เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 502

บทที่ 502 ข่าว

ทหารกลุ่มนั้นต้องการจะโจมตีใส่จ้าวอู่เจียง หากต้องการ ด้วยความแข็งแกร่งของจ้าวอู่เจียง เขาสามารถฆ่าคนพวกนั้นได้ด้วยการโบกมือเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่เขาก็ไม่ทำ

นี่เพราะชายหนุ่มรู้ดีว่าทหารเหล่านั้นทำไปเพราะมีความเกลียดชังอันมืดบอดเป็นแรงจูงใจ อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็เป็นเพียงกลุ่มคนที่รักและต้องการแก้แค้นให้แก่พี่น้องทหารของตนเองเท่านั้น

คนเราถ้าทำผิด หากไม่ร้ายแรงย่อมต้องถูกลงโทษ หากร้ายแรงต้องนำตัวไปประหารชีวิต

แต่จ้าวอู่เจียงรู้ดีว่าสงครามระหว่างแคว้นต้าเซี่ยกับชาวเผ่าโหลวหลานในยามนี้ตึงเครียดขึ้นทุกที และไม่สามารถหยุดยั้งได้แล้ว อย่างไรก็มีแต่จะต้องทำสงครามกันเท่านั้น

ดังนั้นสำหรับกลุ่มคนที่ทำผิดพลาดเหล่านี้ จ้าวอู่เจียงจึงยินดีจะมอบโอกาสให้พวกเขาได้แก้ตัว เพราะเมื่อกลุ่มคนเหล่านี้สำนึกผิด พวกเขาก็จะปกป้องชาวเมืองจูเป่ยและแคว้นต้าเซี่ยที่อยู่ทางด้านหลังอย่างสุดความสามารถแน่นอน

จริงอยู่ว่าคนที่ล่วงเกินจ้าวอู่เจียงสมควรตาย แต่การฆ่าไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาเสมอไป

จ้าวอู่เจียงยังคงรู้ดีว่าในสถานการณ์ไหน ผู้ใดสมควรฆ่าทิ้งและผู้ใดสมควรไว้ชีวิต อีกทั้งเขาก็ไม่อยากฆ่าคนเพื่อระบายอารมณ์ความโกรธแค้นด้วย

จ้าวอู่เจียงยังคงสามารถรักษาความอ่อนโยนและความเมตตาในหัวใจไว้ได้ไม่เปลี่ยนแปลง…

แม้จ้าวอู่เจียงจะทำลายศัตรูมานับไม่ถ้วน มือเปื้อนเลือดมามากมาย แต่เจ้าหมาป่าหิมะเสี่ยวไป๋ก็ยังชื่นชอบเขา เพราะมันสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณบริสุทธิ์และหัวใจที่อบอุ่นและอ่อนโยนของจ้าวอู่เจียง

จ้าวอู่เจียงไม่ต้องการฆ่าคนอย่างไร้เหตุผลมากเกินไป…

ตอนจัดการปัญหานี้ ตู๋กูเทียนชิงต้องการจะมอบคำอธิบายให้แก่จ้าวอู่เจียงด้วยการใช้กฎทางทหารลงโทษกลุ่มคนที่คิดโจมตีเขาหน้ากำแพงเมือง หากผู้ใดมีโทษร้ายแรงก็จะต้องถูกนำตัวไปประหาร แต่จ้าวอู่เจียงก็สั่นศีรษะปฏิเสธไป

ครั้นจ้าวเหยียนซือเสนอตัวรับโทษด้วยความเต็มใจ ต่อให้จ้าวอู่เจียงสั่งตัดหัวเขาก็ไม่คิดคัดค้าน แต่จ้าวอู่เจียงก็ยังสั่นศีรษะปฏิเสธอยู่ดี

เรื่องนี้มีรายละเอียดซ่อนเร้นอยู่เช่นกัน นี่คือความน่าเกรงขามอย่างเป็นธรรมชาติจากตัวของจ้าวอู่เจียง

แม้อีกฝ่ายจะเสนอตัวรับความตาย แต่ในเมื่อจ้าวอู่เจียงปฏิเสธ คนผู้นั้นก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป นี่คือสิ่งที่เรียกว่าอำนาจเช่นกัน!

ไม่สำคัญว่าอีกฝ่ายจะเป็นแม่ทัพใหญ่ประจำเมืองหรือเป็นขุนพลราชองครักษ์ผู้สูงส่ง

เพราะถ้าจ้าวอู่เจียงบอกว่าไม่ก็คือไม่!

ส่วนข้อมูลของชาวโพ้นทะเลนั้น จ้าวอู่เจียงเคยอ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องและเห็นภาพเหมือนของกลุ่มคนเหล่านั้นในหอคัมภีร์หลวงมาก่อนแล้ว

ตู๋กูเทียนชิงก็เป็นกังวลเกี่ยวกับสงครามในชายแดนตะวันออกเช่นกัน เนื่องจากกองทัพที่ต้องรับมืออยู่ที่นั่นไม่ได้มีความแข็งแกร่งเหมือนกองทัพทางแดนเหนือหรือทางแดนใต้ ไม่ว่าจะเป็นชายแดนเหนือหรือชายแดนใต้ต่างก็มีกองกำลังที่แข็งแกร่งคอยรักษาการอย่างเข้มงวด

ชาวโพ้นทะเลแอบรวบรวมกำลังคนมาหลายปีแล้ว บัดนี้พวกมันกำลังบุกโจมตีด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่มี จึงเป็นเรื่องยากที่จะต้านทานได้ในระยะเวลาอันสั้น

เว้นแต่ว่าจะมียอดฝีมือจากยุทธจักรรวมตัวกันออกไปช่วยเหลือ หรือไม่ก็กองทัพจากชายแดนเหนือและชายแดนใต้แบ่งกำลังคนไปต่อสู้ ไม่เช่นนั้นก็ต้องเกณฑ์ทหารใหม่อีกนับหมื่นคนเพื่อให้ไปประจำการอยู่ที่เขตชายแดนตะวันออกโดยเฉพาะ

แต่ทุกวิธีล้วนยากจะทำได้จริง

ก่อนหน้านี้ไม่ทราบเลยว่าแคว้นต้าเซี่ยต้องสูญเสียยอดฝีมือไปจากการทำสงครามมากมายเพียงใด และผู้คนเหล่านั้นก็เริ่มเห็นแต่ผลประโยชน์ของตนเองตั้งแต่เมื่อไหร่

แล้วยามนี้พวกเขาจะยินดีร่วมมือกันออกไปปกป้องประเทศชาติโดยไม่ได้รับสิ่งตอบแทนเพื่ออะไร? การรวบรวมยอดฝีมือจากยุทธจักรให้ออกไปต่อสู้ในสนามรบ จึงนับเป็นเรื่องยากลำบากยิ่ง

แต่ถ้าจะให้กองทัพชายแดนเหนือและชายแดนใต้แบ่งกองกำลังไปช่วยเหลือ นั่นก็ยิ่งยากเสียยิ่งกว่า

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า