บทที่ 57 ลอบสังหาร
โรงหมอหลวง
ข้าวของที่อยู่ในห้องโถงถูกทุบทำลายไปหลายชิ้น
เฉินอันปังเสนาบดีแห่งกรมกลาโหมกับซุนอี้ขู่ผู้ดูแลโรงหมอหลวงได้ปะทะฝีมือกันหลายกระบวนท่า โต๊ะและเก้าอี้ที่อยู่ภายในห้อง รวมไปถึงลิ้นชักเก็บสมุนไพร ต่างถูกทำลายไม่เหลือชิ้นดี
บัดนี้ เสนาบดีกรมกลาโหมเดินทางกลับไปแล้วด้วยความโกรธแค้น ในขณะที่ซุนอี้ขู่นั่งพักอยู่บนเศษซากของเก้าอี้ตัวหนึ่งด้วยสีหน้าเย็นชา กำลังพยายามปรับลมหายใจและอารมณ์ของตนเอง
“จ้าวอู่เจียง! มันชักจะร้ายกาจเกินไปแล้ว!”
เมื่อดื่มน้ำชาหมดถ้วย ซุนอี้ขู่ก็ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะเดินไปยังห้องลับของตน
ในใจยังคงคุกรุ่นด้วยความโกรธแค้น ระหว่างด่าเฉินอันปังอยู่ในใจก็พุ่งเป้าจิตสังหารไปยังจ้าวอู่เจียงด้วยเช่นกัน
เมื่อไปถึงห้องลับ ซุนอี้ขู่ก็พบกับเด็กจัดยาสมุนไพรผู้หนึ่งกำลังรออยู่ก่อนแล้ว คนผู้นี้เป็นหนึ่งในคนสนิทของเขาเอง ทำให้ผู้ดูแลโรงหมอหลวงต้องมุ่นคิ้วขมวดอีกครั้ง
“มีอะไรอีก?”
เด็กจัดยาสมุนไพรผู้นั้นรีบเดินเข้ามาโค้งตัวคำนับซุนอี้ขู่ด้วยความอ่อนน้อม และรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“กราบเรียนใต้เท้า ภารกิจของเราในกรมพิธีการล้มเหลวขอรับ ยาพิษในตัวองค์หญิงถูกขับออกไปหมดสิ้น อีกทั้งท่านเสนาบดีกรมพิธีการกำลังสืบหาต้นตอของพิษนั้น คนของเรารายงานว่าอาจเกิดปัญหาได้ขอรับ…”
เปรี้ยง!
เมื่อรับฟังรายงานจบ ซุนอี้ขู่ก็กระแทกฝ่ามือใส่ผนังด้วยความโมโห สีหน้าบิดเบี้ยวอย่างไม่สบอารมณ์
“เป็นผู้ใดที่ทำการขจัดพิษร้ายของข้า!”
เด็กหนุ่มในชุดดำก้มศีรษะลงต่ำ ตอบกลับด้วยเสียงสั่นเครือ
“เป็นจ้าวอู่เจียงขอรับ…”
“จ้าวอู่เจียง! จ้าวอู่เจียง! เป็นมันอีกแล้ว!”
ซุนอี้ขู่กัดฟันกรอด
“คนผู้นี้มันอยากเป็นศัตรูกับเราใช่หรือไม่ หรือว่ามันค้นพบอะไรบางอย่าง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ข้าอยากให้มันตายเสียเดี๋ยวนี้!”
“ใต้เท้าขอรับ พวกเราจะทำอย่างไรกันดี?” เด็กหนุ่มในชุดดำถามด้วยความเคารพ
“จ้าวอู่เจียงฉลาดก็จริง อีกทั้งยังมีความสามารถด้านการแพทย์ แต่มันไม่เป็นวรยุทธ์ใช่หรือไม่?”
ดวงตาอันขมขื่นของซุนอี้ขู่กลายเป็นสีแดงก่ำด้วยความเกลียดชังและโกรธแค้น
“ส่งคนไปฆ่ามัน! หั่นร่างของมันเป็นชิ้น ๆ!”
“รับทราบขอรับ เดี๋ยวข้าน้อยจะไปทำภารกิจนี้ด้วยตนเอง ขอผู้ติดตามสักสองคนก็น่าจะเพียงพอในการสังหารขันทีคนหนึ่งแล้วขอรับ ใต้เท้าได้โปรดวางใจ ข้าน้อยจะไม่มีทางล้มเหลวเด็ดขาด!”
เด็กหนุ่มในชุดดำก้มศีรษะคำนับ และหมุนตัวเดินจากไป
มีหนทางไปสวรรค์ไม่ไป แต่พยายามจะมุดดินลงสู่นรก นี่เรียกว่าจ้าวอู่เจียงทำตัวเองโดยแท้!
พวกมันฟันกระบี่ใส่จ้าวอู่เจียงพร้อมกัน!
ดวงตาของจ้าวอู่เจียงเป็นประกายวาวโรจน์ เขาได้ยินเสียงกระบี่แหวกฝ่าอากาศเข้ามาใกล้
จังหวะที่เผชิญหน้าการโจมตีจากมือสังหารทั้งสี่ ชายหนุ่มก็เอนตัวพร้อมกับถอยหลังไปสองก้าว เพียงเท่านี้ก็สามารถหลบเลี่ยงการโจมตีได้อย่างง่ายดาย
กลุ่มมือสังหารตื่นตกใจเล็กน้อย จ้าวอู่เจียงอาศัยจังหวะนี้ใช้สองมือจับมือข้างที่ถือกระบี่ของมือสังหารทางขวามือ และเหวี่ยงแขนเล็กน้อย มือสังหารคนนั้นก็ลอยกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงหินอย่างแรง!
ตึง!
เสียงกระแทกดังขึ้นพร้อมกับรอยร้าวปรากฏขึ้นบนกำแพง หน้าอกของมือสังหารผู้นั้นยุบลงไป โลหิตไหลทะลักออกมาจากปากและจมูก ลมหายใจรวยริน
แม้จ้าวอู่เจียงจะเพิ่งฝึกขั้นแรกของเคล็ดวิชาทองคำไร้พ่าย แต่ร่างกายก็แข็งแกร่งเกินคนธรรมดาไปหลายเท่า ถึงจะยังไม่มีทักษะในการใช้กระบี่หรืออาวุธอื่น ๆ ใด แต่อาศัยเพียงพละกำลังมหาศาล ก็สามารถเอาชนะศัตรูได้ไม่ยากเย็น
ชายหนุ่มก้มหยิบกระบี่ออกมาจากมือของมือสังหารที่นอนฟุบอยู่บนพื้น แล้วหันกลับไปตวัดกระบี่ใส่พวกมันที่เหลือ
เคร้ง!
กระบี่ยาวในมือของคู่ต่อสู้สั่นสะท้าน ขันทีหนุ่มสามารถทำให้มือสังหารอีกสามคนที่เหลืออยู่ล่าถอยออกไปได้ในกระบี่เดียว หลังจากนั้น เขาก็รีบพุ่งเข้าใส่ศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุด พร้อมทั้งกระแทกหัวเข่าใส่หน้าท้องของมือสังหารผู้นั้นเต็มแรง จนอีกฝ่ายร้องครางด้วยความเจ็บปวด
ครั้นมือสังหารผู้นั้นสูญเสียการป้องกันตัว ชายหนุ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มือขวาควงกระบี่แล้วฟันสุดแรงเกิดในมุมทะแยงขึ้นสูง
ฉัวะ!
จ้าวอู่เจียงฟันกระบี่ยาวลงกลางอกของมือสังหารผู้นั้น คมกระบี่ปาดลึกขึ้นไปถึงลำคอ และศีรษะ!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า