บทที่ 790 ข้าพ่ายแพ้แล้ว
ภายในภาพวาดท้องฟ้านิรันดร ท้องฟ้าค่อยๆ ลดต่ำลง ราวกับต้องการกดทับจ้าวอู่เจียง
ภายใต้ท้องฟ้ากว้างใหญ่ที่ไร้ที่สิ้นสุด จ้าวอู่เจียงไม่มีที่ให้หลบซ่อน ไม่มีที่ให้ซ่อนตัว
หลู่จงยิ้มเย็นชา นางเพียงแค่ต้องหลบหลีกการโจมตีสวนกลับครั้งสุดท้ายของจ้าวอู่เจียงก็เพียงพอแล้ว
จ้าวอู่เจียงพยายามบินหนี แต่พื้นที่รอบๆ กลับยุบตัวเข้าหากัน ราวกับเขาเป็นนกกระจอกที่พยายามหนีท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ ชายหนุ่มรู้สึกไร้พลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ครืน!”
แรงกดดันของพลังฟ้าดินได้แปรเปลี่ยนเป็นเชือกที่มองไม่เห็น พันธนาการจ้าวอู่เจียงไว้แน่นหนา
จ้าวอู่เจียงล้มลงบนพื้นหญ้า ร่างกายของเขาดิ้นรนอย่างสุดกำลัง ราวกับหนอนไหมที่พยายามดิ้นหลุดออกจากรังไหม
หลู่จงเดินเท้าเปล่าเข้ามาบนพื้นหญ้า ก้าวเดินอย่างช้าๆ นางเหยียบเท้าลงไปลงบนร่างของจ้าวอู่เจียงและพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“ข้านึกว่าเจ้ามีความสามารถมากกว่านี้ สรุปว่ามีแค่นี้เองหรือ?”
“ข้าไม่ยอมรับ!” จ้าวอู่เจียงพยายามทำใจให้สงบลง เมื่อการดิ้นรนไร้ผล เขาจึงเริ่มมองหาวิธีอื่น
ความจริงแล้วการดิ้นรนของเขาก็ไม่ใช่ไร้ประโยชน์ หากเขายอมบาดเจ็บอย่างหนักและปลดปล่อยพลังปีศาจภายในบางส่วนออกมา เขาก็อาจจะสามารถทำลายพันธนาการนี้ได้ แต่นั่นเป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤติเท่านั้น
ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่ถึงจุดนั้น
“เจ้าจะไม่ยอมรับอะไร? ผู้พ่ายแพ้ของข้ามีมากมาย” หลู่จงพูดพลางเตะจ้าวอู่เจียงเบาๆ
“ข้ายังมีท่าไม้ตายอีกมากที่ยังไม่ได้ใช้ แต่เจ้ากลับใช้สมบัติวิเศษประจำตัวมาผูกมัดข้า!” จ้าวอู่เจียงพูดพลางหรี่ตา
“ข้ายังคิดว่าเจ้าจะมาประลองอย่างยุติธรรมกับข้าอีกสักครั้ง แต่…เฮ้อ เจ้าได้ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ”
เขาพยายามนิยามการต่อสู้ครั้งนี้ว่าเป็นการประลอง ไม่ใช่การต่อสู้เอาชีวิต ซึ่งธรรมชาติของมันแตกต่างกันมาก และการจัดการกับเรื่องนี้ก็จะแตกต่างกันออกไปด้วย
“ฮึ ตั้งแต่เจ้าแอบโจมตีข้า มันก็ไม่ใช่การประลองอีกต่อไปแล้ว” หลู่จงพูดพร้อมกับนั่งยองๆ ลง แล้วเริ่มค้นหาถุงเก็บของของจ้าวอู่เจียง
“ข้าเสียใจจริงที่อุตส่าห์เตือนเจ้าก่อนหน้านี้ ข้าเป็นคนเตือนเจ้าทั้งสองครั้งด้วยซ้ำ” จ้าวอู่เจียงพยายามขยับตัว
“ข้าไม่อยากรับคำเตือนจากเจ้า” หลู่จงใช้พลังพยายามเปิดถุงเก็บของ แต่ไม่สามารถเปิดได้
จ้าวอู่เจียงหรี่ตาเล็กน้อย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
“ถ้าเจ้าไม่ต้องการคำเตือนจากข้า งั้นการที่ข้าไม่ได้เตือนเจ้าครั้งนั้นล่ะ ถือว่าเป็นการแอบโจมตีหรือไม่? เจ้ายังต้องการคำเตือนอยู่หรือไม่?”
หลู่จงเอาศีรษะเข้าไปใกล้เพื่อฟังว่าเขาพูดอะไร ในความคิดของนาง การที่จ้าวอู่เจียงปฏิเสธที่จะเปิดถุงเก็บของอย่างหนักแน่นเช่นนี้ แสดงว่าต้องมีความลับบางอย่างที่ไม่สามารถเปิดเผยได้แน่นอน
แต่แล้วจู่ๆ จ้าวอู่เจียงก็พลิกตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และจูบที่แก้มของหลู่จงโดยไม่ทันให้ตั้งตัว จากนั้นเขาก็กลับมานอนราบกับพื้นหญ้าอีกครั้ง ราวกับคนที่ไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้ว
สีหน้าของเขาแสดงออกถึงความไม่แยแส ราวกับว่าเขายอมรับชะตากรรมของตนเองแล้ว
หลู่จงตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะเอามือถูแก้มของตนที่เพิ่งถูกจูบไปเมื่อสักครู่
ไม่นานนัก นางก็ได้สติกลับมา และตะโกนออกมาด้วยความอับอายและอาฆาตแค้น
“เจ้าตายแน่!”
แต่เมื่อนางสบตากับจ้าวอู่เจียงนางกลับรู้สึกสั่นไหวภายใน ดวงตาของเขาลึกล้ำและเต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หลู่จงสะดุ้งเล็กน้อยและถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
จ้าวอู่เจียงมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและพูดด้วยน้ำเสียงที่ลึกซึ้ง
“ความจริงนั้น การได้ตายด้วยน้ำมือของเจ้า ข้าก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจ ตลอดการฝึกฝนที่ผ่านมา ข้าได้ผ่านความเป็นความตายมาไม่น้อย ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อฝึกฝนตัวเอง เพียงเพื่อต้องการเข้าใกล้เจ้าให้มากขึ้น แต่ข้าก็ยังพ่ายแพ้ ไม่ว่าข้าจะฝึกฝนมากเท่าใด ข้าก็ไม่สามารถตามเจ้าได้ทัน บางทีวันหนึ่ง ข้าอาจตายด้วยน้ำมือของคนอื่น แต่ตอนนี้ ข้าขอตายด้วยน้ำมือของเจ้าดีกว่า เจ้าลงมือเถอะ ข้าพ่ายแพ้แล้ว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า