เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 963

บทที่ 963 อัตตาแท้จริง

ชั้นที่สามสิบเอ็ดของดินแดนลับเต๋อเหลียน

ความวุ่นวายทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ผู้คนจากสำนักเติมฟ้าต่อสู้กันเอง ผู้ที่มีความแค้นกับจ้าวอู่หยางต่อสู้กับผู้ที่ต้องการปกป้องหลู่เสี่ยวจิน

ทั้งสองฝ่ายต่างคิดว่าอีกฝ่ายมีปัญหา

แม้ว่าการลงมือจะคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนในสำนัก ไม่มีจิตสังหารมากนัก แต่ยิ่งต่อสู้ก็ยิ่งโกรธ วิชาที่ใช้ก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ขณธเดียวกัน ผู้ฝึกตนอิสระก็กำลังต่อสู้กับผู้คนจากตระกูลหลู่

เดิมผู้ฝึกตนอิสระมีจำนวนมาก

ทว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด กลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นและเข้าร่วมการต่อสู้

มองผิวเผิน พวกเขาเหมือนผู้ฝึกตนจากสำนักเติมฟ้าแต่ในกลุ่มพวกเขามีหลี่ฉวนจวินและคนอื่น ๆ ด้วย

หลู่เสี่ยวจินกับหลู่เฟิงร่วมมือกันต่อสู้กับหลี่ชางเซิง แต่ก็ตกเป็นรอง

หลี่ชางโส่วรักษาอาการบาดเจ็บของตนเองแล้ว จากนั้นก็ร่วมมือกับหลี่ชางเซิงกดดันหลู่เสี่ยวจินกับหลู่เฟิงอย่างหนัก

โชคดีที่หลินเสี่ยวเคอเข้าร่วมการต่อสู้ ทำให้สถานการณ์คงที่ได้ชั่วคราว

ก่อนหน้านี้หลินเสี่ยวเคอและคนอื่น ๆ หนีไปก็เพื่อไปขอความช่วยเหลือ

ตอนนี้กองกำลังเสริมมาถึงทันเวลา

หลี่ชางเซิงยิ่งต่อสู้ก็ยิ่งโกรธ เขาไม่เข้าใจเลย จ้าวอู่หยางคนเดียวทำไมถึงมีความเกี่ยวพันกับผู้คนมากมายเช่นนี้?

เกี่ยวพันกับหลู่เสี่ยวจินจากตระกูลหลู่ เกี่ยวพันกับสำนักเติมฟ้า ตอนนี้เหมือนจะเกี่ยวพันกับสำนักเทียนเหออีก แล้วไหนจะเผ่าจิ้งจอกชิงชิว…

จ้าวอู่หยางเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงมีผู้ช่วยเหลือมากมายเช่นนี้?

แล้วทำไมก่อนหน้านี้เขาถึงไม่เคยได้ยินชื่อเสียงมาก่อน?

เดิมหลี่ชางเซิงไม่เคยคิดใคร่ครวญว่าทำไมบรรพบุรุษถึงต้องการให้เขามากจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ตอนนี้กลับสงสัยมากนักจุดประสงค์ที่บรรพบุรุษจัดการเช่นนี้คืออะไรกันแน่? หลี่ชางเซิงสับสนและโกรธแค้น

หลังจากที่เขาผลักหลู่เสี่ยวจินและอีกสองคนให้พ้นทาง เขาก็ตะโกนด้วยความโกรธ

“พวกเจ้าอย่าบีบให้ข้าต้องฆ่าคน!”

หลู่เสี่ยวจินและอีกสองคนไม่ตอบ แต่ยังคงโจมตีอย่างต่อเนื่อง

แม้จะอยู่ห่างไกล แต่เขาก็สามารถรู้สึกถึงระดับการฝึกฝนโดยประมาณของหลี่ชางเซิงตอนนี้ได้ เกือบจะถึงระดับร่างมายาแล้ว เขาขมวดคิ้วเข้าหากัน นี่ก็เป็นวิชากำหนดผลของตระกูลหลี่หรือ?

เหนือการคาดเดาจริง ๆ

ทำให้พลังเพิ่มมากมายขนาดนี้ได้ในเวลาอันสั้น ๆ จากจักรพรรรดิระดับสี่กลายเป็นระดับหกแล้ว

ตอนนี้หลี่ชางเซิงแข็งแกร่งกว่าร่างมายาหลี่ชางเซิงมาก

การโจมตีของร่างมายาหลี่ชางเซิงฃเป็นเพียงการใช้หมัดและเท้าที่แฝงทักษะบางอย่าง ไม่สามารถใช้พลังปราณได้ และไม่มีอาวุธเสริมพลัง แต่หลี่ชางเซิงที่พลังลมปราณพุ่งสูงขึ้นในพริบตาสามารถใช้พลังปราณได้ และยังถือสมบัติศักดิ์สิทธิ์ระดับสวรรค์อยู่ในมืออีก

ผลแพ้ชนะไม่มีความลุ้นแล้ว

จ้าวอู่เจียงเห็นหลี่ชางเซิงชูธงดูดวิญญาณขึ้น ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ลมพัดกระหน่ำ หลู่เสี่ยวจินและคนอื่น ๆ พูดพัดออกจากสนามรบ

เป็นเพราะหลี่ชางเซิงไม่ได้สูญเสียสติสัมปชัญญะ ยังคงเกรงกลัวตระกูลหลู่ และตระกูลใหญ่อื่น ๆ โกรธแค้น จึงไม่ได้ลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยม

หาไม่ ด้วยวรยุทธ์ของหลี่ชางเซิงตอนนี้ การทำร้ายหลู่เสี่ยวจินและคนอื่น ๆ จนบาดเจ็บสาหัสก็เป็นเรื่องง่ายดาย หลี่ชางเฟิงย่ำเท้าบนธงดูดวิญญาณ ฝ่าสายฝนหนักหน่วง พุ่งตรงมาทางจ้าวอู่เจียง

ดวงตาของจ้าวอู่เจียงพลันสั่นไหวด้วยความตกใจ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า