บทที่ 512 มังกรข้ามสมุทร
เบื้องหน้าเป็นเขตกระโจมที่พักของชาวโพ้นทะเล
ยามนี้ชาวโพ้นทะเลกำลังเต้นระบำท่าทางแปลกประหลาดรอบกองไฟ พูดคุยกันพลางหัวเราะสนุกสนาน
ตอนนั้นเองชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงคำรามเกรี้ยวกราดดังออกมาจากกระโจมที่พัก แทรกมาด้วยเสียงร้องไห้อย่างน่าเวทนาของสตรี บางคราวก็ได้ยินเสียงแผดตะโกนสาปแช่งสั่นเครือของนาง
เสียงตะโกนสาปแช่งของสตรีดังอยู่พักใหญ่ ครั้นเสียงอาวุธแหลมคมแทงทะลุเนื้อหนังมนุษย์ดังแทรกขึ้น เสียงตะโกนของสตรีผู้นั้นก็พลันเงียบหาย
ความเงียบชั่วขณะชวนให้วูบโหวงในใจนัก ไม่ทันไรเสียงกลุ่มชายฉกรรจ์หัวเราะเยาะก็ดังสนั่น
ดาบเปื้อนเลือดเล่มหนึ่งยื่นออกมานอกกระโจม แล้วชาวโพ้นทะเลกลุ่มหนึ่งก็เดินออกมาจากด้านใน แต่ละคนกำลังสวมใส่เสื้อผ้าพลางหัวเราะร่า พูดคุยกันไป ขณะพากันเดินตรงมายังกองไฟ
ฟุบ!
ชาวโพ้นทะเลคนหนึ่งโยนอะไรบางอย่างไปข้างกองไฟ ปรากฏว่าเป็นเสื้อผ้าสตรี พิจารณาดูแล้วน่าจะเป็นเสื้อผ้าของชาวต้าเซี่ย
นอกจากนี้ในเสื้อผ้ายังมีจดหมายและอัญมณีซ่อนอยู่จำนวนหนึ่งด้วย…
พวกมันระเบิดเสียงหัวเราะดังสนั่นขึ้นมาอีกรอบ
แต่ไม่นาน เสียงหัวเราะก็หยุดลง
ด้วยว่าพวกโพ้นทะเลเห็นชายชุดดำผู้หนึ่งเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้าจากอีกฝั่งของกองไฟ ฝีเท้าจะว่าเร็วก็ไม่เร็ว จะว่าช้าก็ไม่ช้า ใบหน้าเหนื่อยล้าของคนผู้นั้นมีคราบเลือดเปื้อนเต็มไปหมด แววตาเย็นชายิ่ง แขนเสื้อข้างหนึ่งยังคงมีเลือดหยดติ๋งอยู่ตลอด
ครั้นได้สติ พวกโพ้นทะเลก็เริ่มส่งเสียงคำรามใส่ รีบคว้าอาวุธเตรียมพร้อม
แต่เหมือนว่าบุรุษชุดดำจะไม่เข้าใจว่าพวกมันพ่นคำใดออกมา…หรืออาจแค่ไม่คิดสนใจ เขายังคงเดินเข้าหาพวกโพ้นทะเล และเวลาเดียวกันนี้ เขาก็ยังได้พูดอะไรบางอย่างที่พวกมันฟังไม่เข้าใจ…
ครืน!
เปรี้ยง!
สายฟ้าสีเงินแทรกตัว แลบแปลบปลาบอยู่กลางกลุ่มเมฆดำ ภายใต้ท้องฟ้าสีเทา
บุรุษชุดดำยกแขนขวาชุ่มเลือดขึ้นไปบนท้องฟ้าเหมือนกับต้องการจะคว้าจับสายฟ้า ทันใดกระบี่สีเขียวมรกตเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา ไม่ทันให้ศํตรูได้ตั้งตัว ชายหนุ่มฟันกระบี่ไปทางกลุ่มชาวโพ้นทะเลอย่ารวดเร็ว
ฟ้าคำราม สายฟ้าแปลบปลาบอยู่ในกลุ่มเมฆดำ
กระบี่เล่มนี้รวดเร็วดั่งสายฟ้า เพียงพริบตาก็ฟาดถึงตัวศัตรู
ไม่ว่าสายฟ้าฟาดไปที่ใด ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแหลกสลายกลายเป็นผุยผง
…
ช่วงเวลาเดียวกัน…
แคว้นต้าเซี่ย ณ สุสานกระบี่ อาณาเขตหมื่นขุนเขา
ตู้ม!
พร้อมกันนั้นรูปปั้นยักษ์ตะปบมือขวาลงมา ครั้นปะทะมวลพลังของชายชรา ก็ไม่สามารถกดมือลงได้
ทันใดมวลพลังก็เปลี่ยนสภาพกลายเป็นกำแพงกระบี่กลางอากาศ ปกป้องประมุขแห่งสุสานกระบี่จากรอบทิศทาง
…
ช่วงเวลาเดียวกันบุรุษชุดดำยังคงเผชิญหน้ากับศัตรู และด้วยการระเบิดพลังสั่งสายฟ้าจากกระบี่เมื่อครู่ เขาสังหารชาวโพ้นทะเลไปกว่าห้าร้อยคน
กองทัพของชาวโพ้นทะเลที่ประจำการบนเกาะตงจีพลันตื่นตัว พวกมันสวมใส่ชุดเกราะ ถืออาวุธครบมือ บางคนถือดาบ บางคนถือธนูและบ้างก็ถือหน้าไม้ พลันรวมตัว วิ่งเข้าหาบุรุษชุดดำอย่างไม่กลัวตาย
แน่นอนว่าชายชุดดำผู้นี้คือจ้าวอู่เจียง เขาเห็นศัตรูพุ่งเข้ามาด้วยจิตสังหาร ชายหนุ่มหาได้ใส่ใจ เพียงเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยแววตาลุ่มลึก
เมฆดำยังไม่สลายตัว แต่สายฟ้าแปลบปลาบหายไปแล้ว
จ้าวอู่เจียงเกิดสังหรณ์ใจ แม้เมฆดำเหล่านี้จะส่งพลังสายฟ้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับเขา แต่จ้าวอู่เจียงก็รู้สึกอย่างชัดเจนว่ายังมีมังกรสายฟ้าอีกตัวบนนั้น และมังกรตัวนี้ต้องการระเบิดพลังลงมาทำลายล้างเขาให้ดับดิ้น
ชาวหนุ่มได้ยินมานานแล้วว่าผู้บรรลุขอบเขตเทวะมักมีความหวาดกลัวต่อสิ่งที่เรียกว่าเทพเจ้าหนี่ผูซา ผู้มีพลังขั้นเทวะจึงเร้นหลบ ซ่อนตัวอย่างมิดชิดไร้ร่องรอย
การที่เขาใช้กระบี่ระเบิดพลังขอบเขตเทวะเมื่อครู่ เหมือนจะเป็นเรื่องที่ท้าทายมากจริง ๆ
จ้าวอู่เจียงหรี่ตาลงเล็กน้อย ครู่หนึ่งผ่านไปก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ตามมา ตอนนี้ชายหนุ่มสัมผัสได้ว่าไม่มีแรงกดดันหรือการคุกคามใด ๆ อีกแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า