และก็มีโทษถึงขั้นสมควรตายจริง ๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า