หรงฉือฟังแล้วก็เกือบจะหัวเราะออกมา
หลินอู๋กับเฟิงถิงเซินรู้จักกันหลังจากที่เธอแต่งงานกับเฟิงถิงเซิน
หลินอู๋รู้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเฟิงถิงเซิน เธอจึงไม่เชื่อว่าหลินลี่ไห่จะไม่รู้ว่าเฟิงถิงเซินเป็นสามีของลูกสาวอีกคนของเขา!
เขาต้องรู้แน่ๆ
แต่เขาก็ยังคงจับคู่หลินอู๋และเฟิงถิงเซินอย่างไร้ยางอาย
เห็นได้ชัดว่าในใจของหลินลี่ไห่ เขาเพิกเฉยต่อลูกสาวคนนี้มากแค่ไหน!
เฟิงถิงเซินตอบตกลง
แล้วพวกเขาก็ถามไถ่กันต่อสักพัก หรงฉือเฝ้ามองเฟิงถิงเซินที่รอให้หลินลี่ไห่ขึ้นรถและขับรถออกไปแล้ว เขาถึงนั่งรถจากไป
ด้วยสถานะและตำแหน่งในตอนนี้ของเฟิงถิงเซิน คนที่สามารถทำให้เขาทำถึงขนาดนี้ได้ โดยปกติแล้วจะมีแค่ผู้อาวุโสในตระกูลเฟิงเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
แต่เห็นได้ชัดว่าเฟิงถิงเซินเคารพหลินลี่ไห่
เพียงเพราะเขาเป็นพ่อของหลินอู๋
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เธอก็นึกถึงครั้งที่เฟิงถิงเซินได้พบกับคุณยายและลุงกับป้าสะใภ้ของเธอ เขามักจะมีท่าทีเฉยเมยและเย็นชาตลอดเวลา
ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าที่ผ่านมาเธอจะพูดกับเขาอย่างระมัดระวัง แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่เต็มใจที่จะช่วยเหลือลุงของเธอเลย...
แต่เขากลับไม่ได้มีท่าทีเช่นนั้นกับคนที่หลินอู๋ให้ความสำคัญ
เขาปฏิบัติต่อเธอและปฏิบัติต่อหลินอู๋แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
นี่คงเป็นความแตกต่างระหว่างรักกับไม่รักสินะ
หลังจากนั้นไม่นานเฟิงถิงเซินก็จากไป
ส่วนหรงฉือยังคงยืนอยู่ตรงนั้นอยู่นานกว่าจะหันหลังกลับแล้วเดินเข้าไปในร้านเยี่ยนห่าว
ตอนบ่ายหรงฉือกลับไปเอาของขวัญที่เตรียมไว้ให้คุณหญิงและคุณท่านของตระกูลเฟิงก่อนหน้านี้หลังจากที่เธอเลิกงาน ก่อนจะขับรถไปที่บ้านเก่าของตระกูลเฟิง
บ้านเก่าของตระกูลเฟิงตั้งอยู่ใกล้เขตชานเมืองของเมืองหลวง ที่นั่นมีภูเขาเขียวและน้ำใส สภาพแวดล้อมเงียบสงบ เหมาะสำหรับเป็นที่พักอาศัยของผู้สูงอายุอย่างยิ่ง
แต่ข้อเสียเพียงข้อเดียวก็คืออยู่ห่างจากตัวเมืองค่อนข้างไกล
หรงฉือใช้เวลาขับรถหนึ่งชั่วโมงครึ่งค่อยมาถึงบ้านเก่า
เธอจอดรถเสร็จแล้วถือของขวัญ เธอยังไม่ทันเข้าบ้านก็ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างร่าเริงของลูกสาวอย่างเฟิงจิ่งซิน
คุณหญิงย่าเฟิงหันหน้ามาทางประตูจึงมองเห็นเธอในทันทีพร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เสี่ยวฉือมาแล้วเหรอ? มาเร็ว รีบมานั่งกับย่าสิ”
แต่มีเพียงคุณหญิงย่าเฟิงเท่านั้นที่ยิ้ม ส่วนแม่ของเฟิงถิงเซิน ซึ่งก็คือแม่สามีของเธอ แล้วยังมีเฟิงถิงหลินกับลูก เมื่อพวกเขาเห็นเธอ รอยยิ้มบนใบหน้าก็จางหายไป
หรงฉือสังเกตเห็น แต่ไม่สนใจมากเท่าเมื่อก่อนแล้ว
เธอทำเหมือนไม่เห็น ในเวลาเดียวกันก็ยิ้มพร้อมเอาของขวัญที่นำมาให้พ่อบ้านที่เดินเข้ามา จากนั้นเดินไปหาคุณหญิงย่า “คุณย่าคะ”
“เอ้ย!” คุณหญิงย่ายิ้มหน้าบานเป็นกระด้ง ดึงหรงฉือให้นั่งลงก่อนจะถามด้วยความสงสัยว่า “ทำไมผอมลงเยอะขนาดนี้? เป็นเพราะถิงเซินรังแกเธอหรือเปล่า?”
หรงฉือก้มหน้าพลางส่ายหัว “เปล่าค่ะ ก็แค่ช่วงนี้ค่อนข้างยุ่ง”
คำพูดนี้จริงครึ่งไม่จริงครึ่ง
แม้ว่าเฟิงถิงเซินจะไม่ได้รังแกเธอ แต่อารมณ์ของเธอมักได้รับอิทธิพลจากเขาอยู่บ่อยๆ จริงๆ
นอกจากนั้น ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา เธอจะจดจ่อกับการวิจัยปัญญาประดิษฐ์เป็นหลักหลังเลิกงานทุกวัน และมักจะศึกษาจนถึงตีหนึ่งกว่าจะเข้านอน
นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ช่วงนี้เธอผอมลง
คุณหญิงย่ายังไม่ทันเอ่ยอะไร เฟิงถิงหลินก็พูดเยาะเย้ยออกมาก่อนว่า “ดูเธอพูดเข้าสิ คนที่ไม่รู้คงคิดว่างานของเธอสำคัญมากขนาดนั้น ทำอย่างกับเฟิงซื่อกรุ๊ปขาดเธอไม่ได้อย่างไงอย่างงั้น”
ซางเชี่ยน แม่ของเฟิงถิงเซินนั่งอยู่ข้างๆ พยายามแสดงถึงความสง่างามและมีภูมิฐานของสตรีสูงศักดิ์อย่างเต็มที่
เธอจิบน้ำชาคำหนึ่งก่อนจะพูดอย่างเย็นชาว่า “ถ้ารู้สึกว่าทำงานที่เฟิงซื่อกรุ๊ปแล้วเหนื่อย ก็ลาออกไปเถอะ ยังไงก็ไม่มีใครขอร้องให้เธอมาทำงานที่เฟิงซื่อกรุ๊ปอยู่แล้ว”
เฟิงถิงหลินยิ้มพร้อมพูดว่า “จริงด้วย แต่เกรงว่าคนบางคนจะไม่ยอม——”
เฟิงถิงอีอายุน้อยกว่าเฟิงถิงหลินและเฟิงถิงเซินมาก และยังไม่บรรลุนิติภาวะ เขามีนิสัยร่าเริงแจ่มใส หลังจากที่เขาเดินเข้ามา เขาก็กระโดดเบาๆ ก้าวข้ามที่วางแขนของโซฟาแล้วนั่งลงบนโซฟาอย่างมั่นคง
แต่พอเขาเห็นมีคนอยู่มากขนาดนี้ จึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ทุกคนกำลังรอผมอยู่เหรอ?”
เฟิงถิงหลินตบหัวของเขาหนึ่งที “ใช่แล้ว พวกเราหิ้วท้องรอแกอยู่น่ะ!”
เฟิงถิงเซินมีนิสัยสุขุม ปกติจะพูดน้อย เฟิงถิงหลินมีนิสัยหุนหันพลันแล่น ส่วนเฟิงถิงอีกลับเหมือนตัวสร้างสีสันให้กับบ้าน และสนิทกับพ่อแม่มากกว่าคนอื่นๆ
ทันทีที่เขากลับมา ใบหน้าที่ค่อนข้างเย็นชาของซางเชี่ยนก็มีรอยยิ้มอย่างเห็นได้ชัด คุณหญิงย่าก็มีความสุขมากเช่นกัน เมื่อเห็นว่าเย็นมากแล้ว และทุกคนก็หิว เธอจึงสั่งให้คนจัดเตรียมอาหาร
พวกเขามีทั้งหมดเก้าคน จึงไปทานอาหารที่ห้องอาหารเล็กๆ
ลำดับที่นั่งขณะนั่งลงคือเริ่มจากคุณหญิงย่า ตามด้วยเฟิงถิงเซิน เฟิงจิ่งซินและหรงฉือ
คุณหญิงย่ายิ้มและกวักมือเรียกเฟิงจิ่งซิน “ซินซินเปลี่ยนที่นั่งกับคุณพ่อ ให้คุณพ่อกับคุณแม่ได้นั่งด้วยกัน”
คุณหญิงย่ามักจับคู่ให้หรงฉือและเฟิงถิงเซินอย่างไม่ย่อท้อ
จนทุกคนต่างชินแล้ว
และต่างคิดว่าคุณหญิงย่าทำไปก็เสียแรงเปล่า
เพราะไม่ว่าเธอจะจับคู่พวกเขาอย่างไร ผ่านมาตั้งหลายปี ท่าทีของเฟิงถิงเซินที่มีต่อหรงฉือก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย
แต่เพราะรู้ว่าไม่ว่าคุณหญิงย่าจะจับคู่พวกเขาอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ เฟิงถิงหลินจึงยิ้มเยาะเย้ย แต่คราวนี้เธอขี้เกียจที่จะเข้าไปยุ่ง จึงสุ่มหาที่นั่งแล้วนั่งลง
แม้ว่าเฟิงถิงเซินจะไม่ชอบการจัดการของคุณหญิงย่า แต่ตราบใดที่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เขาก็จะไม่หักหน้าคุณหญิงย่า
ดังนั้นเขาจึงไม่พูดอะไร
ซึ่งหมายความว่ายินยอมโดยปริยาย
หรงฉือไม่ได้รู้สึกดีใจกับการจับคู่ของคุณหญิงย่าเหมือนเมื่อก่อน
เธอมีสีหน้าที่เรียบเฉย แต่กลับยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อมองไปทางคุณหญิงย่าแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรค่ะคุณย่า นั่งแบบนี้เถอะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...