บทที่ 501 ความใจกว้าง
จ้าวอู่เจียงกระโดดลงจากกำแพงเมือง ทิ้งตัวลงไปบนพื้นดิน บรรดานายทหารจำนวนมากตกตะลึงเมื่อเห็นเช่นนี้ สีหน้าของพวกเขาเหมือนเห็นผีกลางวันแสก ๆ
ก็มีผู้ใดบ้างเล่าที่จะสามารถกระโดดลงจากความสูงนับสิบจั้งได้โดยไม่มีปัญหาเช่นนี้?
อย่างน้อยก็ต้องมีโซเซบ้างใช่หรือไม่?
แต่แน่นอนว่าคนที่ตกใจมากที่สุดก็คือตู๋กูเทียนชิงกับกลุ่มผู้ติดตามที่รีบมาด้วยความร้อนใจ
หลังจากตู๋กูเทียนชิงได้รับทราบข่าวจากผู้ใต้บังคับบัญชา เขาและซงจางก็รีบร้อนมาโดยทันที ระหว่างทาง พวกเขาได้พบกับจ้าวเหยียนซือซึ่งกำลังวิตกกังวลและร้อนใจไม่แพ้กัน…
ตอนนั้นตู๋กูเทียนชิงรู้สึกอยากจะตบหน้าจ้าวเหยียนซือสักสองฉาดโทษฐานที่ไม่รู้จักควบคุมคนของตนเองให้ดี ถ้าซงจางไม่ได้ห้ามเอาไว้ ตู๋กูเทียนชิงก็คงตบไปจริงๆ
จ้าวอู่เจียงเป็นสหายรักของตู๋กูเทียนชิง เคยมีบุญคุณต่อกันมากมายหลายครั้ง ไม่เพียงแต่เขา จ้าวอู่เจียงยังเป็นผู้มีบุญคุณต่อตระกูลตู๋กูอีกด้วย
น้องสาวของเขาตู๋กูหมิงเยว่อยู่ในวังหลวง ส่วนตัวเขาขึ้นมาปกป้องแดนเหนือ สามารถรอดพ้นการถูกลอบสังหารจากกลุ่มสายลับได้สำเร็จ ทั้งหมดเป็นเพราะจ้าวอู่เจียงช่วยเหลือ และการเดินทางมายังเขตชายแดนเหนือของจ้าวอู่เจียงครั้งนี้ นี่ก็เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของตู๋กูเทียนชิงด้วยตนเองอีกด้วย
ต่อให้ยกย่องว่าจ้าวอู่เจียงมีบุญคุณล้นฟ้า นั่นก็ยังไม่เพียงพอเลยด้วยซ้ำ
ด้วยเหตุนี้ เมื่อตู๋กูเทียนชิงได้รับทราบข่าว เขาจึงโกรธแค้นสุดขีด รีบวิ่งออกมาจากจวนประจำตำแหน่งโดยไม่รอช้า
แต่บัดนี้ ความโกรธแค้นของเขาถูกสะกดด้วยความตกตะลึงเสียชะงัด
จ้าวอู่เจียงกระโดดลงมาจากกำแพงเมืองที่สูงถึงขนาดนั้น ซ้ำยังมีท่วงท่าสง่างามราวกับเทพเจ้า
ตู๋กูเทียนชิงรู้สึกตั้งตัวไม่ทันไปชั่วขณะ เขาเดาไม่ออกเลยว่านี่เป็นความแข็งแกร่งของผู้อยู่ในขอบเขตใดกันแน่ แต่เหมือนว่าจ้าวอู่เจียงจะไม่ได้อ่อนแออย่างที่เขาเคยคิดเอาไว้เสียแล้ว
ตู๋กูเทียนชิงจำได้ดีว่า ครั้งเขาเดินทางออกจากนครหลวงเมื่อครึ่งปีก่อน จ้าวอู่เจียงยังมีพลังอ่อนแอสู้ใครแทบไม่ได้ แล้วไฉนจ้าวอู่เจียงจึงได้มีความแข็งแกร่งราวกับอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสูงเช่นนี้เล่า?
ถ้าจะพูดกันตามความจริง ยามนี้จ้าวอู่เจียงดูมีความแข็งแกร่งมากกว่าขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสูงเสียด้วยซ้ำ
มิเช่นนั้นแล้ว เขาจะสามารถกระโดดลงมาจากบนกำแพงเมืองที่สูงถึงเพียงนี้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บได้อย่างไร?
หรือว่าจ้าวอู่เจียงสามารถบินได้ เหมือนกับนกที่บินลงมาจากท้องฟ้า?
ตู๋กูเทียนชิงอ้าปากค้าง แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร
จ้าวอู่เจียงมักจะทำให้เขาประหลาดใจได้เสมอ ตู๋กูเทียนชิงรู้สึกว่า ตอนนี้กลายเป็นเขาที่ต้องเป็นฝ่ายแหงนหน้ามองจ้าวอู่เจียงไปเรียบร้อยแล้ว
จ้าวอู่เจียงมีทักษะด้านการแพทย์ระดับสูง มีความสามารถด้านการวางแผน มีพรสวรรค์ มีสติปัญญา และเป็นผู้ที่มีจิตใจยึดมั่นในความยุติธรรม
“คราวนี้ข้าจะไม่ปล่อยคนที่ละเมิดกฎของกองทัพให้ลอยนวลอีกแล้ว” ตู๋กูเทียนชิงประสานมือคำนับให้แก่จ้าวอู่เจียง “เป็นความผิดของข้าเองที่ดูแลนายทหารไม่ดีพอ จนทำให้เกิดเหตุการณ์ในวันนี้ขึ้น”
“น้องจ้าว ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเอง!” จ้าวเหยียนซือประสานมือและโค้งตัวคำนับด้วยความจริงใจเช่นกัน
“ทหารเหล่านั้นล้วนเป็นผู้ติดตามของข้า แต่ข้ากลับปล่อยให้พวกเขากำแหงมากเกินไปเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ในหนหลัง ครั้งนี้ต่อให้เจ้าต้องการตัดหัวข้า ข้าก็จะยินดีรับความตายจากน้องจ้าวด้วยความเต็มใจยิ่งนัก”
ผู้ที่เป็นแม่ทัพใหญ่และรองแม่ทัพต่างก็มาขอยอมรับผิดต่อหน้าจ้าวอู่เจียง กลุ่มนายทหารที่อยู่โดยรอบพากันตกตะลึงจนเริ่มส่งเสียอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว
สายลมโชยพัด จ้าวอู่เจียงเดินเข้าไปประคองจ้าวเหยียนซือให้ยืดตัวขึ้น ก่อนจะส่ายหน้าและกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“ไม่จำเป็นต้องให้มีผู้ใดตายหรอกขอรับ แค่ลงโทษพวกเขาตามกฎของกองทัพก็พอ ทหารเหล่านี้หลายคนมีฝีมือการยิงธนูแม่นยำนัก เมื่อถึงยามทำสงคราม เราเก็บตัวพวกเขาไว้ใช้ฆ่าศัตรูย่อมดีกว่า”
หัวใจของจ้าวเหยียนซือเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ความใจกว้างและความเป็นลูกผู้ชายของจ้าวอู่เจียงทำให้เขารู้สึกละอายแก่ใจและนับถือในน้ำใจอย่างแท้จริง
ดวงตาของขุนพลหนุ่มพร่าเลือน เขาโค้งตัวลงอีกครั้ง
“น้องจ้าว…”
“ไม่เป็นไรหรอกขอรับ” จ้าวอู่เจียงรับกล่าวพลางตบไหล่ของจ้าวเหยียนซือเบา ๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า