บทที่ 903 แผนการในใจ
“มีข่าวอะไรเกี่ยวกับพี่น้องตระกูลจ้าวบ้าง รายงานมาทีละเรื่อง”
ลูกเต๋าสีทองในมือของจูกัดเซี่ยวไป๋หมุนไม่หยุด
เงาร่างที่ปรากฏขึ้นกะทันหันในห้องคุกเข่าลงด้วยท่าทางนอบน้อม
“จ้าวอู่หยางไปยังถ้ำวิถีกระบี่ เกิดความขัดแย้งกับคนของสำนักกระบี่ซ่อนเร้น แล้วเขาก็ได้ช่วยชีวิตคนผู้หนึ่งที่อ้างว่ามาจากหมู่บ้านตระกูลจ้าว”
“หลังจากนั้นภายในถ้ำ เหมือนว่าจ้าวอู่หยางจะไม่ได้รับโชคลาภใด ๆ ตรงกันข้าม จ้าวอู่เลี่ยงได้กระบี่มาหนึ่งเล่ม ส่วนหลี่ฉวนจวินก็ได้รับบางสิ่งเช่นกัน แล้วจ้าวอู่หยางก็หายตัวไปอย่างกะทันหัน
“หายตัวไปอย่างกะทันหันหรือ?” จูกัดเซี่ยวไป๋นั่งตัวตรงขึ้นมา
คนของตระกูลจูกัดที่ออกไปสืบข่าวมีความเชี่ยวชาญในการซ่อนตัว และระมัดระวังในการกระทำ เว้นแต่จะมีคำสั่งพิเศษ พวกเขาจะไม่เข้าใกล้จุดศูนย์กลางของเหตุการณ์ ภายใต้ความระมัดระวังเช่นนี้ยากที่จะถูกค้นพบ
แต่จ้าวอู่หยางกลับหายตัวไปอย่างกะทันหัน เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาสังเกตเห็นคนของตระกูลจูกัดที่กำลังติดตามอยู่?
“ใช่ขอรับ” ผู้รายงานกล่าวอย่างนอบน้อม
“เหมือนหายตัวไปจากดินแดนลับเต๋อเหลียน ไม่ว่าจะสืบค้นอย่างไรก็ไม่พบร่องรอยการดำรงอยู่ใด ๆ”
“แต่ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็ปรากฏตัวขึ้น”
“เขาเดินทางไปยังที่สิบหกของเต๋อเหลียน เหมือนว่าพันธมิตรเผ่าปีศาจจะเกิดความขัดแย้งภายใน เผ่าอสรพิษเถา เผ่าหมาป่าสวรรค์ และเผ่าพยัคฆ์คำราม ต้องการจะกลืนกินเผ่าจิ้งจอกชิงชิว”
“ข้าไม่รู้ว่าเขาบังเอิญมาพบหรือรู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว แต่เขาช่วยชีวิตหลินเสี่ยวเค่อกับคนอื่น ๆ จากเผ่าจิ้งจอกชิงชิวเอาไว้”
“หลังจากเหตุการณ์นั้น เขาเริ่มไล่ล่าคนของเผ่าอสรพิษเถาวัลย์ เผ่าหมาป่าสวรรค์ และเผ่าพยัคฆ?คำราม ไปจนถึงชั้นที่ยี่สิบเอ็ด”
“และเหมือนว่าเขาจะเคยมีความสัมพันธ์ยางอย่างกับหยินเถาเอ๋อร์แห่งสำนักเทียนเหอ และเขาก็ได้ไปยังที่พำนักของสำนักเทียนเหอในชั้นฃที่ยี่สิบเอ็ด”
“หลายชั่วยามต่อมา จ้าวอู่หยางก็เดินทางไปยังชั้นที่ยี่สิบสอง ส่วนเรื่องราวหลังจากนั้น ท่านคงได้เห็นกับตาแล้ว แต่ว่า…”
จูกัดเซี่ยวไป๋ตกตะลึง ทำไมทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าจ้าวอู่หยางถึงเป็นสตรีงามเลิศทั้งนั้นเลยเล่า?
ก่อนหน้านี้ก็หลู่เสี่ยวจิน แล้วก็หลินเสี่ยวเค่อ ตอนนี้ยังมีหยินเถาเอ๋อร์อีก หรือว่า…ยังมีสตรีอื่นอีกหรือไม่?
เขาขมวดคิ้ว แล้วกล่าวว่า
“แต่อะไรกัน?”
“เมื่อคืนวาน มีผู้ไม่ประสงค์ดีปรากฏตัวขึ้นในแต่ละชั้น แพร่กระจายข่าวลือหนึ่งว่า จ้าวอู่หยางครอบครองวิชามารกลืนสวรรค์ที่สาบสูญไป!”
จูกัดเซี่ยวไป๋ขมวดคิ้วแน่น
“สืบได้หรือไม่ว่าผู้ใดเป็นคนปล่อยข่าว?”
“ข้ายังไม่พบหลักฐานใด แต่เหมือนไม่ใช่ร่องรอยการเคลื่อนไหวของกลุ่มอิทธิพลใหญ่”
“ท่านรองประมุข พวกข้าจำเป็นต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่?” ผู้รายงานถามด้วยความเคารพ
จูกัดเซี่ยวไป๋ครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ เขาค่อย ๆ ถอนหายใจออกมา แล้วกลับมามีท่าทีสบาย ๆ เป็นกันเองเหมือนคนที่มั่นใจในชัยชนะอีกครั้ง
“ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไปก่อน ไม่จำเป็นต้องทำอะไร ให้ข่าวนี้แพร่สะพัดไปสักพัก…”
เขานึกถึงวิธีรับมือกับเรื่องนี้ไว้แล้ว
……
“วิธีอะไรหรือ?” หยินเถาเอ๋อร์ขมวดคิ้ว
เมื่อครู่นี้สำนักเทียนเหอได้รายงานข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องที่จ้าวอู่เจียงครอบครองวิชามารกลืนสวรรค์ นางกังวลใจอย่างยิ่ง แต่จ้าวอู่เจียงบอกว่าไม่ต้องกังวล เขามีวิธีรับมืออันแยบยลแล้ว
เผชิญหน้ากับคำถามของหยินเถาเอ๋อร์ จ้าวอู่เจียงยิ้มอย่างอบอุ่น
“ท่านผู้นำเคยกล่าวว่า มาจากมวลชน กลับคืนสู่มวลชน”
รอยยิ้มของจ้าวอู่เจียงอบอุ่น แต่สีหน้ากลับเคร่งขรึม ท่านผู้นำที่เขากล่าวถึงคือบุคคลที่เขาเคารพนับถือ
ส่วนหยินเถาเอ๋อร์สงสัย นางไม่เคยได้ยินประโยคนี้มาก่อน
ขณะที่กำลังสงสัย นางก็เช็ดละอองสีม่วงที่เหลือติดริมฝีปาก….

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า