บทที่ 549 การจากลา
“ฝ่าบาทรู้จักวรยุทธ์หรือ?” จ้าวอู่เจียงยกมือขึ้นเกาจมูกของฮ่องเต้หญิง ถามกลับด้วยรอยยิ้ม
“มีแต่ท่านไปซ่อนตัว กระหม่อมจึงจะจัดการศัตรูได้อย่างสบายใจ หรือฝ่าบาทเกรงว่ากระหม่อมจะมีสตรีอื่นอีก?”
“ไม่ใช่เสียหน่อย” ฮ่องเต้หญิงเม้มริมฝีปากแน่น ขมวดคิ้วและกล่าวด้วยความเป็นกังวล
“คราวนี้ พวกหนานเจียงพายอดฝีมือมาด้วย เจ้าคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา ไม่จำเป็นต้องสู้รบกับพวกเขาอีกแล้ว รีบหาทางหลบหนีดีกว่า”
“ข้าเป็นฮ่องเต้ของแผ่นดินต้าเซี่ย หน้าที่ของข้าคือการปกป้องดินแดนนี้”
“ถ้าพวกเขาอยากจะให้เรายอมแพ้หรือจ่ายเครื่องบรรณาการ ข้าก็จะยินยอม”
“ตราบใดที่แผ่นดินต้าเซี่ยยังคงอยู่รอด เราก็ยังสามารถเก็บตัวเงียบ ค่อย ๆ ฟื้นฟูกำลังของตนเองกลับมา แล้วก็จะกลับมาลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง”
“แต่เจ้าตายไม่ได้เด็ดขาด”
ดวงตาของจ้าวอู่เจียงเป็นประกายระยิบระยับ เขาประคองสองแก้มของฮ่องเต้หญิง พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่ตาย ท่านลืมไปแล้วหรือว่าข้าเป็นผู้ใด? ข้าคือจ้าวอู่เจียงผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี แล้วข้าจะทำให้ท่านผิดหวังได้อย่างไร?”
“ไม่นะ…ไม่…” ฮ่องเต้หญิงส่ายหน้า สวมกอดจ้าวอู่เจียงแนบแน่น กล่าวด้วยความร้อนใจ
“ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ข้าก็อยากจะอยู่กับเจ้า”
“ข้าจะไม่ทำตัวเป็นภาระ ข้ามีหน่วยองครักษ์มังกร พวกเขาสามารถคุ้มครองข้าได้ แล้วพวกเขาก็คุ้มครอง…”
ฮ่องเต้หญิงพูดยังไม่ทันจบ ร่างของนางก็ทรุดฮวบลงไป จ้าวอู่เจียงประคองรับร่างของนางเอาไว้ได้อย่างนุ่มนวล
ดวงตาของเขาหมองแสงลงแต่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
…
จวนซิงชิงหยวน ในห้องพัก
จ้าวอู่เจียงนำห่อผ้าออกมาทีละชิ้นและอธิบายให้พวกของซูฮัวอีฟังด้วยความเคร่งเครียดว่า
“นี่คือสมุนไพรที่ข้าหลอมออกมาด้วยตนเอง สามารถรักษาบำรุงตับ ไต ปอด ม้ามและอวัยวะสำคัญอื่น ๆ ในร่างกายได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าพวกเจ้าป่วยเป็นอะไร เมื่อรับประทานโอสถชนิดนี้ก็จะหายดี”
“ส่วนแผ่นยันต์เหล่านี้ใช้งานได้หลายอย่างแตกต่างกันไป บางแผ่นใช้สำหรับการโจมตีคู่ต่อสู้ บางแผ่นใช้สำหรับรับมือศัตรูยามอยู่ในอันตราย”
“ส่วนจดหมายสองฉบับนี้ให้ส่งไปที่ท่านเจ้าสำนักศรัทธาราษฎรเมื่อถึงเวลา หลังจากอ่านจดหมายแล้ว เขาต้องรับตัวพวกเจ้าไว้ดูแลอย่างแน่นอน อีกอย่าง…”
จ้าวอู่เจียงให้คำแนะนำอย่างเคร่งขรึมราวกับว่าต้องการจะทำให้เรื่องทุกอย่างจบลงโดยเร็วที่สุด
แต่ก็มีหลายเรื่องที่จะเชื่องช้าเกินไปไม่ได้ พวกเขาต้องรีบเตรียมตัวอย่างให้เร็ว มิฉะนั้นแล้ว หากรอให้เรื่องเกิดขึ้นแล้วค่อยเตรียมตัวมันก็คงสายเกินแก้
แต่ในคืนนี้
เสี่ยวไป๋และเสี่ยวหงกลับได้รับภารกิจให้พาคนขนส่งไปที่เมืองอวิ๋นซุย
จ้าวอู่เจียงบอกว่าจะเดินทางตามมาในภายหลัง
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าตลอดสองวันที่ผ่านมานั้น จ้าวอู่เจียงเตรียมการอันใดเอาไว้บ้าง และก็ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาจะเกลี้ยกล่อมคนที่ตนเองอยากปกป้องได้อย่างไร
ทั้งหมดที่พวกเขารู้ก็คือกลุ่มคนที่เป็นคนสนิทของจ้าวอู่เจียงเช่นเดียวกับพวกของเสี่ยวไป๋และเสี่ยวหง ทุกคนต่างก็มุ่งหน้าไปยังเมืองอวิ๋นซุยด้วยกันหมดทั้งสิ้น
ณ เมืองจูเป่ย ชายแดนเหนือของแคว้นต้าเซี่ย สงครามได้อุบัติขึ้นแล้ว เปลวไฟและหยดเลือดสาดกระเซ็นไปทุกหนแห่ง
ชาวเผ่าโหลวหลานอาศัยเพียงลูกสุนัขสีขาวตัวหนึ่งเท่านั้น มันเดินมาระเบิดเสียงคำรามหน้ากำแพงเมืองจูเป่ยซึ่งมีความสูงนับสิบจั้ง
แล้วกำแพงเมืองก็พังถล่มลงไปทันที
ชาวเผ่าโหลวหลานอาศัยโอกาสนี้บุกเข้ามาในเมืองจูเป่ย
เมื่อเผชิญหน้ากับกองทัพทหารที่หยิบจับอาวุธมาต่อสู้ ชาวเผ่าโหลวหลานจากเขตทุ่งกว้างก็ไม่แสดงความเมตตาแม้แต่น้อย แต่ถ้าฝ่ายตรงข้ามแสดงเจตนายอมแพ้หรือยอมหลีกทางให้แต่โดยดี พวกเขาก็จะยอมปล่อยตัวไป
ในวันนี้ ตู๋กูเทียนชิงท่านแม่ทัพใหญ่ประจำเมืองจูเป่ยและท่านขุนพลราชองครักษ์จ้าวเหยียนซือผู้เป็นรองแม่ทัพต่างก็ต่อสู้อย่างถวายชีวิตโดยไม่คิดล่าถอย และพวกเขาก็เสียชีวิตในการต่อสู้ครั้งนี้เอง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า