บทที่ 722 สายฝนเหมือนผ้าม่าน อดีตราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ความหนาวเย็นจากสายฝนกัดกินซึมเข้ากระดูก
จ้าวอู่เจียงไม่ได้ใช้พลังปิดกั้นฝน เขาปล่อยให้เม็ดฝนขนาดใหญ่กระทบตัวเขา
เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงแปลกประหลาดของเซี่ยปี้อันและความเศร้าของฟ่านอู๋จิ่ว จึงถอนหายใจเบาๆ
เซี่ยปี้อันที่ใส่ชุดผ้าลินินสีเทาขาวพูดจบก็มึนงงเล็กน้อย เขามองเด็กสาวที่นอนอยู่ในสายฝนอย่างเงียบๆ ด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ
“ซูซู!”
ใบหน้าของเขาซีดเซียวเพราะฝน มือของเขาสั่นเทา เขารีบเคลื่อนกายผ่านน้ำฝนที่สูงถึงข้อเท้า อุ้มเด็กสาวที่ร่างแข็งทื่อและซีดเซียวไร้เลือดขึ้นมา
ร่างกายของเขาสั่นเทา ลูบหน้าเด็กสาวที่มีเส้นผมปกปิดลงมาอย่างไม่เป็นระเบียบ พลางร้องไห้เสียงดัง
“ไม่…ไม่นะ…ซูซู…ดูบิดาสิ ดูบิดาสิ ซูซู…”
ฟ่านอู๋จิ่วในชุดคลุมสีดำ ใบหน้าเศร้าหมอง ไม่อาจทนมองได้อีกต่อไป
ท่ามกลางสายฝนตกหนัก ตงหนิงที่ถือกระบี่หัวผีถูกฝนซัดจนกลายเป็นควันบางๆ สีฟ้าอ่อน ลอยเข้าร่างของบัณฑิตที่กลิ้งออกมาจากรถม้าเหมือนศพคนตายนั้น
ส่วนเยว่เฉียนชุนที่มีรูปร่างสูงสง่าและหน้าตาหล่อเหลา ถูกแรงลมสายฝนพัดพาและซ้อนทับในร่างของบัณฑิตหนุ่มอีกเช่นกัน
ทางด้านของบัณฑิตที่น้ำตาไหลไม่มีชีวิต ถูกฝนซัดจนร่างแตกเป็นควันและลอยเข้าไปในร่างของเด็กสาวในอ้อมกอดของเซี่ยปี้อัน
ท่ามกลางฝนตกหนัก เหลือเพียงหกร่างจากเก้าร่างก่อนหน้านี้
เซี่ยปี้อันที่อุ้มบุตรสาวร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า ฟ่านอู๋จิ่วที่ถอนหายใจด้วยความเศร้า จ้าวอู่เจียงที่ถูกฝนซัดจนเปียกปอน จูจิ้งที่นั่งคุกเข่าพูดพึมพำเหมือนคนเสียสติ และบัณฑิตหนุ่มที่น้ำตาไหลไม่มีชีวิต
เซี่ยปี้อันที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าหายใจหนัก เขาคลานไปข้างหน้าจับชุดคลุมดำของฟ่านอู๋จิ่วและร้องไห้เสียงดัง
“ฟ่านอู๋จิ่ว ช่วยซูซูด้วย ช่วยนางด้วย! ช่วยนางด้วยเถอะ!”
“พี่เจ็ด…” ฟ่านอู๋จิ่วนั่งลง จับมือของเซี่ยปี้อันแน่นและส่ายศีรษะ ตอบกลับไปด้วยความเศร้า
“ซูซูตายไปนานแล้ว ตงหนิงก็ตายไปนานแล้ว ท่านตื่นเถอะ”
“ไม่! ฟ่านอู๋จิ่ว! นางไม่ได้ตาย! ลูกสาวของข้ายังไม่ตาย!!” ดวงตาของเซี่ยปี้อันเต็มไปด้วยเลือดสีแดงก่ำ เหมือนกลับไปสู่อาการบ้าคลั่งอีกครั้ง สายฝนรอบๆ ตัวเขาถูกเสียงร้องไห้แยกออกเป็นหมอกบางเบา
“บิดา ถ้าลูกมีน้องสักคนก็คงดี” เสียงเด็กสาวที่ใสบริสุทธิ์และสดใสดังขึ้นในสายฝน ทำให้ความโกรธของเซี่ยปี้อันสงบลงและเขาหยุดชะงักทันที
เซี่ยปี้อันหันมามอง เด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาในสายฝน มองหน้าเขาด้วยรอยยิ้มที่สดใสและดวงตาที่เปล่งประกาย
สายฝนเปลี่ยนสภาพเป็นเหมือนม่านละคร แสดงให้เห็นภาพในอดีต เงาร่างสองร่างกำลังยืนอยู่ด้วยกัน สองร่างนั้นคือเขาและบุตรสาว เซี่ยเฉินซู
“พี่ตง ให้อภัยข้าด้วย ข้าทำไปเพราะไม่มีทางเลือก”
“หนี่ผูซา เจ้าเป็นสัตว์นรก!” ตงหนิงกำกระบี่แน่นและพูดเสียงดัง เลือดพุ่งออกจากปาก
“พี่ตง วิ่งหนีไป! วิ่งไปเร็วพี่ตง!” เซี่ยเฉินซูที่ถูกตอกตะปูไว้ที่ไหล่กับรถม้าตะโกนด้วยความหวาดกลัว
หนี่ผูซาหมุนกระบี่และแทงกระบี่เข้าร่างของตงหนิงอีกครั้ง ก่อนจะดึงกระบี่ออกและเดินไปหาเซี่ยเฉินซู
ตงหนิงจ้องตาเขม็ง ลำคอมีเสียงหายใจเฮือกสุดท้าย เขาตะโกนด้วยความอาฆาตแค้นว่า
“หนี่ผูซา! ปล่อยศิษย์น้องข้า!”
หนี่ผูซาหันมายิ้มและพูดด้วยเสียงเย็นชา
“ฮ่าๆ พี่ตง ข้าล้มเหลวในการผ่านด่านสวรรค์ ฟ้าคงไม่ปล่อยข้าใช่หรือไม่? ไม่มีทาง! แต่ชีวิตข้าเป็นของข้า ไม่ใช่ของฟ้า ข้าต้องรอด! พวกเจ้าต้องตาย! การตายเพื่อข้าหนี่ผูซา นับเป็นเกียรติยิ่ง…พวกเจ้าควรจะดีใจ…”
“อ๊ากกก!”
ดวงตาของเซี่ยปี้อันเต็มไปด้วยเลือด เขาพุ่งเข้าสายฝนและทำให้ม่านสายฝนแตกเป็นเสี่ยงๆ เขากลิ้งไปมาบนพื้นเปียก เลือดเต็มตัว นอนอยู่ในแอ่งน้ำ มองท้องฟ้าสีเทาด้วยน้ำตาไหลไม่หยุดยั้ง
เขารู้ความจริงแล้ว แต่ไม่อยากจะยอมรับมัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า