บทที่ 59 เรียกร้องผลประโยชน์
โรงหมอหลวง ห้องลับของผู้ดูแล
ซุนอี้ขู่กำลังใช้พัดโบกสะบัดใส่เตาไฟ เพื่อให้น้ำยาในหม้อต้มร้อนเดือดได้ที่
ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกเปิดออก เด็กหนุ่มในชุดดำวิ่งเข้ามา
“ใต้เท้าขอรับ! ล้มเหลวแล้ว!”
เขายังคงเหลียวมองไปทางด้านหลังอย่างตื่นกลัว เพราะกำลังตระหนกว่าจ้าวอู่เจียงจะติดตามมาหรือไม่
“อะไรนะ!” ซุนอี้ขู่ตกตะลึง “มีคนคอยอารักขามันอยู่หรือ?”
“ไม่ใช่ขอรับ… ไม่ใช่ แต่เป็นจ้าวอู่เจียงแข็งแกร่งมากเกินไป เขาสามารถฆ่าคนของพวกเราได้ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น…” เด็กหนุ่มในชุดดำยังคงตัวสั่น ยิ่งพูดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกกลัวมากเท่านั้น
“เป็นไปไม่ได้…” ซุนอี้ขู่ไม่อยากเชื่อ
“มันจะมีฝีมือต่อสู้สูงส่งขนาดนั้นได้อย่างไร? เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด”
เด็กหนุ่มในชุดดำยกมือกุมหน้าอกตัวเอง ใบหน้าซีดขาวขึ้นเรื่อย ๆ
“ใต้เท้าขอรับ ข้าน้อย…”
พรึ่บ!
ฉับพลันหัวใจของเขาระเบิดออก ม่านหมอกโลหิตสาดกระจาย ตัวคนยังพูดไม่ทันจบ ก็ล้มลงไปกระแทกกับพื้นห้องเสียแล้ว
ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!
เข็มแหลมสี่เล่มพุ่งออกมาจากหน้าอกของเด็กหนุ่มชุดดำ ทำเอาซุนอี้ขู่ตาเบิกโพลง พยายามจะหมุนกายหนี แต่สายเกินไป!
ผู้ดูแลโรงหมอหลวงรีบระเบิดพลังลมปราณห่อหุ้มกาย แต่เข็มเงินเหล่านั้นกลับพุ่งทะลวงผ่านม่านพลัง เข้ามาทิ่มแทงผิวหนังของเขาได้อยู่ดี
“อ๊าก!”
ซุนอี้ขู่กรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างกายสั่นเทายากจะควบคุมได้
ความหวาดกลัวปรากฏขึ้นในหัวใจ เขาไม่กล้าคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเข็มเงินเหล่านี้แทงทะลวงเข้าสู่หัวใจ เกรงว่าเขาก็คงต้องตายไม่ต่างจากบริวาร
โชคดี ที่เมื่อเข็มเงินเหล่านี้เจาะทะลวงผ่านม่านพลังลมปราณเข้ามา อานุภาพของมันก็ถูกทอนลงไปหลายส่วน ซุนอี้ขู่จึงได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ถึงอย่างนั้น หัวใจก็ยังคงสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว
เห็นทีเขาคงไม่สามารถกำจัดจ้าวอู่เจียงได้ง่าย ๆ ตามที่คิดเสียแล้ว อีกฝ่ายเก็บงำฝีมือไว้มากเกินไป เป็นไปได้อย่างไรที่มันจะเป็นผู้ฝึกวรยุทธ์?
ซุนอี้ขู่เดินกลับไปนั่งบนเก้าอี้ พยายามข่มความเจ็บปวด ค่อย ๆ ถอนเข็มเงินออกจากร่างกายด้วยอารมณ์ที่เดือดพล่านในใจ
…
ตำหนักหย่างซิน
จ้าวอู่เจียงกลับมายังห้องบรรทมของฮ่องเต้ ปรากฏว่านางก็เพิ่งกลับมาจากการประชุมพอดี
“ทูลฝ่าบาท วันนี้กระหม่อมถูกเฉินอันปังใส่ร้ายแทบตายแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” จ้าวอู่เจียงแสดงสีหน้าขมขื่นเป็นอย่างยิ่ง
หากจ้าวอู่เจียงได้รับบาดเจ็บขึ้นมาจริง ๆ นางคงเสียใจเป็นอย่างยิ่ง
แต่ทำไมจ้าวอู่เจียงถึงได้เที่ยวมีเรื่องไปทั่วเช่นนี้?
เซวียนหยวนจิ้งกล่าวอย่างช่วยไม่ได้ “ตอนแรกเจ้าก็มีเรื่องกับเฉินอันปัง ตอนนี้เจ้าก็มาเจอมือสังหารอีก เจ้านี่มันหาเรื่องปวดหัวให้ข้าอยู่เรื่อย”
“ฝ่าบาทเข้าใจผิดแล้ว กระหม่อมไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อหาเรื่องปวดหัวให้แก่ฝ่าบาท” จ้าวอู่เจียงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แต่กระหม่อมอยู่ที่นี่เพื่อปฏิบัติภารกิจพิเศษต่างหาก”
ใบหน้างดงามของเซวียนหยวนจิ้งกระตุกเล็กน้อย “…. นี่เจ้ากำลังเรียกร้องค่าชดเชยหรือ?”
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวอู่เจียงตอบกลับเรียบ ๆ
“กระหม่อมคิดว่าเรื่องราวบางอย่างเราก็ไม่ควรออกหน้าด้วยตนเอง ดังนั้น กระหม่อมจึงอยากจะสร้างขุมกำลังเอาไว้ด้านนอกเพื่อคอยปฏิบัติงานต่าง ๆ ให้พวกเราในเงามืดพ่ะย่ะค่ะ และกระหม่อมก็ต้องการจวนสักหลังที่อยู่นอกวังหลวง เพื่อใช้เป็นฐานที่มั่นในอนาคต”
ฮ่องเต้หญิงมีสีหน้าเคร่งขรึม นางจ้องเข้าไปในดวงตาของขันทีหนุ่มพลางใช้ความคิด ก่อนจะพยักหน้า
“ตกลง! ข้าจะมอบรางวัลเป็นจวนหลังใหญ่ให้กับเจ้า เจี๋ยเอ้อร์ซานอยู่ที่นี่แล้ว นับจากนี้ไป เขาจะคอยอารักขาเจ้า”
“แค่นี้เองหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
เซวียนหยวนจิ้งหัวเราะในลำคอ “ในสายตาของเจ้า ยังไม่เพียงพออีกหรือ?”
“เพียงพอแล้วพ่ะย่ะค่ะ ขอบพระทัยฝ่าบาท”
จ้าวอู่เจียงประสานมือคำนับ
“กระหม่อมยินดีรับใช้ฝ่าบาทตลอดไป แม้ว่าต้อง ‘ทำศึก’ กับนางสนมอีกเป็นร้อยครั้ง กระหม่อมก็จะขอทุ่มเททำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ไม่มีหวาดหวั่นแม้แต่น้อย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า