เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 893

บทที่ 893 ผู้ไกล่เกลี่ย

จ้าวอู่เจียงจ้องมองเหล่าอัจฉริยะสำนักเติมฟ้าที่เข้ามาขวางทางพร้อมยิ้มแย้มเกลี้ยกล่อม สายตาจ้าวอู่เจียงเย็นชาอย่างยิ่ง

เขาเหลือบมองไปยังเหล่าอัจฉริยะตระกูลหลี่ที่กำลังหนีเอาชีวิตรอดอย่างสุดกำลัง

เหล่าอัจฉริยะตระกูลหลี่ถูกวิชาสายฟ้าของเขาต่างได้รับบาดแผลจากสายฟ้าประทับติดตัว ภายในดินแดนลับเต๋อเหลียน ไม่ว่าจะหนีไปสุดขอบฟ้า ถ้าเขาอยากตามหาก็ย่อมหาเจอ จ้าวอู่เจียงจึงไม่ได้รีบร้อนไล่ตามแต่อย่างใด

เขาหัวเราะเยาะ ‘ผู้ไกล่เกลี่ย’ ตรงหน้า

“พวกเจ้ามาเพื่อเกลี้ยกล่อมในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยหรือ?” น้ำเสียงของราบเรียบ ฟังไม่ออกว่ายินดีหรือกำลังโกรธ

“คุณชายจ้าว” คนของสำนักเติมฟ้าประสานมือคำนับ ท่าทางคงทำเพื่อผลประโยชน์ตนเอง เขายิ้มแล้วกล่าวว่า

“คุณชายจ้าวผู้เมตตา จริงอยู่ก่อนหน้านี้หลี่เสวียนทงยั่วโทสะท่านหลายครั้ง แต่บัดนี้เขาก็ตายไปแล้ว ความแค้นไม่ควรสิ้นสุดที่ผู้ก่อหรอกหรือ? ไยท่านต้องระเบิดโทสะ คิดสังหารคนตระกูลหลี่ให้หมดสิ้น แล้วแบกรับชื่อว่าเป็นผู้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เล่า?”

“อีกอย่าง มากเรื่องย่อมไม่ดีเท่าไม่มีเรื่อง”

จ้าวอู่เจียงหัวเราะเบา ๆ แล้วกล่าวว่า

“ตอนหลี่เสินทงกับหลี่เสวียนทงอาศัยอำนาจตระกูลหลี่ใช้วาจาคุกคามความปลอดภัยคนของข้า คนที่เหลือของตระกูลหลี่ต่างเพิกเฉย ไยพวกเจ้าไม่ออกมาเกลี้ยกล่อมพวกเขาให้มีท่าทีสมกับเป็นตระกูลใหญ่ ไม่ใช้อำนาจรังแกผู้อื่นเล่า?”

‘ผู้ไกล่เกลี่ย’ สำนักเติมฟ้าถึงกับพูดไม่ออก

“พวกเจ้าก็ดีแต่รังแกคนอ่อนแอ เกรงกลัวคนแข็งแกร่ง” จ้าวอู่เจียงจะมองไม่ออกได้อย่างไร เขากล่าวเยาะเย้ย “เมื่อผู้ที่พวกเจ้ามองว่าอ่อนแอ ไร้อำนาจ ไม่มีพื้นเพ ถูกตระกูลหลี่ใช้อำนาจข่มขู่คุกคาม พวกเจ้าก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา และไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงเพื่อผู้อ่อนแอ ยิ่งไม่กล้าทำให้ตระกูลหลี่ไม่พอใจ”

“แต่เมื่อผู้อ่อนแอที่พวกเจ้าคิดกลับไม่ใช่ผู้อ่อนแอ ซ้ำยังแข็งแกร่งเหนือความคาดหมาย กล้าตอบโต้ตระกูลหลี่ พวกเจ้าก็ไม่กล้าทำให้ผู้แข็งแกร่งไม่พอใจอีก ลังเลไม่สบายใจ คิดสับสนวกวน”

“กระนั้นด้วยเหตุผลบางอย่างพวกเจ้าอยากจะประจบตระกูลหลี่ เอาใจตระกูลหลี่ หรือเพราะเกี่ยวข้องกับตระกูลหลี่ พอนึกถึงว่าอาจต้องเสียผลประโยชน์ตนเอง พวกเจ้าก็เริ่มออกมาโวยวาย แสร้งทำตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ย?”

“แสร้งพูดชอบธรรม ตักเตือนให้คนทำความดี มีใจกว้างขวางเมตตา?”

“ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าไม่กล้าโผล่หน้าโผล่ตาด้วยซ้ำ”

เหล่าผู้มีพรสวรรค์แห่งสำนักเติมฟ้าหัวเราะแห้ง ๆ อย่างเก้อเขิน ขณะเดียวกันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแค้นเคือง

จ้าวอู่หยางเอ่ยวาจาเปิดโปงพวกเขาต่อหน้าธารกำนัล ไม่เกรงใจกันแม้แต่น้อย อย่างไรพวกเขาก็ถือเป็นบุคคลสำคัญ จ้าวอู่หยางที่เป็นเพียงผู้บำเพ็ญฌพียรไร้สังกัดไม่ทำเกินไปหน่อยหรือ?

อัจฉริยะผู้หนึ่งสีหน้าแปรปรวน กดข่มความไม่พอใจไว้ แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“จ้าวอู่หยาง เจ้าได้ทำให้ตระกูลหลี่โกรธเคืองก็แล้ว ตอนนี้ยังกล้าทำให้ข้าโกรธอีก! เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร? หา?!” อัจฉริยะที่ล้มลงพยายามลุกอย่างทุลักทุเล ใบหน้าเต็มไปด้วยความแค้น

จ้าวอู่เจียงเคลื่อนไหว ปรากฏตัวข้างกายเขา มือข้างหนึ่งยกตัวเขาขึ้น มือที่รวบรวมสายฟ้าสีขาวเงิน

โผละ…

ราวกับฟองอากาศแตกออก หมอกเลือดฟุ้งกระจาย แล้วสายฟ้าก็กลืนกินร่างคนคนนั้นอย่างรวดเร็ว ควันพวยพุ่งจนได้กลิ่นไหม้

จ้าวอู่เจียงกวาดตามองรอบ ๆ อย่างเรียบเฉย

“ยังมีผู้ใดอยากเป็นผู้ไกล่เกลี่ยอีกหรือไม่?”

ผู้ชมไม่น้อยสีหน้าแปรปรวน แต่ไม่มีผู้ใดกล้าพูดอะไรอีก

จ้าวอู่เจียงแค่นเสียง แล้วทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

ชั่วพริบตา ร่างผู้บำเพ็ญเพียรตระกูลหลี่ที่กำลังหนีอยู่ไกลลิบก็ระเบิดออก ดอกโลหิตเบ่งบาน

ภายในดินแดนลับเต๋อเหลียนชั้นที่ยี่สิบสอง ดอกโลหิตผลิบานครั้งแล้วครั้งเล่า…

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า