บริเวณรอบ ๆ ไร้ผู้คน เขานั่งอยู่ด้านข้างแปลงดอกไม้ เส้นผมดกดำปลิวไหวตามแรงลมอย่างอิสระเสรี
เงียบไปสองวินาที ยู่ยี่ก็ยกเท้าเดินต่อ เธอไม่คิดที่จะหลบหน้าเขา
เธอยังอยู่ห่างจากเขาสักระยะหนึ่ง ทว่าเขากลับรับรู้การมาเยือนของเธอ เขาหันขวับไปมองเธออย่างจดจ่อแต่ไกล
ทั้งสองประสานสายตากัน เสี้ยววินาทีนี้ กระแสที่ส่งมายังสายตาแรงกล้ามาก ชวนให้ขดตัวและสั่นสะท้าน
ฉันทัชคืนแก้วน้ำให้รปภ. มุมปากเผยรอยยิ้มบางเบาพร้อมกับกล่าวขอบคุณ จากนั้นขาอันมีเสน่ห์ก้าวออกไปด้านหน้าทีละก้าว
ยู่ยี่ยืนอยู่กับที่ไม่ได้เดินหนี เธอหยิบกระเป๋าถือที่ลื่นลงมาขึ้นไปบนบ่าอีกครั้ง
กางเกงสูทสีเทาของเขาก้าวออกไปตามจังหวะฝีเท้าของเขาอย่างเร็วไว จึงเดินใกล้เธอขึ้นเรื่อย ๆ
แม้ยังไม่ได้เข้าใกล้มากนัก ทว่ายู่ยี่กลับรับรู้พลังแข็งแกร่งที่ฉุดไม่อยู่บนกายเขา
สุดท้ายฉันทัชหยุดเดินเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ ซึ่งเว้นระยะห่างเพียงหนึ่งก้าวเท่านั้น อาจเป็นเพราะนั่งตากลมนานเกินไป ใบหน้าหล่อคมสันของเขาเริ่มแดงนิด ๆ แล้ว
จากนั้นริมฝีปากอันเซ็กซี่ของเขาขยับ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาทีละคำว่า
“ผมรอคุณสามชั่วโมงแล้ว……”
ถึงแม้เสียงจะเคร่งขรึม ทว่าก็เสนาะหู ชวนให้หวั่นไหว
“ทำไมต้องนั่งรถของเขาด้วย?คุณเกลียดเขาขนาดนั้น ไม่จำเป็นต้องนั่งรถเขา ถึงแม้จะนั่งเพราะหลบหน้าผม แต่ก็ไม่จำเป็นเลย ผมยิ่งไม่ชอบที่คุณนั่งรถเขาเพราะผมเป็นต้นเหตุ ……”
เขาอยู่ใกล้เธอมาก เสียงทุ้มต่ำรดลมหายใจอุ่นใส่ศีรษะเธอ
ด้วยการกระทำของเขาทำให้ยู่ยี่รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจเจ้าลึก ๆ จากนั้นก็ใช้สีหน้าเย็นชาพูดกับเขาว่า “เวลาพูดอยู่ห่างจากฉันหน่อยได้ไหม รักษาระยะห่างอย่างเหมาะสม?”
ฉันทัชเพ่งมองเธออย่างจดจ่อ นัยน์ตาประหนึ่งน้ำวนที่ลุ่มลึก“ทำไมต้องรักษาระยะห่างอย่างเหมาะสมด้วย?”
“ฉันไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้ตอนคุยกันมานานแล้ว”ระหว่างที่พูด ยู่ยี่ถอยหลังไปสองก้าว เพราะเขาไม่ถอย ดังนั้นเธอจึงเป็นฝ่ายถอยเอง
ทว่าเธอถอย เขากลับก้าวเข้ามา“ไม่ชอบอยู่ใกล้ตอนคุยกันจริง ๆ หรือว่าตื่นเต้นที่อยู่ใกล้ผม?”
ยู่ยี่เกลียดความรู้สึกนี้ที่สุด เธอรู้สึกกดดันมาก
ซึ่งถ้อยคำของเขาเฉียบคม พูดตรงจุดสุด ๆ สามารถทิ่มเข้ามาส่วนลึกสุดของหัวใจได้
“ต้องเป็นสาเหตุแรกอยู่แล้ว……”ยู่ยี่เงยหน้าด้วยความดื้อด้านหลายส่วน“ทำไมฉันต้องตื่นเต้นด้วย?”
“เพราะผมมีแผนกับคุณ……”ฉันทัชจงใจพูดแช่มช้าและแผ่วเบา
เขาเป็นผู้ชายที่สุขุมมีความเป็นผู้ใหญ่สูง ไม่ได้จะเป็นเรื่องราวหรือการเข้าสังคม เขาล้วนรู้วิธีแสดงเสน่ห์เฉพาะกายออกมาได้อย่างเหมาะสม
อันที่จริงประโยคของเขาแสนจะธรรมดา ทว่าเขาพูดช้าและหยุดพูด ทำให้คนฟังรู้สึกหวั่นไหวราวกับถูกหยอดคำหวานใส่
วิธีการพูดเช่นนี้ทำให้ผู้หญิงหน้าแดงง่าย และหัวใจก็จะเต้นเร็วไม่หยุด ซึ่งยู่ยี่ก็หน้าแดงนิด ๆ จริง ทว่าก็แค่ชั่ววูบเท่านั้น
เธอกลับมามีสติ ใจเย็นในชั่วพริบตา เธอเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉยอีกครั้ง“ฉันไม่ชอบพูดซ้ำ ๆ พวกเราเลิกกันเมื่อยี่สิบกว่าวันก่อน คุณน่าจะจำได้”
“ผมจำได้ดี และรับรู้ว่าคุณตั้งใจนับเวลาหลังพวกเราเลิกกันขนาดไหน……”ฉันทัชผู้ซึ่งมีความเป็นผู้ใหญ่สูง ไม่ค่อยมีการเอ่ยวาจาเชิงมัดมือชกแบบนี้บ่อยๆ“ตอนนี้ผมกำลังเริ่มจีบคุณใหม่……”
ยู่ยี่ไม่ได้ตอบ แค่ยืนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น และไม่คิดจะพูดอะไรด้วย
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง