บทที่ 555 ความล่มสลาย
นครหลวง แผ่นดินต้าเซี่ย
เริ่มมีฝนตกลงมาตอนแรกเป็นฝนปรอย ๆ จากนั้นกลายเป็นฝนห่าใหญ่
จ้าวอู่เจียงนั่งอยู่เพียงลำพังหน้าประตูตำหนักหย่างซิน นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ที่ฮ่องเต้หญิงเคยนั่งอ่านหนังสือ
เขามองดูท้องฟ้ามืดมิดที่มีสายฝนตกลงมาอย่างหนัก หยดน้ำฝนใหญ่เท่าเมล็ดถั่วเหลืองตกกระทบพื้นน้ำกระเซ็นเป็นฟองสาดกระจาย
กลิ่นน้ำผสมกับกลิ่นฝุ่นพุ่งเข้ามาใส่ใบหน้า เขาไม่หลบเลี่ยงสีหน้ายังคงสงบแต่แววตาครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
ในใจลึกๆ เขารู้สึกว่าโลกนี้กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการล่มสลาย
เมื่อครู่เขารู้สึกว่านครหลวงดูเหมือนจะสั่นสะเทือนราวกับมีแผ่นดินไหวไม่ไกลจากนครหลวง
นครหลวงในช่วงนี้ค่อนข้างวุ่นวาย
เมื่อจ้าวอู่เจียงส่งฮ่องเต้หญิงและคนอื่น ๆ ออกไปยังที่ซ่อนตัวได้สำเร็จ เขาก็ได้ออกประกาศถึงบรรดามิตรสหายในราชสำนักต้าเซี่ย
ในประกาศนั้นมีเนื้อหาไม่ซับซ้อนแฝงความหมายว่ากำลังจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น ขอให้ทุกคนใช้เวลานี้เตรียมรับมือวาระสุดท้ายแห่งชีวิตเอาไว้ให้ดี
เมื่อเกิดการสั่นสะเทือนเมื่อครู่ นครหลวงยิ่งโกลาหลมากยิ่งขึ้น ประชาชนต่างเก็บข้าวของเตรียมหนีเอาชีวิตรอด ไม่ก็ปล่อยตัวตามสบายเพลิดเพลินกับสิ่งที่เคยหวงแหนในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต
ทว่าขุนนางในนครหลวงกลับไม่ค่อยหวั่นเกรง
ต่างจากประชาชนที่พากันเผยแพร่ข่าวลือจนกลายเป็นเรื่องน่ากลัว บรรดาขุนนางได้รับทราบข่าวที่มีความแม่นยำมากกว่า
พวกเขารู้ว่าถึงหลบหนีไปก็ไม่มีประโยชน์จึงมีสงบใจมากขึ้น
ผู้ใดมีความขัดแย้งต่อกันก็ปล่อยวางลงแล้วหัวเราะลืมความแค้นไป แต่บางคนกลับเริ่มแก้แค้นในยามโลกวุ่นวาย แม้อีกฝ่ายมีตำแหน่งสูงกว่าก็ไม่มีผลแล้ว
มิตรสหายต่างมารวมตัวกันดื่มเหล้าเพื่อคลายความทุกข์
ขุนนางใหญ่น้อยต่างวางมือจากงานที่ยุ่งเหยิง
ผู้คนทั้งนครหลวงหยุดการเคลื่อนไหวไปเป็นส่วนใหญ่
แต่มีบางคนยังทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ต่อไป
แม้พวกเขาจะรู้ว่ามีภัยร้ายใกล้เข้ามาแต่ก็ยังทำงานซ้ำ ๆ ทุกวันไม่เปลี่ยนแปลง
ท้องฟ้ามืดมิดมีเสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง
ทันใดนั้นนครหลวงก็สั่นสะเทือนอีกครั้ง คราวนี้การสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นดูเหมือนว่าพื้นที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวจะใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แล้ว
คราวนี้นครหลวงสั่นสะเทือนไม่หยุด แรงสั่นสะเทือนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดพื้นดินก็เกิดการทรุดตัว
ในยามนี้ฝนตกหนัก ตำหนักหย่างซินและสิ่งปลูกสร้างรอบ ๆ เริ่มพังทลาย คานไม้บนหลังคาพังลงมา กระเบื้องหลังคาตกลงพื้นแตกเป็นชิ้น ๆ พื้นดินเริ่มมีรอยแยกและรอยแยกขยายตัวมากขึ้นไม่หยุด
ในตำหนักหลังมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นวุ่นวาย
บรรดาขันทีและนางกำนัลรวมถึงสนมนางในต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
ทุกคนวิ่งฝ่าฝนออกไปแต่ในไม่ช้าก็สูญเสียการควบคุมร่างกายลอยขึ้นจากพื้นดิน
พวกเขาลอยขึ้นไปในอากาศและมองเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่บนซากปรักหักพังของตำหนักหย่างซิน
บุรุษหนุ่มคนนี้มีท่าทางสงบเยือกเย็นแต่เปี่ยมด้วยพลังอำนาจ
มือทั้งสองข้างกางออกหันฝ่ามือขึ้น เขาเงยหน้ามองฟ้าราวกับกำลังต้อนรับฝนห่าใหญ่ระลอกนี้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า