เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 900

บทที่ 900 หยุดไม่ได้แล้ว

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มือทั้งสองข้างของจ้าวอู่เจียงซุกซน

จิ้งเอ๋อร์ครางเบา ความเขินอายถาโถมจนต้องเบือนหน้าหลยสายตาเขา นางขมวดคิ้วเล็กน้อย ริมฝีปากแดงฉ่ำชุ่มชื้นเผยอออก

“ตรงนี้ยังอ่อนไหวนัก ภรรยา ความทนทานที่ข้าเคยสอนเจ้า เจ้าลืมไปแล้วหรือ” จ้าวอู่เจียงกระซิบถามเสียงแหบหวาน ผ่อนแรงมือลงเล็กน้อย

เขาดึงชุดซับสีขาวออก ทว่ายังมีเอี๊ยมเป็นด่านสุดท้ายปกป้อง ผิวขาวนวลละเอียดดั่งหิมะยั่วยวนสายตา

เผชิญกับความหยาบกระด้างรีบร้อนของจ้าวอู่เจียง จิ้งเอ๋อร์เหมือนจะยินดีแต่ก็ขัดเขิน เหมือนจะเศร้าแต่ก็ไม่ยินยอม นางคว้าข้อมือของจ้าวอู่เจียงไว้แน่น

“ภรรยาเจ้ามีอะไรจะพูดหรือ?”

“ปล่อยข้า ข้าจะทำเอง!”

“ฝ่าบาทช่างเห็นอกเห็นใจข้านัก” จ้าวอู่เจียงชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วปล่อยมือออก

จิ้งเอ๋อร์จัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ดวงตาเหลือบมองใบหน้าของจ้าวอู่เจียง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มซุกซนและเยาะหยัน

มือเรียวบางของนางค่อย ๆ เอื้อมไปที่เชือกผูกเอี๊ยม แต่นางตั้งใจเคลื่อนไหวเชื่องช้า แกล้งให้จ้าวอู่เจียงรอคอย

ตอนนี้นางนอนเอนหลังอยู่บนเตียง อู่เจียงโน้มตัวลงมาราวกับขุนนางผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังสอบสวนนักโทษหญิง ดวงตาของเขาเปล่งประกายราวคบเพลิง

นางครางเบา ๆ มือยังคงเคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบ ดึงเชือกผูกเอี๊ยมออก

เอี๊ยมปักลายดอกโบตั๋นสีชมพูเลื่อนหลุด

เส้นผมดำสนิทดั่งท้องฟ้ายามราตรี ชุดแต่งงานสีแดงเพลิงดั่งแสงอาทิตย์อัสดง ห่อหุ้มผิวขาวนุ่มนวลชวนหลงใหล

ผิวขาวราวกับหิมะขาวสว่างไสว

อู่เจียงกลืนน้ำลาย เม้มริมฝีปากแห้งผาก แล้วพูดเบา ๆ ว่า

“หากเจ้าเคลื่อนไหวช้าเช่นนี้ อย่าโทษข้าหากภายหลังข้าแกล้งเชื่องช้าบ้าง”

“ฮึ! จ้าวอู่เจียง คืนนี้เป็นคืนวิวาห์ แต่เจ้าคิดเอาคืนข้าเสียแล้ว?” จิ้งเอ๋อร์ทำปากยื่น จ้องมองเขา

“แน่นอนว่าข้าต้องการทะนุถนอมภรรยา”

“ใจร้อนกินเต้าหู้ร้อนไม่ได้” จิ้งเอ๋อร์พึมพำ จู่ ๆ นางก็ดึงชุดแต่งงานออกจากร่าง แล้วคลุมลงบนตัวอู่เจียง ใต้แสงเทียนสลัว ผิวขาวงามเปิดเผย ชวนหลงใหล

จิ้งเอ๋อร์ที่อยู่ตรงหน้าเปรียบดั่งดอกไม้บานสะพรั่ง ทำผู้คนหูตาลาย

อู่เจียงเบียดกายแนบชิด

จิ้งเอ๋อร์ครางเบา ร่างอ่อนนุ่มถูกจ้าวอู่เจียงโอบกอดแล้วประคองขึ้นมา

นางหายใจหนัก มือโอบรอบคอเขาโดยไม่รู้ตัว

ม่านเตียงค่อย ๆ ปิดลง บดบังร่างของทั้งสองคน

“อืม…”

“เจ้ากำลังลังเล…”

“ข้าอาจจะหยุดไม่ได้แล้ว ข้ารู้สึกเหมือนมีกระแสน้ำเชี่ยวกรากโอบล้อม ทำให้ข้าไม่อาจถอนตัวได้”

“น่ารำคาญ…”

และหลังจากนั้นอีกนานแสนนาน

จิ้งเอ๋อร์ส่งเสียงครางอ่อนหวานไม่ขาดปาก

ผ่านไปสองสามลมหายใจ ม่านถูกเลิกขึ้น จิ้งเอ๋อร์กับอู่เจียงโอบกอดกันโดยไม่พูดอะไร

ราตรีเงียบสงบ

ดวงตาของอู่เจียงเป็นประกาย จิ้งเอ๋อร์อยากพาเขาหนีห่างจากความวุ่นวายของโลก ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีเหมือนเมฆและนกกระเรียน

แต่เป็นดังที่เขากล่าว เขาถูกกระแสของโลกพัดพาไปเสียแล้ว หลายครั้งไม่อาจควบคุมชะตาชีวิตของตนเองได้

เขาต้องค้นหาความจริงให้รู้แจ้ง เขาต้องตามหาแม่ลูกตู๋กูหมิงเยว่ เขาต้องแก้แค้นหนี่ผูซาและพรรคพวก เขาต้องทำให้ตัวเองไม่ต้องตกอยู่ใต้อำนาจผู้อื่นอีก…

เขาหยุดไม่ได้แล้ว

เขาต้องเดินหน้าเท่านั้น หากหยุด สิ่งที่รออยู่คือความตาย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า