เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 976

บทที่ 976 จ้าวอู่เจียงรนหาที่ตาย

ผู้คนมากมายต่างพากันประณามจ้าวอู่เจียง

หลี่ฉวนจวินที่ยืนอยู่เคียงข้างหลินเสี่ยวเคอ เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ เขาสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของสัตว์ปีศาจ

พบว่าในดวงตาของสัตว์ปีศาจเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย

พอกล่าวถึงจ้าวอู่เจียง ความมุ่งร้ายของสัตว์ปีศาจก็ปะทุออกมามากขึ้น

ยิ่งเป็นการยืนยันข้อสันนิษฐานของเขาและคนส่วนใหญ่ว่า จ้าวอู่เจียงทำให้ปีศาจหมาป่าโกรธเคือง

“ผู้อาวุโส ผู้น้อยขอเป็นตัวแทนท่านไปดูสักหน่อย” หลี่ฉวนจวินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก ไม่ว่าจ้าวอู่เจียงจะหลุดพ้นจากอันตรายแล้วหรือไม่ เขารู้สึกว่าเขาควรจะไปบอกกล่าวจ้าวอู่เจียงสักคำ

หากยังไม่พ้นจากอันตราย ก็เผื่อได้ช่วยเหลือ หากพ้นจากอันตรายและกำลังเดินทางมาก็พอดีจะได้สกัดและบอกจ้าวอู่เจียง ป้องกันไม่ให้จ้าวอู่เจียงก้าวเข้าสู่สถานการณ์อันตราย

“ผู้น้อยก็ยินดีจะเป็นตัวแทนท่านไปตรวจสอบ” จูกัดเซี่ยวไป๋ก็ประสานมือคำนับ ด้วยท่าทางอ่อนน้อม

ขณะนั้นเอง

บนท้องฟ้าที่มืดลงเรื่อย ๆ แล้วแสงสายหนึ่งก็พุ่งผ่านไป

จ้าวอู่เจียงตกลงสู่พื้นดิน

เขาปรากฏตัวกะทันหัน ทำให้ฝูงชนตกใจ แล้วเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ยิ่งดังขึ้นอีกหลายเท่า

ผู้คนมากมายกำลังวิพากษ์วิจารณ์จ้าวอู่เจียง ประณามเขาทั้งด้วยวาจาและท่าทาง เดิมหลายคนก็เชื่อว่า จ้าวอู่เจียงยากจะผ่านพ้นสถานการณ์จากชั้นที่สามสิบมาได้

ไม่คาดคิดว่า จ้าวอู่เจียงจะปรากฏตัว

และเมื่อเขาปรากฏตัว ผู้คนมากมายก็เริ่มสมน้ำหน้า หลายคนหัวเราะสะใจ

เทพปีศาจผู้ทรงพลังกำลังจะเอาเรื่องจ้าวอู่หยาง แต่จ้าวอู่หยางกลับไม่รู้ความ ทั้งยังมารับความตายถึงที่ เหมือนว่าสวรรค์จะต้องการเอาชีวิตจ้าวอู่หยางจริง ๆ เขาไม่มีทางหนีรอดไปได้แน่!

หลู่เสี่ยวจิน กู้เหนียนหยวน และคนอื่น ๆ รีบเข้าไปใกล้จ้าวอู่เจียง พวกนางรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่เป็นมิตรกับเขา ทั้งยังเต็มไปด้วยอันตรายและอุปสรรค

กู้เหนียนหยวนชักกระบี่ยาวที่สะพายอยู่ออกมาเตรียมพร้อม นางขมวดคิ้ว ปราณกระบี่เย็นเยียบ คมกริบไร้เทียมทาน

จูกัดเซี่ยวไป๋ก็หมุนลูกเต๋าในมือไม่หยุด ครุ่นคิดหาวิธีรับมือในใจ

จ้าวอู่เจียงเพิ่งก้าวเข้าสู่ชั้นที่สามสิบเอ็ดก็สังเกตเห็นหมาป่าปีศาจขนาดเทียบเท่าภูเขาลูกเล็ก ขนส่วนใหญ่ของหมาป่าปีศาจขาวดั่งหิมะ ทว่ายังแซมด้วยสีเทาดำบ้างเล็กน้อย บนหน้าผากก็มีขนสีแดงเลือดโดดเด่นอยู่ ดวงตาสีเทาดำมีชีวิตชีวา ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย็นชา

ดวงตาของจ้าวอู่เจียงพลันสั่นไหว

เขาเคยเห็นขนหมาป่าสีขาวดั่งหิมะอยู่บนหน้าผากของเสี่ยวหง สหายคู่ใจของเขามาก่อน เป็นของขวัญที่หมาป่าหิมะ เสี่ยวไป๋ มอบให้แก่ม้าของเขา เสี่ยวหง

หมาป่าปีศาจตรงหน้ามีขนสีแดงเลือดโดดเด่นบนหน้าผาก เหมือนจะของที่ระลึกของสหายร่วมทางเช่นกัน

จ้าวอู่เจียงค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหาหมาป่าปีศาจที่แผ่พลังอำนาจไร้ขอบเขต

ราชาหมาป่าจ้องเขาเขม็ง แม้ร่างกายจะแตกต่าง แต่ชื่อจะไม่เหมือนเดิม ทว่าความอ่อนโยนช่างคล้ายกับผู้ที่อยู่ในห้วงคะนึง

อีกทั้งกลิ่นอายก็คุ้นเคยอย่างยิ่ง

ใบหน้าอาจเปลี่ยนแปลงได้

แต่วิญญาณก็คือวิญญาณ แม้ซ่อนเร้นได้ สวมร่างอื่นได้ แต่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่นึกถึงชายผู้นั้น ในความทรงจำของมันจะเห็นภาพแผ่นหลังของเขาที่จากไปอย่างไม่ไยดีที่หน้าประตูสำนักศรัทธาษฎร เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ในที่สุดมันก็ได้พบเขาอีกครั้ง

ภายในใจจูกัดเซี่ยวไป๋สบถคำหยาบไม่พัก สมองของเขาทำงานอย่างบ้าคลั่ง ตัดสินใจก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วประสานมือคำนับพลางกล่าวว่า

“ท่านผู้อาวุโส จ้าวอู่หยางกระทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ขอท่านผู้อาวุโสอย่าได้ถือสา!”

ผู้คนต่างเดือดพล่านขึ้นมา จ้าวอู่หยางก่อเรื่องใหญ่โตเสียจริง ราชาหมาป่าปีศาจรอเขาอยู่นาน และกำลังจะเอาชีวิตเขา แต่เจ้าเขากลับยังกล้าทำเช่นนี้ ถึงกับเข้าไปต่อยราชาปีศาจถึงสองครั้ง

ตอนนี้ดวงตาของจ้าวอู่เจียงแดงขึ้นมาเล็กน้อย หลังต่อยไปสองครั้ง เขาก็ตบขาหน้าของราชาหมาป่าเบา ๆ ก่อจะหัวเราะออกมาแล้วกล่าวเบา ๆ น้ำเสียงนุ่มนวลอย่างยิ่ง

“โตขึ้นแล้ว…”

น้ำเสียงอ่อนโยนของจ้าวอู่เจียงราวกับเป็นน้ำเสียงของพี่ชายที่อ่อนโยน เป็นผู้อาวุโสที่เมตตา

ผู้คนตกตะลึงงุนงง พวกเขาไม่เข้าใจสถานการณ์ และยังไม่ทันด้พยายามทำความเข้าใจ ก็ต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้าที่ทำให้พวกเขาต้องจดจำไปชั่วชีวิต

ราชาปีศาจผู้เคยมองผู้คนด้วยความเย็นชา แผ่อำนาจไร้ก้นบึ้ง ราชาปีศาจที่มีร่างกายใหญ่โต และแผ่ความกดดันโดนยที่ไม่ได้ขยับตัว ตอนนี้กำลังสั่นไปทั้งตัว หนวดที่ปากไหวระริก ราวกับเด็กน้อยที่กำลังสะอื้นไห้ ก่อนจะส่งเสียงร้องครวญครางออกมาราวกำลังคร่ำครวญ

“โฮ่…”

ร่างกายใหญ่ดั่งภูเขาทรุดหมอบลงตรงหน้าจ้าวอู่เหยียง ดวงตาแดงก่ำ หลั่งน้ำตาเม็ดโตออกมา ก้มศีรษะลงต่ำ เหมือนอยากเอาหน้าถูไถกับมือของจ้าวอู่หยาง

ราชาปีศาจที่น่าเกรงขาม ตอนนี้กลับมีท่าทีราวเด็กน้อยน่าสงสารที่เฝ้ารอญาติมิตรกลับบ้าน ทั้งตื่นเต้นดีใจและร่ำไห้ด้วยความคิดถึง

จ้าวอู่เจียงตาแดงก่ำ พยายามเขย่งเท้าโอบกอดรอบคอราชาปีศาจ ทั้งร่างแทบจะจมหายไปในขนสีขาวโพลน

“โฮ่…อื้ออือ…”

ราชาปีศาจส่งเสียงร้องไม่หยุด ราวกับกำลังพยายามบอกเล่าทุกสิ่งที่พบเจอ

ผู้คนอาจจะไม่เข้าใจ แต่จ้าวอู่เจียงย่อมเข้าใจ…

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า