คุณหญิงย่าค่อนข้างจนใจ คิดว่าหรงฉือไม่เข้มแข็งพอ เชื่อฟังและตามใจเฟิงถิงเซินมากเกินไป จนทำให้พลาดโอกาสดีๆ ไปหลายครั้ง ซึ่งทำให้พวกเขาไม่มีความคืบหน้าเลยแม้จะผ่านมาหลายปี
แต่หรงฉือพูดไปแบบนั้นแล้ว และเธอก็ไม่ได้บังคับอะไร
เมื่อเริ่มทานอาหารอย่างเป็นทางการ ทุกคนต่างพูดคุยไปพลางทานอาหารไปพลาง บรรยากาศดีมากเลยทีเดียว
หรงฉือพูดน้อยมาก นั่งก้มหน้าก้มตากินข้าวอย่างเงียบๆ
นับตั้งแต่ที่เฟิงถิงเซินเดินเข้ามาในบ้านจนถึงตอนนี้ก็ผ่านไปสิบกว่านาทีแล้ว แต่สามีภรรยายังไม่ได้พูดคุยกันเลยแม้แต่ประโยคเดียว
หรือไม่แม้แต่สื่อสารกันเลยตลอดเวลา
นี่เป็นเรื่องปกติระหว่างสามีภรรยาคู่นี้
ความจริงทุกคนก็ชินกับมันแล้ว จึงไม่ได้สังเกตเห็นอะไรที่ผิดปกติ
เมื่อใดก็ตามที่เฟิงจิ่งซินคิดอยากจะกินอะไร เมื่อก่อนหรงฉือก็จะดูแลเธอ แต่ตอนนี้เธอชินกับการขอให้เฟิงถิงเซินช่วยตักให้เธอ
แต่ว่า ตอนเธออยากกินกุ้งตัวใหญ่ เธอกลับหันไปทางหรงฉือ
เพราะเมื่อก่อนตอนที่เธอกินกุ้ง หรงฉือก็จะเสนอตัวช่วยแกะเปลือกกุ้งให้เธอกับเฟิงถิงเซิน
“คุณแม่คะ หนูอยากกินกุ้งตัวใหญ่”
หรงฉือต้องการหย่าร้าง และไม่ต้องการที่จะต่อสู้กับเฟิงถิงเซินเรื่องสิทธิการเลี้ยงดูเฟิงจิ่งซิน
แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ถึงยังไงเฟิงจิ่งซินก็เป็นลูกสาวของเธออยู่ดี เธอมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะดูแลลูกให้ดี และพยายามตอบสนองความต้องการของลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ดังนั้นตอนนี้เฟิงจิ่งซินต้องการให้เธอแกะกุ้งให้ หรงฉือจึงตอบว่า “ได้จ๊ะ”
เธอวางตะเกียบลงแล้วเริ่มแกะเปลือกกุ้ง คุณหญิงย่ามองดูมือของเธอ จู่ๆ ก็พูดว่า “เสี่ยวฉือ แหวนของเธอล่ะ?”
ทันทีที่เธอพูดจบ ทุกคน——รวมทั้งเฟิงถิงเซินต่างก็หันไปมองที่มือของหรงฉือ
แม้ว่าเธอชีวิตหลังแต่งงานระหว่างเธอกับเฟิงถิงเซินจะเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง หรงฉือก็ยังคงสวมแหวนแต่งงานที่คุณหญิงย่าเฟิงเตรียมให้พวกเขาตลอดเวลา
ตรงกันข้ามกับเฟิงถิงเซินที่ไม่เคยสวมใส่เลยแม้แต่สักครั้งเดียว
แหวนแต่งงานที่เป็นของเขานั้น ไม่รู้ว่าถูกเขาทิ้งไปที่ไหนแล้ว
หลายปีที่ผ่านมา หรงฉือจะใส่แหวนติดตัวไปทุกที่ และไม่ยอมถอดออก
ทุกคนก็คุ้นชินกับมัน
หลายปีที่ผ่านมา เฟิงถิงหลินมักประชดประชันเธอเพราะเรื่องนี้บ่อยครั้ง
ตอนแรกทุกคนก็ไม่ได้สังเกตเห็นว่าวันนี้เธอไม่ได้สวมแหวนแต่งงาน เพราะปกติก็ไม่มีใครจ้องมองมือของเธอเป็นพิเศษอยู่แล้ว
ดังนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะได้ยินคุณหญิงย่าพูดแบบนั้น ทุกคนก็ไม่สังเกตเห็นเรื่องนี้จริงๆ
หรงฉือหยุดแกะกุ้งไปชั่วขณะอย่างไม่แสดงอาการ แล้วพูดอย่างเป็นธรรมชาติในทันทีว่า “เมื่อเช้านี้รีบออกจากบ้านก็เลยลืมไว้ที่บ้านน่ะค่ะ”
จริงๆ แล้วเธอถอดแหวนออกตั้งแต่ตอนที่เธอเตรียมเอกสารข้อตกลงการหย่าร้าง
แล้วใส่ไว้ในซองพร้อมกับข้อตกลงการหย่า
อย่างไรก็ตาม เธอกับเฟิงถิงเซินยังไม่ได้หย่าร้างอย่างเป็นทางการ และเธอก็รู้ดีว่าคุณหญิงย่าไม่มีทางเห็นด้วยกับการที่พวกเขาหย่าร้างกันแน่นอน ถ้าเธอพูดเรื่องที่เธอจะหย่ากับเฟิงถิงเซินตอนนี้ คาดว่าเธอกับเฟิงถิงเซินคงหย่าร้างกันไม่ได้ในเร็วๆ นี้
ดังนั้นหรงฉือจึงไม่ได้บอกความจริงกับคุณหญิงย่า
คุณหญิงย่าฟังแล้วก็ยิ้ม “เป็นแบบนี้นี่เอง”
จากนั้นทุกคนก็กลับมาทานข้าวตามปกติกันต่อ
หลังทานอาหารเสร็จ ทุกคนย้ายไปทานผลไม้และขนมหวานที่ห้องนั่งเล่นพลางพูดคุยกันไปด้วย
คุณหญิงย่าต้องการจับคู่หรงฉือและเฟิงถิงเซินมาโดยตลอด
และอยากให้หรงฉือและเฟิงถิงเซินนั่งด้วยกันอีก
เฟิงถิงเซินยังคงไม่ชายตามองหรงฉือ
หรงฉือก็ไม่อยากไปนั่งตรงนั้น แต่จะเอาแต่ปฏิเสธคุณหญิงตลอดไม่ได้ ก็เลยนั่งลงข้างๆ เฟิงถิงเซิน
นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่พวกเขานั่งใกล้กันขนาดนี้
หรงฉือสามารถได้กลิ่นน้ำหอมสไตล์ผู้ชายจางๆ ที่คุ้นเคยบนร่างกายของเฟิงถิงเซินอย่างชัดเจน
แต่ใจของเธอตอนนี้สงบเหมือนน้ำนิ่ง เอาแต่กินพุดดิ้งผลไม้ตรงหน้าอย่างช้าๆ โดยไม่มีท่าทีที่จะเริ่มพูดคุยกับเฟิงถิงเซินก่อนเลย
คุณหญิงย่ากลับรู้สึกพอใจมาก มองไปที่เธอและเฟิงถิงเซินแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ช่างเหมาะสมกันจริงๆ เลย”
คนหนึ่งหล่อเหลาองอาจ ส่วนอีกคนเงียบสงบ อ่อนโยนและสวยมาก แค่มองรูปลักษณ์ภายนอกถือว่าเหมาะสมกันมากจริงๆ
แต่เหมาะสมกันแค่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น
ถ้าพูดถึงเงื่อนไขอื่นๆ หรงฉือยังห่างไกลนัก
แต่ป้องกันแค่เธอเพียงคนเดียว
ที่เธอระวังตัว คงเป็นเพราะเธอต้องการปรึกษาอะไรบางอย่างกับหลินอู๋แน่ๆ
และความจริงก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
ทันทีที่เฟิงจิ่งซินล็อคประตูเสร็จ เธอก็วิ่งกลับไปเปิดโทรศัพท์มือถือแล้วค้นหาวีแชทของหลินอู๋ก่อนจะส่งข้อความไปว่า : [น้าอู๋อู๋...]
พวกเขาคุยอะไรกันนั้น หรงฉือไม่สามารถรู้ได้
เธอไม่ได้คิดมาก และไม่ได้สนใจที่จะคิดด้วย
เธอหันหลังแล้วกลับไปที่ห้อง
เนื่องจากคุณหญิงย่าเอ็นดูเธอ จึงมักจะเรียกเธอกลับมาทานข้าวบ่อยๆ
หลายปีที่ผ่านมา เธอจึงมีของใช้ประจำวันเหลืออยู่ที่นี่เยอะพอสมควร
เธอหาชุดนอนหนึ่งชุด แล้วเข้าไปอาบน้ำในห้องอาบน้ำ
หลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอก็นั่งลงบนเตียงด้านที่เธอนอนเป็นประจำ เมื่อเห็นว่ายังไม่ดึก เธอจึงหยิบหนังสือที่เธอใส่ไว้ในกระเป๋าก่อนหน้านี้ออกมาอ่านอย่างเงียบๆ
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เธอรู้สึกปวดตามากจึงปิดหนังสือแล้วมองดูเวลา ถึงพบว่าตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มครึ่งแล้ว
แต่เฟิงถิงเซินก็ยังไม่กลับมา
จริงๆ แล้ว แม้ว่าตอนนั้นเฟิงถิงเซินจะคิดว่าเธอวางแผนจับเขา แต่หลังจากแต่งงานได้สามปี ถึงแม้ว่าเฟิงถิงเซินจะยังไม่สนิทกับเธอมากนัก แต่สถานการณ์ระหว่างพวกเขาสองคนก็ดีขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน
แต่ไม่นานหลังจากนั้น หลินอู๋ก็ปรากฏตัวขึ้น
พอเขาตกหลุมรักหลินอู๋ เขาก็เริ่มห่างเหินจากเธออีกครั้ง
และหลังจากนั้นเป็นต้นมา เขาก็แทบจะไม่แตะต้องเธออีกเลย
ดังนั้น เธอจึงไม่รู้ว่าดึกป่านนี้แล้วที่เฟิงถิงเซินยังไม่กลับห้องเพราะไม่อยากกลับหรือว่ามีเรื่องที่ต้องทำ
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หรงฉือก็ออกจากห้องนอนโดยไม่รู้ตัว และลงไปชั้นล่าง
ในเวลานี้เอง เสียงหนึ่งก็ดังมาจากที่ไม่ไกลนัก
“ทุกคนหลับกันหมดแล้วนะ ดึกขนาดนี้ยังไม่กลับห้อง เป็นเพราะมีหรงฉืออยู่ก็เลยไม่อยากกลับห้องเหรอ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...