บทที่ 918 หลี่ชางเซิง กู้เหนียนหยวน
ตระกูลหลี่แห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ตอนกลาง
ชายชราในชุดคลุมยาวสีแดงสด ผมขาวโพลน
วันนี้เขาไม่ได้อยู่ในป่าไผ่ ไม่ได้ถือคันเบ็ด แต่กำลังเดินเล่นในเขตตระกูล
บรรดาลูกหลานตระกูลหลี่ต่างพากันหวาดหวั่นพรั่นพรึง มองดูบรรพบุรุษของตนเดินผ่านไปด้วยความเคารพบูชาอย่างสูงสุด เสียงคุกเข่าคำนับและทักทายดังขึ้นไม่ขาดสาย
ชายชราผู้นี้คือบรรพบุรุษที่ยังมีชีวิตอยู่ของตระกูลหลี่ นามว่าหลี่เว่ยยาง
หมื่นปีก่อนเขาก็เป็นจอมจักรพรรดิแล้ว
หลี่เว่ยยางเดินไปยังห้องด้านข้าง
ภายในห้องมีชายหนุ่มรูปร่างธรรมดา ท่าทางซื่อสัตย์กำลังนั่งสมาธิฝึกฝน
เมื่อเห็นหลี่เว่ยยางมาถึง ชายหนุ่มคุกเข่าลงกับพื้นอย่างนอบน้อมเคารพ ท่าทางเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่มีที่ติ แระสานมือและก้มศีรษะลงกับพื้น
“ชางเซิงคารวะท่านบรรพบุรุษ”
“เจ้าไปยังดินแดนลับเต๋อเหลียนสักเที่ยวสักครั้ง แล้วพาผู้บำเพ็ญเพียรนามว่าเจ้าอู่หยางกลับมา” หลี่เว่ยยางสั่งการ
“ขอรับ ชางเซิงจะปฏิบัติตามคำสั่ง!” ชายหนุ่มที่มีนามว่าหลี่ชางเซิงเป็นหนึ่งในศิษย์รุ่นนี้ของตระกูลหลี่ที่มีอายุมากที่สุด
เขาไม่ได้ถามบรรพบุรุษเยว่าผู้ที่ต้องพากลับมาเป็นผู้ใด และไม่ได้สงสัยว่าตนเองจะเข้าไปดินแดนลับเต๋อเหลียนที่ประตูปิดไปแล้วได้อย่างไร
ยิ่งไม่ได้สงสัยว่าด้วยวรยุทธ์ขั้นจักรพรรดิระดับสี่ภัยพิบัติของเขาซึ่งไม่อยู่ในกฎเกณฑ์ของดินแดนลับเต๋อเหลียน ตนเองจะละเมิดกฎหรือไม่
เพราะเขารู้ดีว่า เมื่อบรรพบุรุษจัดการแล้ว เขาเพียงแค่ต้องไปทำเท่านั้นดอกบัวตูมที่กำลังจะบานลอยมาตกเบา ๆ ตรงหน้าหลี่ชางเซิง แล้วหลี่เว่ยยางก็หันหลังจากไป
ผมขาวโพลนพลิ้วไหว บ่งบอกถึงกาลเวลาอันยาวนาน
หลี่เว่ยยางมองดูตระกูลหลี่ที่ปัจจุบันมีคฤหาสน์หรูหราและเจริญรุ่งเรืองขึ้นทุกวัน แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้ถอนหายใจออกมา
เขาก็ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวกับเหตุและผล แต่บางเรื่องก็ต้องมีการเลือก
เขาไม่ยอมให้ตระกูลหลี่สูญสิ้นไปตามกาลเวลาแน่ เขาไม่อยากเห็นลูกหลานของตัวเองตายต่อหน้าเขาส่วนคนอื่น ๆ ไม่เกี่ยวข้องกับเขา
ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องล้วนสามารถฆ่าได้ ล้วนสามารถใช้ประโยชน์ได้!
เขายิ่งไม่มีทางไปทำเรื่องช่วยเหลือคนทั้งโลกเช่นนั้น
เขาแตกต่างจาก ‘พวกเขา’
“เจ้าแค่ไปเถิด ข้าได้พูดคุยไว้เรียบร้อยแล้ว” ชายชราพูดด้วยสีหน้าเมตตา
ผู้ใดกัน? หรือเป็นคนรักเก่าของท่านอาจารย์? กู้เหนียนหยวนเม้มริมฝีปากสีแดง ใบหน้างดงามบริสุทธิ์ รอยน้ำตาที่หางตาและดวงตาเย้ายวนดั่งจิ้งจอกทำให้นางดูมีเสน่ห์อย่างเป็นธรรมชาติ
“เจ้าค่ะท่านอาจารย์” กู้เหนียนหยวนก้มหน้าลง ยิ้มกว้างและถามว่า “ท่านอาจารย์ ศิษย์ต้องไปทำอะไรหรือ?”
ชายชราเอื้อมมือไปในอากาศว่างเปล่าข้างกาย กำบางสิ่ง พอเปิดฝ่ามือออกตรงหน้า กู้เหนียนหยวนก็เห็นลายมือที่ลึกล้ำดั่งภูเขาและแม่น้ำ แม้จะไม่มีสิ่งใด แต่กลับสัมผัสได้ถึงปราณกระบี่ที่น่าตื่นตะลึง
“ไปแล้วเจ้าก็จะรู้เอง”
กู้เหนียนหยวนรับปราณกระบี่มา เมื่อปราณกระบี่เข้าสู่มือ ปราณกระบี่ในร่างของนางก็เหมือนจะถูกกระตุ้น และเริ่มเดือดพล่านขึ้นมา
หรือเกิดเรื่องใดขึ้นกับพี่หญิงฮัวอี? หรือว่าพี่น้องร่วมสำนักเติมฟ้าประสบอันตราย?
นางสงสัย และกำลังจะถาม
แต่นางที่เพิ่งเดินมาถึงตรงหน้าอาจารย์ กลับสายตาพร่ามัวไปชั่วขณะ แล้วปรากฏตัวอยู่หน้าประตูสำนักเติมฟ้าเสียแล้ว
นางกอดกระบี่ยาว อาภรณ์ดำสนิทดั่งหมึก สายลมภูเขาพัดผ่าน ผมยาวสลวยปลิวไหว
กริยาของนางเฉียบคมและเย็นชากว่าเมื่อก่อนส่วนหนึ่ง นางแตะปลายเท้าเบา ๆ ปราณกระบี่ในร่างกายส่งเสียงราวกับเตาหลอมกำลังทำงาน แล้วร่างของนางก็หายวับไปจากที่เดิม

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า