บทที่ 899 ฝันถึงสายน้ำฤดูใบไม้ผลิ
“ดีเลย”
มุมปากของจิ้งเอ๋อร์ยกขึ้น
ดวงตาคมกริบสีดำขาวของนางหรี่ลงเล็กน้อย
รูปร่างงดงามของนางสะท้อนแสงเงาภายใต้แสงเทียน นางแย้มรอยยิ้มเย้ายวน งดงามเหนือผู้ใด
นางกดร่างลงมา ชุดแต่งงานสีแดงเลื่อนหลุด เผยเรือนร่างครึ่งหนึ่ง
แล้วนางก็เริ่มถอดอาภรณ์ของตนเอง ดึงเชือกผูกเอวแล้วแกว่งไกวเย้ายวน
เอี๊ยมบางเบานูนตึง ราวกับว่าอีกเพียงนิดจะฉีกขาด
ปลายลิ้นสีชมพูชุ่มชื้นของนางแตะเบาๆ บนริมฝีปากของอู่เจียงราวกับแมลงปอแตะผิวน้ำ จมูกโด่งเป็นสันได้รูปคลอเคลียบนแก้มอู่เจียง ราวกับแมวป่าขี้อ้อนและยั่วยวน
แต่อู่เจียงรู้ดีว่านางไม่ใช่แมวป่า นางคือฮ่องเต้ผู้สูงส่งย่อมเป็นพยัคฆ์ร้าย
อู่เจียงคันยุบยิบบนริมฝีปากและแก้ม เขามองใบหน้างดงามของจิ้งเอ๋อร์อย่างอ่อนโยน
ภายในใจลุกโชนด้วยไฟปราถนา จิตใจลิงโลดตื่นเต้น ความคิดวิ่งวุ่นวนเวียนอยู่แต่กับท่วงท่าของคนตรงหน้า
เขาพยายามปรับลมหายใจ ผ่อนลมหายใจระบายความร้อนรุ่ม หน้าอกกร่งขยับขึ้นลง
ลมหายใจจิ้งเอ๋อร์หอมกรุ่น สายตาพวกเขาสะท้อนใบหน้าของกันและกันราวกับผืนน้ำ
อู่เจียงพลันนึกถึงครั้งแรกที่บังเอิญเห็นฮ่องเต้หญิงอาบน้ำ นางงดงามและตระการตาอย่างยิ่ง รูปร่างที่เห็นลาง ๆ ในความมืดยังไม่โค้งเว้าเย้ายวนเท่าตอนนี้ แต่ก็บริสุทธิ์จนทำให้หัวใจสั่นไหว ชวนให้จินตนาการไปต่าง ๆ นานา
“คิดสิ่งใดอยู่?” จิ้งเอ๋อร์ราวกับรู้ว่าความติดของเขา ลมหายใจหอมกรุ่นเลื่อนเข้ามาใกล้
บุรุษล้วนชอบความงาม โดยเฉพาะจ้าวอู่เจียงผู้นี้ เรียกได้ว่า เขาเป็นผู้เชียวชาญด้วยความงามของสตรีทีเดียว
ภาพจิ้งเอ๋อร์ยามนี้ทับซ้อนกับตัวนางครั้งเป็นฮ่องเต้หญิงแห่งต้าเซี่ยผู้เย็นชาและสูงส่งเมื่อปีก่อน ทว่าก็มีบางอย่างต่างออกไป
ราวกับหิมะเหมันตฤดูละลาย ร่างชโลมด้วยกระแสลมอบอุ่นของวสันตฤดู กลายเป็นภาพพร่ามัว แววตาคมกริบยามนี้แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวล
สีสันของความมีชีวิตชีวาปรากฏในสายตาของอู่เจียง
สีเหลือง…
อู่เจียงมองดวงหน้างดงามที่ขึ้นสรแดงระเรื่อดั่งต้องแสงอาทิตย์อัสดง เขาไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป พลิกตัว กดจิ้งเอ๋อร์ลงบนเตียง
“เจ้ากล้าทำเช่นนี้กับข้าหรือ?!”
จิ้งเอ๋อร์ดิ้นรนราวกับโกรธ ทว่าแท้จริงกำลังเขินอาย
อู่เจียงทะนุถนอมภรรยาอย่างยิ่ง เขาไม่ได้กระทำรุนแรง เพียงแค่กดนางลงเบา ๆ
ส่วนเหตุผลที่นางไม่อาจดิ้นหลุด แม้ไม่ต้องพูด แต่ในใจของพวกเขาต่างรู้ดี…
หาใช่แสร้งกระบิดกระบวนเพื่อยั่วยวนและหาใช่การแกล้งขัดขืนทำทีรักษาความบริสุทธิ์ เพียงแต่พวกเขาต่าง…พึงพอใจ
จิ้งเอ๋อร์จ้องมองอู่เจียงด้วยความเขินอาย อู่เจียงยกขางามของนางขึ้น มองใบหน้างดงามเหลือล้นที่กำลังโกรธเล็กน้อย ท่าทีของนางช่าง…เร้าใจ เขาก้มลงจูบนาง
จิ้งเอ้อร์ส่งเสียงครางแผ่ว เบือนหน้าหนี ริมฝีปากอู่เจียงจึงกดลงบนแก้มนุ่มหอมกรุ่นแทน
แม้ไม่ได้จูบริมฝีปากแต่ก็ไม่แสดงท่าทีไม่พอใจสักนิด ทั้งยังตั้งใจจูบแก้มนวลแล้วจูบไล่เรื่อยไป จูบแต่ละครั้งหนักหน่วงตามความรู้สึกที่ค่อย ๆ เพิ่มพูน
จิ้งเอ๋อร์ไม่ได้ดิ้นอีกแล้ว นางส่งเสียงครวญหวานล้ำรับสัมผัสของเขา…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า