เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 577

บทที่ 577 ราวกับความฝัน

“คนโง่ เจ้าจะออกไปยืนตากฝนทำไมกัน”

จ้าวอู่เจียงถูกลากเข้ามาในศาลา

เขาถูกคนลากตัวแล้วโยนเบา ๆ ไปข้างกองไฟ มีเสียงหัวเราะดังขึ้นข้างกาย

เสียงหัวเราะนั้นเหมือนเยาะเย้ย แต่จริง ๆ แล้วเป็นเสียงหัวเราะล้อเล่นมากกว่า

จ้าวอู่เจียงพบว่าคนที่ลากเขาเมื่อครู่เป็นชายร่างใหญ่ในชุดเสื้อคลุมสั้นผ้าป่านหยาบ รูปร่างสูงใหญ่ คิ้วหนาตาโต เมื่อไม่ยิ้มจะให้ความรู้สึกกดดันอย่างมาก

จ้าวอู่เจียงมองคนที่เหลือข้างกองไฟ มีชายหนึ่งหญิงหนึ่ง

ชายผอมราวกับลิง แต่เสื้อผ้าไม่ใช่ผ้าป่านหยาบ แต่เป็นเสื้อที่ตัดเย็บจากผ้าฝ้ายสีฟ้าและสีเทาเก่า ๆ มีสมุดกระดาษสีเหลืองขาด ๆ วิ่น ๆ เสียบอยู่ที่เชือกผูกเอว

หญิงสาวมีใบหน้ากลม รูปร่างไม่ได้สวยงามมากนัก แต่เวลายิ้มให้ความรู้สึกอบอุ่นยิ่งนัก นางสวมชุดกระโปรงยาวสีเหลืองอ่อน

จ้าวอู่เจียงมองไปด้วยสายตางุนงง เขาไม่เข้าใจว่าที่นี่คือที่ไหน แล้วทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้

เขาจำได้ว่า เขาบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ร่วงลงสู่ความมืดไร้ขอบเขต แล้วตื่นขึ้นมา ก็ยืนอยู่ใต้สายฝน

หญิงสาวยื่นมือโบกไปมาตรงหน้าจ้าวอู่เจียง

จ้าวอู่เจียงได้สติ เงียบไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดอย่างไร

“นี่ เจ้าโง่ อย่าบอกนะว่าเจ้าจำพวกข้าไม่ได้อีกแล้ว” ชายร่างใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเล็ก เก้าอี้ส่งเสียงเอี๊ยด เหมือนจะรับน้ำหนักของชายร่างใหญ่ไม่ไหว

จ้าวอู่เจียงมองไป สายตามีความโง่งมใสซื่ออย่างชัดเจน

“ให้ตายเถอะ” ชายร่างใหญ่ตบหน้าผาก ทำหน้าอับจนปัญญา

ชายร่างผอมเหมือนลิงและหญิงสาวหน้ากลมหัวเราะคิกคัก

“ข้าคือท่านพี่ใหญ่ของเจ้า จ้าวต้าหลาง!” ชายร่างกำยำถอนหายใจ ชี้ไปที่ตัวเอง จากนั้นก็ชี้ไปที่สาวหน้ากลม เอ่ยเสียงทุ้ม

“นางเป็นพี่สาวคนที่สามของเจ้า จ้าวถิงถิง”

จ้าวอู่เจียงเกาหัว ยิ้มแย้ม รอยยิ้มดูเซ่อซ่าไปสักหน่อย

เขายังคงกำลังย่อยความทรงจำบางอย่าง เขาพบว่านี่คือเรื่องราวบางอย่างของตนเองในโลกนี้ ในหมู่บ้านนี้ ในช่วงปีกว่าที่ผ่านมา

“ใช่แล้ว ก็รอยยิ้มนี่แหละ ฮ่า ๆ ๆ…” ชายร่างกำยำหัวเราะฮ่า ๆ ชายร่างผอมเหมือนลิงและหญิงสาวหน้ากลมก็หัวเราะตาม บรรยากาศเป็นกันเอง

พวกเขาชอบน้องเก้าคนนี้ที่ท่านพ่อผู้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านเก็บกลับมา ถึงแม้จะเป็นคนโง่ แต่ก็มีหน้าตาที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสนิทสนม อีกทั้งยังขยันขันแข็ง งานหนักงานเหนื่อยมากมายในหมู่บ้าน น้องเก้าผู้โง่เขลาก็เต็มใจทำทั้งนั้น ไม่เคยบ่นหรือโกรธเลยสักครั้ง ยังคงยิ้มแย้มอยู่เสมอ

ครึ่งชั่วยามต่อมา พวกเขาตัดสินใจออกเดินทาง กลับไปยังหมู่บ้านตระกูลจ้าว

ที่นี่คือศาลเจ้าร้างแห่งหนึ่งนอกหมู่บ้านตระกูลจ้าว มีแต่กิ่งไม้แห้งเหี่ยวกระจัดกระจายอยู่ทั่ว รวมถึงรูปปั้นเทพเจ้าที่พังทลายลงมา

ในยามปกติแทบไม่มีผู้คนมาจุดธูปอะไรสักเท่าไร ก็ไม่มีใครว่างพอจะมาตั้งรูปปั้นเทพเจ้าพวกนี้ขึ้นมาใหม่ ซ่อมแซมศาลเจ้าร้างแห่งนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

ส่วนใหญ่แล้ว ก็ใช้เป็นที่หลบฝนให้กับผู้คนจากหมู่บ้านใกล้เคียง

หรือไม่ก็ใช้เป็นสถานที่สำหรับคู่รักหนุ่มสาวที่กำลังเร่าร้อน ปลดปล่อยอารมณ์ความปรารถนา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า