บทที่ 551 การตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุด
หมอดูเทวดาใกล้จะหมดอายุขัยแล้ว
อาจเป็นเพราะมีความรักลึกซึ้งเกินไปหรืออาจเพราะมีความฉลาดเกินไปจึงทำให้อายุขัยสั้นลง
เขาวางแผนหลายอย่างเพื่อสำนักศรัทธาราษฎรและศิษย์ของเขาทุ่มเทพลังใจและพลังกายทั้งหมด
หลังจากมายังโลกใบนี้ เขาก็ไม่ได้พบสิ่งที่ตนเองต้องการแต่ก่อนโลกจะพังทลายลง เขากลับพบจ้าวอู่เจียงโดยบังเอิญ
ดังนั้นเขาจึงวางแผนการเดินหมากบนตัวจ้าวอู่เจียงทีละก้าว
สำหรับเขาจ้าวอู่เจียงต้องตาย ดังนั้นจึงไม่เพียงวางแผนการเติบโตของชายหนุ่มเท่านั้นแต่ยังวางแผนไว้จนถึงหลังจ้าวอู่เจียงตายด้วย
เขาต้องการใช้การตายของจ้าวอู่เจียง ใช้การพังทลายของโลกนี้และคำปฏิญาณของศิษย์เอกหยางเมียวเจิ้นกับจ้าวอู่เจียง เพื่อให้หยางเมียวเจิ้นก้าวไปสู่ขั้นตอนสำคัญที่จะปกป้องสำนักศรัทธาราษฎรไปตลอดกาล
และบางที จ้าวอู่เจียงอาจจะคาดเดาการเดินหมากขั้นต่อไปของเขาได้แล้ว ชายหนุ่มผู้นั้นจึงส่งจดหมายมา แม้ว่าเขาจะไม่ได้อ่าน แต่ก็รู้เนื้อหาในจดหมายแล้วว่า จ้าวอู่เจียงคิดจะใช้คำปฏิญาณคู่ครองในการแต่งงานกับหยางเมียวเจิ้นมาข่มขู่ให้เขาทำตามคำขอ
แต่จริง ๆ แล้ว แม้ว่าจ้าวอู่เจียงไม่ข่มขู่ เขาก็จะช่วยปกป้องคนที่ชายหนุ่มมาอยู่แล้ว
เหมือนที่ได้บอกจ้าวอู่เจียงไว้ก่อนหน้านี้ เขาเป็นหนี้จ้าวอู่เจียงและนี่ถือเป็นการชดเชย
เขาและจางหลินต้าวพูดแล้วทำตามคำสัญญาเสมอ
ในขณะนี้ เขานั่งอยู่บนขั้นบันได มองดูเงาของจ้าวอู่เจียงที่ค่อย ๆ หายไปในหมอกหนา
โคมไฟในมือสั่นไหวเบา ๆ จางหลินต้าวถอนหายใจ
เขาคิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ถ้าฝืนพาทุกคนออกไปจากโลกนี้แล้วมันจะเป็นอย่างไรต่อ?
ตามศักยภาพของจ้าวอู่เจียง หากเติบโตอย่างราบรื่น ชายหนุ่มก็จะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ครอบครองโลกใบใหม่ได้อย่างแน่นอน
แต่จางหลินต้าวไม่กล้าเสี่ยง
หากพวกตามล่ารู้ว่าเขาพาจ้าวอู่เจียงออกไปจากโลกนี้ สำนักศรัทธาราษฎรที่อ่อนแออยู่แล้วก็จะถูกแก้แค้น
และจ้าวอู่เจียงก็จะถูกตามล่าไม่หยุดหย่อน ทุกคนต้องการแย่งชิงพลังที่ติดตัวของเขาจากโลกนี้ ต่อให้หมอดูเทวดาจะยังมีชีวิตอยู่และมีพลังสูงสุดก็ไม่สามารถปกป้องจ้าวอู่เจียงได้อยู่ดี
สุดท้ายแล้วจ้าวอู่เจียงก็ต้องตาย
จางหลินต้าวจึงทำได้เพียงเลือกว่าจะให้จ้าวอู่เจียงตายไปโดยเปล่าประโยชน์ หรือจะให้จ้าวอู่เจียงตายแล้วหยางเมียวเจิ้นได้รับผลประโยชน์มหาศาล
บุตรีแห่งสวรรค์หลินหลางเดินตามหมาป่าเทพเจ้าอยู่ทางด้านหลัง สวมเสื้อคลุมสีแดงดั่งเปลวเพลิง ยังคงงามสง่าไม่เสื่อมคลาย
แต่คิ้วนางขมวดมุ่นอยู่ตลอดเวลา
นางได้ขอร้องหมาป่าเทพเจ้าหลายครั้ง แต่หมาป่าเทพเจ้าก็ปฏิเสธทุกครั้ง ตั้งแต่ปฏิเสธอย่างอ้อม ๆ จนสุดท้ายเริ่มด่าทอนางด้วยความเกรี้ยวกราด
หมาป่าเทพเจ้าบอกนางว่าจ้าวอู่เจียงเคยมีทางรอดอยู่บ้าง แต่ในขณะนี้จ้าวอู่เจียงไม่มีทางรอดใด ๆ เหลืออยู่อีกแล้ว
เดิมทีจ้าวอู่เจียงไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น เป็นเพียงผู้ที่อยู่ในชนชั้นยอดฝีมือของโลกใบนี้
แต่บัดนี้จ้าวอู่เจียงมีพลังถึงขั้นสูงสุด สามารถต่อกรกับพวกตามล่าเขาได้แล้ว
ดังนั้นพวกที่ตามล่าจึงไม่ยอมให้จ้าวอู่เจียงมีชีวิตอยู่ต่อไปและคิดแผนการอันชั่วร้ายขึ้นมากำจัดจ้าวอู่เจียง
หมาป่าเทพเจ้าไม่ได้บอกบุตรีแห่งสวรรค์หลินหลางว่าแผนการนั้นคืออะไร
แต่ทุกครั้งที่หมาป่าเทพเจ้าคิดถึงแผนการนั้นขึ้นมา แม้แต่ตัวมันเองก็ยังอดไม่ได้ที่จะหนาวสั่น
เมื่อมนุษย์เปิดเผยความเจ้าเล่ห์และโหดเหี้ยมของตนเองออกมา มนุษย์ก็จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่โหดร้ายอำมหิตมากกว่าสัตว์เดรัจฉานนับหมื่นเท่า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า